เจอ2รุม1 คารมลุยเดี่ยว! ตอกหน้าส.ส.ก้าวไกลกลางสภา “ผมเคารพสถาบันไม่ใช่ตะแคง ตัวเองถูกคนอื่นผิด”

1670

จากที่มีรายงานถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ในวาระพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และ การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น

ทั้งนี้โดย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.​พรรคก้าวไกล เป็นประธานกมธ.เรื่อง ร่างกฎหมายเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน ในช่วงหนึ่งของการอภิปรายนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายเนื้อหาของรายงาน แต่ได้กล่าวพาดพิงถึงการไม่เคารพความเห็นต่างจากบางกลุ่ม บางฝ่าย ที่พบการโจมตีในคลับเฮาส์ หรือ โซเชียลมีเดียแบบไม่ให้เกียรติ ซึ่งถือว่าเป็นการไม่เคารพความคิดเห็น และละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น

ทำให้ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น พรรคก้าวไกล ได้ลุกตอบโต้ โดยนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ฐานะกมธ.ฯ ตั้งข้อสังเกตว่า นายคารมไม่ยอมแนะนำตัวให้สมบูรณ์ เพราะไม่ได้บอกว่ามาจากพรรคการเมืองใด

ขณะที่นายณัฐชา “ขอขอบคุณนายคารม แต่ที่ฟังคำเสนอแนะ ทราบว่าเป็นนักกฎหมาย และเตรียมกลับเป็นนักกฎหมายแล้ว ผมเป็นนักการเมือง พร้อมตอบแทนชาวบางขุนเทียน กทม.​ให้โอกาส  3.8 หมื่นคะแนน ในนามพรรคอนาคตใหม่ แต่เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ ได้จับมือรวมเป็นพรรคก้าวไกล ผมเป็นนักการเมืองไม่อาย แต่นักกฎหมายพูดมาดูดี แต่บางครั้งลืมที่ไป ที่มา ผมคิดว่าขอเสนอแนะที่เตรียมมา ก็พูดไป แต่ กรณีที่ลุกมาต่อว่าคนอื่นไม่ถูกต้อง”

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ต่อมา นายคารม ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิ์พาดพิงว่า ตนเป็นผู้ใหญ่พอ อดทนฟัง แม้จะเสียดสีชัดเจน ตนแสดงความเห็นฐานะ ส.ส. ต่อรายงานของกรรมาธิการ แต่กรณี ที่นางอมรัตน์ระบุว่าตนไม่บอกชื่อพรรค ต้องไปถามกรรมการจริยธรรมพรรคก้าวไกล ที่ไม่ให้ตนเอ่ยชื่อพรรค ซึ่งตนเป็นคนว่านอนสอนง่าย จึงไม่เอ่ย อีกทั้ง ตามรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ ส.ส.มี2ประเภท และการพูดในสภาฯ เป็นเอกสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องบอกชื่อพรรค

“ความเป็นนักกฎหมายของผม คือ เคารพสถาบันบ้านเมือง ไม่ใช่ตะแคง ตัวเองถูก คนอื่นผิด ที่บอกว่าจ.ร้อยเอ็ด เพราะเป็นคนร้อยเอ็ด จะบอกว่ามาจากจังหวัดอื่นไม่ได้ ผมยอมรับว่าเกิดเพราะพรรคอนาคตใหม่ และมาพรรคก้าวไกล ส่วนการไปพรรคไหนเป็นสิทธิ ไม่ต้องมาสอนผม ผมอายุพอสมควร รู้ว่าอะไรควรไม่ควร” นายคารม กล่าว

ด้าน นางอมรัตน์ ก็ได้โต้ตอบกลับว่า “พาดพิงแบบนี้ ไม่ได้ต่อปากต่อคำ คนเราไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพคนอื่นรายงานของกมธ.ฯ ไม่มีตรงไหนที่ให้ละเมิดสิทธิคนอื่น แม้ไม่เป็นผู้ชุมนุม เป็นส.ส.​หน้าที่สำคัญ คือ เคารพมติพรรค เมื่อ ไม่เคารพมติพรรค ต้องไปให้ประชาชนตัดสินใหม่ ตนมองว่าก่อนเคารพหรือตระหนักสิทธิประชาชน ขอให้ส.ส.เคารพมติพรรค ไม่เคยเป็นส.ส.รุ่นน้องใคร เป็น ส.ส.สมัยแรกเหมือนกัน”

อย่างไรก็ตามทีมข่าวเดอะทรูธ พบว่าสำหรับนายคารม นั้นเคยเป็นทนายของกลุ่มนปช. ก่อนมาเล่นการเมืองเข้าสังกัดพรรคอนาคตใหม่ เป็น 1ใน 4 ส.ส.พรรคก้าวไกล ที่โหวตสวนมติพรรค ซึ่งเจ้าตัวเคยเปิดใจกับพีพีทีวีหลังจากมีข่าวจะย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทย ช่วงหนึ่งว่า

“เรื่องที่ไม่สำเร็จก็เสนอ เรื่องที่ไม่ได้ก็กระทำ เช่นเสนอแก้ไข ม.112 ตอนนี้ยังไม่มีฉันทานุมัติจากสังคม เพราะ ม.112 มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เราจะฝากอนาคตไว้กับพรรคแบบนี้หรอ

ครั้งหน้าผมจะไปอยู่ภูมิใจไทย หรือถ้าขับผมออก ผมจะพักผ่อนซัก 1 อาทิตย์แล้วไปสมัครพรรคภูมิใจไทย ผมขอพูดวันนี้ไม่เคยพูดที่ไหน ในเมื่อนักเลงพอ ไม่ไปไหนแล้ว

ความคิดผมถ้าท้องถิ่นเจริญสังคมจะเจริญเอง การที่กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ไม่ขับออก คุณแกล้งผม ภูมิใจไทยก็เป็นพรรคประชาธิปไตย หลักคิดการทำงานของพรรคก็ดี งบประมาณอยู่ที่รัฐบาล ส่วนที่ถามว่าทำไมไม่ไปพรรคฝ่ายค้านอื่น เพราะพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ก็ยังไม่พร้อม ผมเลือกอะไรที่เหมาะสมที่สุด และผมคิดว่า ไม่ใช่แค่ผมที่จะออก มีอีกหลายคนก็ไม่อยู่กับก้าวไกล” นายคารม กล่าวกับพีพีทีวี