ผู้นำก้าวไกลไม่ใช่หุ่นเชิด แต่ถือดีเอ็นเอเดียวกัน! ปมลึกเพื่อไทยโต้เดือดพรรคส้ม

489

จากที่ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย เปิดตัว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง ลูกสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั่งเก้าอี้ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมของเพื่อไทยนั้น

ทั้งนี้ ส.ส.พรรคก้าวไกลระบุ ว่าพรรคเพื่อไทยจะเอาใครมาทำงานก็ได้ แต่การเป็นพรรคที่ประชาชนคาดหวัง ก็จะต้องเป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ใช่เป็นของตระกูลใด ตระกูลหนึ่ง คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือกลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่ง ซึ่งการเข้ามาสู่การเมือง ทุกคนสามารถเข้ามาได้ตามกระบวนการที่ยุติธรรม หรือเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค ไม่ใช่ว่า เอาใครที่ไหนมาแล้วก็อยู่ในตำแหน่งสูง

“ตนเคารพในการตัดสินใจของทุกพรรคการเมือง และไม่ขอไปก้าวล่วง แต่พรรคใดที่จะทำในระบบเหล่านั้น มันก็จะทำให้ความเชื่อถือในการเป็นสถาบันทางการเมืองลดน้อยลง ส่วน กรณี น.ส.แพทองธาร จะได้ขึ้นเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค”

นอกจากนี้ นายธีรัจชัย ยังกล่าวอีกว่า แต่ถ้าจะมาทางพรรคก้าวไกล ก็พร้อมแข่งขัน การที่จะเป็นผู้นำประเทศผมเชื่อว่าประชาชนต้องการผู้นำที่ไม่ใช่หุ่นเชิด ต้องการผู้นำที่เกิดจากความสามารถของตัวเอง มีวิสัยทัศน์ และมาต่อสู้ทางการเมืองด้วยขาของตนเอง ให้ประชาชนได้ตรวจสอบในทุกแง่มุม รวมถึงแสดงผลงานด้วยตัวเองในสภาฯ เชื่อว่า ประชาชนจะเลือกคนแบบนี้ ประชาชนไม่อยากได้หุ่นเชิดและไม่มีอะไรเลย อาศัยบารมีคนอื่นขึ้นมา

ต่อมา นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคเพื่อไทย ก็ออกมาตอบโต้กรณี นายธีรัจชัย ที่กล่าวหา การเปิดตัว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ประชาชนต้องการผู้นำที่ไม่ใช่หุ่นเชิด ว่า

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

“ก็ถูกต้องตามนั้น เราคิดว่าไม่น่ามีใครเป็นหุ่นเชิดของใคร เราเคารพการตัดสินใจของเขาที่จะคิดอย่างไร เขาอาจใช้ผู้นำที่เป็นหุ่นเชิด แต่พรรคเพื่อไทยไม่ใช่ มั่นใจทุกคนที่เข้ามามีความมีความสามารถและไม่มีใครยอมเป็นหุ่นเชิด ไม่เคยดูถูกใครว่าใครเป็นหุ่นเชิดของใครและไม่ได้มองว่าคนที่มีอุดมการณ์เดียวกับเราเป็นคนที่มาเป็นคู่แข่งกัน ถ้าเป็นคนมีความรู้ความสามารถพร้อมสนับสนุน อยากเห็นการเมืองที่สร้างสรรค์ไม่อยากให้มีทัศนคติที่ไม่ดีไปขวางกั้นคนที่ต้องการเข้ามาทำงานทางการเมืองให้กับประเทศชาติ”

อย่างไรก็ตามทีมข่าวเดอะทรูธ ได้ตรวจสอบถึงความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ระหว่างพรรคก้าวไกล ที่มีนายพิธา เป็นหัวหน้าพรรคก็พบความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ที่น่าจะตั้งเป็นข้อสังเกตไว้เพื่อประชาชนได้ติดตามพิจารณาร่วมกัน โดยขอยกตัวอย่างบางเหตุการณ์

โดยเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น ได้แถลงถึงท่าทีภายหลังพรรคถูกยุบ

“วันนี้ไม่ใช่วันที่เราท้อถอย แต่เราจะก้าวเดินต่อไปในรูปแบบใหม่ ผมขอพลังจากทุกคนก้าวเดินต่อไปด้วยกัน นอกจากนี้ ผมยังเชื่อว่า ส.ส.ที่อยู่กับเราในวันนี้จะยังหนักแน่นและไปด้วย และจะสานต่ออุดมการณ์ และนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ พวกเขาจะไม่หมดใจ และไม่หมดฝัน”

จากนั้น นายธนาธร ได้ให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แถลงแนวทางการทำงานต่อ โดยระหว่างนั้น นายธนาธรได้ถอดเข็มกลัดพรรคอนาคตใหม่ที่หน้าอกและมอบให้กับนายพิธา ก่อนจะสวมกอดนายพิธา

โดย นายพิธา กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองแรกของผม พวกเราเป็นครอบครัวเดียว แม้จะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน แต่เรามีความฝันร่วมกันที่อยากเห็นประเทศไทยดีกว่านี้ ความฝันต้องมีเป้าหมาย เราต้องถอดบทเรียนจากอดีตว่ามีอะไรที่ผิดพลาดเพื่อให้พวกเราก้าวต่อไป

ต่อมาวันที่ 8 มีนาคม 2564 ที่ศูนย์ประสานงานฝั่งธนบุรี อดีตพรรคอนาคตใหม่  นายพิธา นำ 55 ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ แถลง สานต่ออุดมการณ์และภารกิจของพรรคอนาคตใหม่

นายพิธา ยังได้ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีนายธนาธร และนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกลว่า โดยอุดมการณ์ของพรรคการเมืองใหม่ที่เราจะย้ายไปสมัครสมาชิกก็ไม่เปลี่ยน โดย ส.ส.ทุกคนอยู่ด้วยกันมา 1-2 ปี มีความคิดของตัวเอง การเดินทางต้องเป็นตัวของตัวเอง และการตัดสินใจเป็นการตัดสินใจของพวกเราเอง

“ยืนยันว่าพวกเราไม่ได้รับนโยบายมา พวกเราทำนโยบายมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันมา 1-2 ปี และมีส่วนเกี่ยวข้อง มันเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอของพวกเรา ดังนั้นไม่ได้รับอะไรมาทั้งนั้น” นายพิธา กล่าว