ม็อบสามกีบบุกตะโกนลั่นศาล “ปล่อยเพนกวิน” ขณะส.ส.ก้าวไกลโผล่! ชัยธวัชขู่หากไม่ให้ประกัน จะเป็นฟางเส้นสุดท้าย!!

1539

ม็อบสามกีบบุกตะโกนลั่นศาล “ปล่อยเพนกวิน” ขณะส.ส.ก้าวไกลโผล่! ชัยธวัชขู่หากไม่ให้ประกัน จะเป็นฟางเส้นสุดท้าย!!

จากกรณีที่วันนี้ (29 เมษายน 2564) นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมายื่นประกันตัวแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎรคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร จำนวน 7 คน ได้แก่ นายอานนท์ นําภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์, นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน และนายปริญญา ชีวินกุลปฐม หรือพอร์ท วงไฟเย็น

โดยบริเวณหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้มีกลุ่มมวลชนจำนวนหนึ่งเดินทางมาร่วมจัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องให้ศาลพิจารณาให้ประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎร ซึ่งระหว่างการชุมนุมมวลชนได้มีการนำข้อความและภาพมาชู โดยมีป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนข้อความว่า 45 วัน #คืนสิทธิ์ประกันตัวโดยไม่มีเงื่อนไข ทั้งนี้ผู้ชุมนุมยังได้มีการชู 3 นิ้วและตะโกนว่าปล่อยเพนกวิน อย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อม ส.ส.พรรคก้าวไกล เช่น นายรังสิมันต์ โรม และ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ โดยนายชัยธวัช กล่าวว่า เป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะปัญหาสุขภาพของนายพริษฐ์หรือเพนกวิน กระบวนการให้ประกันตัวในคดีการเมืองมาตรา 112 กำลังสะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมของไทย กฎหมายกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการปราบปรามผู้ที่เห็นต่าง ผู้พิพากษาในกระบวนการยุติธรรมถูกตั้งคำถาม ว่าใช้กฎหมายอย่างบิดเบือน หรือไม่ ในการไม่ให้ประกันตัวหลายครั้ง ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย โดยหวังว่าศาลจะทบทวนการพิจารณา เพราะนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้าย ที่จะทำให้ความศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม ยังคงหลงเหลืออยู่

และยังบอกต่อว่า ถ้าศาลไม่ให้ประกันตัว ก็จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่เป็นวิกฤติศรัทธาของศาล จะทำให้ประชาชนทุกกลุ่มออกมาเดินหน้าเรียกร้องทวงถามความยุติธรรม

ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องแลกกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด กับการนำแกนนำราษฎรและแนวร่วมเข้าเรือนจำ นี่เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในฐานะที่ตนก็เคยเรียนนิติศาสตร์ เช่นเดียวกับผู้พิพากษาที่ก็เรียนนิติศาสตร์เช่นกัน ขอให้ใช้ความรู้สึกทำหน้าที่ในการสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้น หมดเวลาแล้วที่จะนำคนไปกักขังโดยไม่มีเหตุ ส่วนตัวมองว่ามีความจำเป็นต้องปล่อยตัวแกนนำ ไม่ใช่ว่าละเว้นการดำเนินคดี แต่กระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการต่อไปเพื่อหาความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย ไม่อยากเห็นใครที่ต้องเสียชีวิตจากการไม่ได้รับการประกันตัว

ต่อมา พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง บริเวณบันไดทางขึ้นศาลอาญาว่าขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมาให้กำลังใจในขณะนี้ขอเคารพสถานที่และอย่าละเมิดสิทธิของผู้อื่นตนเข้าใจว่าต้องการเดินทางมาให้กำลังใจแต่ขอให้อยู่ในความสงบ และอย่ากระทำการใดที่ขัดต่อหลักกฎหมายเพราะในบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพได้ตลอดเวลา