พี่ศรีฯจัดหนัก! แจ้ง ปอท.เอาผิด ม.112 พ่วง พรบ.คอมพ์ แอดมินเพจสามกีบ เผยแพร่ภาพหมิ่นเบื้องสูง ที่เยอรมัน! พบ45คนแชร์โดนด้วย

2270

พี่ศรีฯจัดหนัก! แจ้ง ปอท.เอาผิด ม.112 พ่วง พรบ.คอมพ์ แอดมินเพจสามกีบ เผยแพร่ภาพหมิ่นเบื้องสูง ที่เยอรมัน! พบ45คนแชร์โดนด้วย

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 11.00 น. สมาคมฯจะเดินทางไปกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ชั้น 4 เพื่อแจ้งความเอาผิดแอดมินเพจ Youth & direct democracy TH และผู้ที่แชร์ภาพและข้อความในเพจดังกล่าว ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ตาม ป.อ. มาตรา112 ประกอบ พรบ.คอมพิวเตอร์ ม.14(2) และ (5)

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา มีกลุ่มคนไทยซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกหนีคดีที่ไปพำนักอาศัยเป็นพลเมืองชั้น 2 อยู่ในยุโรป ได้ออกมารวมตัวชุมนุมกัน โดยอ้างว่าเพื่อขับไล่เผด็จการ และรณรงค์ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ณ เมืองเคิร์น ประเทศเยอรมัน โดยการชุมนุมดังกล่าวมีการจัดทำป้ายข้อความและรูปภาพตัดต่อ ซึ่งเป็นรูปในหลวงและราชินีองค์ปัจจุบัน พร้อมกับเขียนข้อความต่าง ๆ ในลักษณะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ฯ อันเป็นที่รักเคารพเทิดทูลของคนไทย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปีเลยทีเดียว

ซึ่งภาพและข้อความของกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงจัดทำขึ้นและนำมาใช้ในกิจกรรมการชุมนุมดังกล่าว ปรากฎว่าเพจ Youth & direct democracy TH ได้นำมาโพสต์เผยแพร่ลงในเฟซบุ๊กซึ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์ มีคนเข้าไปแชร์เผยแพร่แล้วกว่า 45 คน ซึ่งทั้ง 45 คนเหล่านั้นเข้าข่ายความผิดเช่นเดียวกันกับแอดมินเพจดังกล่าว ตามพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 แก้ไขเพิ่มเติม 2560 ม.14 (5) ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งสมาคมฯได้รวบรวมรายชื่อทั้งหมดมาประกอบแจ้งความต่อ ปอท.ให้เอาผิดทั้งหมดด้วย

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ทั้งนี้ ขอเตือนนักเลงหน้าคอมฯทุกคนไม่ว่าหน้าไหนทั้งนั้น หากมีพฤติกรรมใช้สื่อสังคมออนไลน์ไปในทางที่ไม่ถูกต้อง เสียดสี ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ว่ากรณีใด ๆ หากมีหลักฐานที่เพียงพอ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะดำเนินการแจ้งความเอาผิดทุกรายไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด