อดีตรองอธิการ มธ. เห็นด้วย ไม่อนุญาตให้ แกนนำม็อบปลดแอก ขึ้นเวทีรำลึก 6 ตุลา

938

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร เห็นด้วยกับ ผู้บริหาร มธ. ไม่อนุญาตให้ เพนกวิน อานนท์ และรุ้ง กลุ่มแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมขึ้นพูดบนเวที 6 ตุลา

จากกรณีที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  เปิดการแสดงนิทรรศการรำลึกเหตุการณ์สังหารหมู่นักเรียนนักศึกษา ที่เกิดขึ้นในมธ.และสนามหลวง เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2519 ภายใต้ชื่อนิทรรศการแขวน หลักฐาน+ข้อเท็จจริง+พื้นที่+เทคโนโลยี ท่ามกลางความสนใจจากนักศึกษามธ.และประชาชนจำนวนมาก ซึ่งได้เชิญแกนนำสำคัญของม็อบนักเรียนนักศึกษา ประกอบด้วย แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมคือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน คณะรัฐศาสตร์ มธ. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง คณะสังคมวิทยา มธ. นายอานนท์ นำภา ทนายความศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชน

ล่าสุดทางด้าน รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่อนุญาตให้ เพนกวิน อานนท์ และรุ้ง กลุ่มแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมขึ้นพูดบนเวทีรำลึก 44 ปี 6 ตุลา โดยระบุข้อความว่า

ได้ข่าวว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่อนุญาตให้ นายพริษฐ์ เพนกวิน นางสาว ปนัสยา รุ้ง และทนายอานนท์ ขึ้นพูดบนเวทีของงานรำลึก 44 ปี 6 ตุลา ซึ่งจะจัดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันนี้
ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 เพราะขณะนั้นยังอยู่ในระหว่างเรียนอยู่ต่างประเทศ เมื่อกลับมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2521 นอกจากสอนหนังสือแล้ว ผมยังทำงานดูแลกิจกรรมนักศึกษา จึงได้คลุกคลีใกล้ชิดกับนักกิจกรรมจำนวนมากที่ผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลา มาหมาดๆ ในขณะนั้น นักกิจกรรมเหล่านี้กำลังเรียนปี 3 หรือบางคน ปี 4 จนทุกวันนี้ นักกิจกรรมเหล่านี้ยังนัดรวมตัวกันมาทานข้าวกันที่บ้านผมปีละครั้ง ทุกปี
ดังนั้น ผมจึงรู้เรื่องเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 มากพอสมควร เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา จึงอยากเล่าเรื่องการแสดงละครแขวนคอ ที่ยังมีคนเข้าใจผิดอีกไม่น้อยว่า นักศึกษาตั้งใจแสดงละครหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการแสดงละครสะท้อนเหตุการณ์ ที่ก่อนหน้านั้น มีพนักงานการไฟฟ้านครปฐม 2 คน ช่วยกันติดโปสเตอร์โฆษณาการชุมนุม ภายหลังถูกฆ่าแขวนคอ ทั้ง 2 คน ชุมนุมศิลปะและการแสดง เป็นผู้รับผิดชอบจัดแสดงละคร ผู้จัดละครส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นผู้มีหัวรุนแรงทางการเมือง เพียงรับมอบหมายให้จัดการแสดงเพื่อตรึงผู้ร่วมชุมนุมไว้เท่านั้น
ผู้ที่แสดงเป็นผู้ถูกแขวนคอมีหลายคน สับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ผู้แสดงคนหนึ่งที่หนังสือพิมพ์ดาวสยาม และ Bangkok post นำภาพซึ่งอาจมีการแต่งเติม ไปลงหน้า 1 เป็นชนวนเหตุที่ทำให้มีการสังหารโหดอย่างบ้าคลั่งในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผู้แสดงคนดังกล่าว ที่จริงแล้ว เป็นนักกรีฑา ไม่ได้หมกมุ่นกับการเมืองสักเท่าใด มาเป็นตัวแสดงก็เพราะช่วยเพื่อน แต่เคราะห์ร้าย ทำให้ต้องติดคุกถึง 3 ปี จึงได้นิรโทษกรรม รวมทั้งผู้จัดละครและแกนนำนักศึกษาอีกหลายคนที่ต้องรับชะตากรรมเดียวกัน ภายหลังผู้แสดงคนนี้ เป็นนักถ่ายภาพใต้ทะเลที่มีฝีมืออันดับต้นๆของประเทศ สมัยนั้น นอกจากถูกกล่าวหาเรื่องแสดงละครแล้ว บนเวทีการชุมนุม ไม่มีใครขึ้นพูดในทางเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด ต่างจากในช่วงนี้ ที่มีการพูดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่กลัวฟ้า ไม่กลัวดิน
งานรำลึกเหนุการณ์ 6 ตุลา ปกติ ผู้พูดหรืออภิปราย ก็จะเป็นผู้ที่มีบทบาท ในเหตุการณ์ 6 ตุลามาก่อน แต่ปี 2519 ทั้งนายเพนกวิ้น นางสาวรุ้ง และทนายอานนท์ ยังไม่เกิด สิ่งที่ทั้ง 3 คนตั้งใจจะพูด ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเขาก็ทราบดีว่าจะถือโอกาสพูดเรื่องอะไร ดังนั้นหากมีทั้ง3 คน ขึ้นพูด มหาวิทยาลัยจะอนุญาตให้จัดงานไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แค่ไม่ได้แจ้งความกรณีพังประตูเมื่อวันที่ 19 กันยายน ก็มีคนจ้องจะเล่นงานข้อหา 157 อยู่แล้ว
อีกไม่นาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็จะมีการสรรหาอธิการบดีกันใหม่ ท่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่งของมหาวิทยาลัยบอกผมว่า การตัดสินใจวันนี้ของอธิการบดี เกี่ยวกับม็อบ ธรรมศาสตร์และการชุมนุม อาจมีผลบวกหรือลบต่อตัวท่านอธิการบดีเองในการสรรหาอธิการบดีที่กำลังจะมีขึ้นก็ได้ แต่ท่านกล่าวว่า
ไม่ว่าจะเป็นผลบวกหรือลบก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความถูกต้อง และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ความอยู่รอดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยรวม
ผมเห็นด้วยกับท่านอย่างยิ่งครับ

ได้ข่าวว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่อนุญาตให้ นายพริษฐ์ เพนกวิ้น นางสาว ปนัสยา รุ้ง และทนายอานนท์…

Posted by Harirak Sutabutr on Monday, October 5, 2020