ยอดเสียชีวิตโควิดทั่วโลกพุ่งแตะหลักล้าน หมอจุฬาเตือนรัฐ หากลดวันกักตัว หายนะตามมาแน่นอน

1420

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก เมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของเมื่อคืนนี้ (27 ก.ย.) ตามเวลาประเทศไทย ปรากฏว่ามีการอัปเดตข้อมูลว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ทั่วโลกนั้น แตะหลัก 1 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมรวมแล้วกว่า 33,220,419 ราย ในจำนวนนี้รักษาหายแล้วทั้งสิ้น 24,547,486 ราย

ขณะที่ก่อนหน้านี้นายกฯ บอกให้รอฟังผลประชุม ศบค. จันทร์ 28 ก.ย.นี้ อาจจะมีการพิจารณาต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมถึงการปรับมาตรการให้สอดคล้องภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลดเวลากักตัวในคนบางกลุ่ม ด้านสำนักงานการบินพลเรือนฯออกมาตรการเข้ม รองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มพิเศษลอตแรกเข้าไทยต้น ต.ค. ให้สิทธิสายการบินปฏิเสธการขึ้นเครื่องบินได้ ถ้าผู้โดยสารไม่สวมหน้ากากอนามัย รวมถึงขณะอยู่บนเครื่องพร้อมให้มีบทลงโทษ

ล่าสุดรศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า ระบุว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกในปัจจุบันนั้น ถือได้ว่ายังคงน่าเป็นห่วง เพราะมีอัตราการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยอยู่ที่ 1 ล้านคนในทุกๆ 3 วันกว่า ๆ

ขณะที่หลายประเทศในยุโรป ทั้งฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ รวมไปถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหมื่นกว่าอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ญี่ปุ่นและเมียนมาร์ ติดเพิ่มกันหลายร้อย

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

นอกจากนี้ หมอธีระ ยังคงย้ำเตือนถึงความเสี่ยงของนโยบายรัฐบาลในการเปิดประเทศรับชาวต่างชาติเข้ามาในบ้านเราว่า ถ้ามุ่งแต่จะทำทุกทางเพื่อเปิดประเทศหาเงินมาให้ได้มากที่สุดท่ามกลางภาวะวิกฤตโรคระบาดรุนแรงทั่วโลกเช่นนี้ หายนะจะตามมาอย่างแน่นอน ทั่วโลกมีบทเรียนให้เราเห็นแล้ว

ดังนั้นรัฐควรทบทวนนโยบายการเปิดประเทศ ชะลอการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และอย่าหลงคารมการล่อด้วยกิเลสเม็ดเงินด้วยการลดระยะเวลากักตัว เนื่องจากระบบกักตัว 14 วันนั้นเป็นหัวใจหลักที่จำเป็นต้องทำ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในวันนี้จะมีการประชุมของคณะกรรมการชุดใหญ่ประจำศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เพื่อพิจารณาการต่ออายุการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) รวมทั้งรายละเอียดของมาตรการในการดูแลกลุ่มชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวพิเศษ (Special Tourist Visa: STV)