“จตุพร” ขู่ปากสั่น นายกฯจะสู้กับใคร ฟุ้งอย่าท้าทายปชช.! ขณะผลโพลฟาดหน้าม็อบเผย คนไทยยังเลือกบิ๊กตู่อยู่ต่อ!!

773

“จตุพร” ขู่ปากสั่น นายกฯจะสู้กับใคร ฟุ้งอย่าท้าทายปชช.! ขณะผลโพลฟาดหน้าม็อบเผย คนไทยยังเลือกบิ๊กตู่อยู่ต่อ!!

จากกรณีที่วันนี้ (15 มิถุนายน 2564) ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กลุ่มไทยไม่ทน นำโดย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 , นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) , นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการโดนณรงค์เพื่อ ประชาธิปไตย (ครป.) , นางพะเยาว์ อัคฮาด , นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก , นายนันทพงศ์ ปานมาศ และคณะ ยื่นหนังสือ “บันทึกความล้มเหลว” ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

เนื้อหาบันทึกดังกล่าวระบุถึงความล้มเหลว17 ข้อ อาทิ การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น ขาดจริยธรรมและคุณธรรมร้ายแรง หลอกลวงประชาชนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ใช้ระบบเผด็จการรัฐสภาแก้ไขรายมาตราที่ได้ประโยชน์ ข่มขู่คุกคามประชาชนที่เห็นต่าง สถาปนาระบบเผด็จการรัฐสภา ใช้ ส.ว.เป็นเครื่องมือออกกฎหมาย สร้างเศรษฐกิจสีเทา และระบบทุนนิยมผูกขาดประชารัฐ ใช้การระบาดโควิด-19 และความทุกข์ประชาชนเป็นเครื่องมือกระชับและผูกขาดอำนาจครอบจักรวาล เป็นต้น

ด้านนายจตุพร กล่าวว่า ที่ผ่านมากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญสะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เอาจริง ส่วนประเด็นที่บอกไม่ยุบสภา และจะอยู่จนครบวาระ ก็เชื่อถือไม่ได้เพราะไม่เคยพูดจริงสักอย่าง ปากบอกไม่รัฐประหารก็ทำ บอกจะปราบโกงก็ไม่ทำ และที่บอกว่าจะไม่ยุบสภาก็คงไม่น่าเชื่อ ส่วนที่ประกาศว่ายิ่งไล่ยิ่งสู้ ถามว่าคิดจะสู้กับใคร การท้าทายเช่นนี้หมายถึงใคร

ขอฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ พูดเช่นนี้แปลว่าไม่รู้จักประชาชน เพราะปัญหาที่เกิดล้วนเกิดจากพล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะเรื่องวัคซีนไม่ต้องโทษใคร ให้โทษพล.อ.ประยุทธ์ ที่รวบอำนาจจัดการคนเดียว และคนไทยต้องทนอยู่กับอาการไม่อยู่กับร่องกับรอยของพล.อ.ประยุทธ์ อย่างนี้หรือ ดังนั้นขอบอกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ได้สู้แน่นอนแต่จะสู้ไหวหรือไม่ให้รอดู ในวันที่24 มิถุนายน นี้ พวกตนจะมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่ระบอบประยุทธ์ ที่ยิ่งอยู่ทำให้ประเทศยิ่งแย่ ส่วนจะมาในรูปแบบใดจะแถลงให้ทราบในวันที่ 22 มิถุนายน นี้

อย่างไีรก็ตาม หลายคนมองว่า การที่นายจตุพร ออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เหมือนกับว่า เป็นการนำเอาประชาชนมาอ้างเพื่อต้องการที่ล้มระบอบประยุทธ์ ทั้งๆที่มีการสำรวจของซูเปอร์โพล ซึ่งประชาชนคนไทยยังยืนยันว่า ยังเลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

โดยเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความนิยม ผู้นำรัฐบาล กับ ประชาธิปไตย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศนั้น

ทั้งนี้โดยมีการดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,400 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 – 12 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 55.4 มีระดับความวางใจในระบอบประชาธิปไตยว่า ช่วยลดความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนได้ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 28.4 วางใจปานกลางและร้อยละ 16.2 วางใจค่อนข้างน้อยถึงไม่วางใจเลย

ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.4 ระบุผู้นำที่เด็ดขาด สั่งการและควบคุมแก้ปัญหาชาติและประชาชนมีประโยชน์ ช่วยได้ ในขณะที่ร้อยละ 6.6 ระบุไม่มีประโยชน์ ช่วยไม่ได้เลย

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.5 ระบุสิ่งที่เห็นและเป็นไปในประชาธิปไตยบ้านเราคือ ในการแก้ปัญหาวิกฤตชาติ มีคนมือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ คอยแต่ตำหนิคนทำงาน ในขณะที่ร้อยละ 95.9 ระบุ ประชาชนผู้มีรายได้น้อยยังมีสิทธิเข้าถึงความจำเป็นพื้นฐาน เช่น สวัสดิการแห่งรัฐ และร้อยละ 95.8 ระบุ รัฐบาล ถูกวิพากษ์ วิจารณ์ได้จาก สื่อมวลชน นักการเมืองและประชาชนทั่วไป เป็นต้น

ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.4 ระบุประเทศไทยวันนี้มีความเป็นประชาธิปไตย ในขณะที่ร้อยละ 10.6 ระบุไม่มี อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงอีก 20 ปีข้างหน้า พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.0 ระบุประเทศไทยจะยังคงมีความเป็นประชาธิปไตยอยู่ ในขณะที่ร้อยละ 4.0 มองว่าจะไม่มี

เมื่อถามถึงความนิยมต่อนักการเมืองบุคคลสำคัญต่าง ๆ ถ้าวันนี้เลือกได้จะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 30.8 ระบุ เลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมาคือ ร้อยละ 14.9 ระบุ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อันดับสามหรือร้อยละ 5.3 ระบุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 4.8 ระบุ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 3.1 เช่นกันระบุ นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ ร้อยละ 2.1 ระบุ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในขณะที่ร้อยละ 13.4 ระบุคนอื่น ๆ และร้อยละ 25.6 ระบุไม่ทราบ ไม่มี