หวังอี้เดินสายเชื่อมสัมพันธ์ต.อ.กลาง!?!หลังรมว.ต่างประเทศ 3 ชาติมุสลิมส่งเทียบเชิญ ทั้งตอลิบัน-รัฐบาลอาฟกาฯอ้าแขนต้อนรับ

549

หวังอี้ มือวางอันดับหนึ่งของจีนเดินสายเยือนตะวันออกกลางอย่างผ่าเผย พร้อมการลงนามในความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับ 3 ประเทศในตะวันออกกลาง ในด้านการค้า, การลงทุน, ความร่วมมือทางเทคโนโลยี, พลังงานและวัฒนธรรม ตลอดจนโครงการ BRI ที่จีนมีเงินมหาศาลที่พร้อมให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะอิหร่านที่ยิ่งร่วมมือกับจีนมากยิ่งขึ้น ในด้านพลังงาน ปัจจุบันจีนเป็นลูกค้ารายใหม่ของน้ำมันอิหร่าน และด้วยเหตุนี้จะเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางหรือ BRI ด้วย เท่ากับว่า จีนชนะทางยุทธศาสตร์สหรัฐฯไปอีกหนึ่งก้าว ซึ่งทำให้บุชต้นแบบเข้าสู่ตะวันออกกลางด้วยปืนและความตายออกมาวิจารณ์ไบเดนว่าตัดสินใจผิด

ยิ่งนกด้วยกระสุนนัดเดียวแต่ได้นกเป็นฝูง เพราะไม่เพียงขยายขอบเขตอิทธิพลจีนเข้าตะวันออกกลาง แต่ชาติมุสลิมเหล่านี้ยังไม่ออกมาต่อต้านจีนในเรื่องที่ตะวันตกกล่าวหาว่าจีนมีการกระทำ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” กับชาวมุสลิมอุยกูร์ในซินเจียงด้วย เพราะตระหนักดีว่าเป็นเกมการเมืองน่าละอายของสหรัฐ-พันธมิตรตะวันตก ตรงกันข้าม ประเทศมุสลิมเหล่านี้กลับชื่นชมจีนและกระชับสัมพันธ์กับจีนแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ทันทีที่ปธน.โจ ไบเดนแห่งสหรัฐฯประกาศถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานภายใน 30 ก.ย.2564 รมต.ต่างประเทศจีน:หวัง อี้ก็มีกำหนดการเยือนประเทศรอบๆ อัฟกานิสถาน 3 ประเทศคือ เติร์กเมนิสถาน, ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถานทันที

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

 

 

ในวันที่ 12-16 กรกฎาคมนี้ ตามคำเชิญของรมต.ต่างประเทศของทั้ง 3 ประเทศ รมว.ต่างประเทศจีนจะเข้าร่วมประชุมระดับรมต.ต่างประเทศ SCO-Afghanistan Contact Group ซึ่งรมต.หวังอี้จะล็อบบี้เพื่อนำเรื่องการสร้างสันติภาพ และความปรองดองในอัฟกานิสถานให้เป็นหัวข้อสำคัญของกลุ่ม SCO หรือ เซียงไฮ้คอร์ปอเรชัน ที่มีจีน, รัสเซีย เป็นใจกลาง ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2001 และมีสมาชิกเป็นอดีตเมืองบริวารของสหภาพโซเวียต รวมทั้งมีอิหร่านเป็นประเทศสังเกตการณ์ด้วย

สุญญากาศที่กำลังเกิดขึ้นจากการถอนกองทัพสหรัฐฯ ออกอย่างเร่งด่วน จากอัฟกานิสถาน ถูกมองโดยประเทศรอบๆ อัฟกานิสถานที่อยู่ใน SCO ว่าเป็นความไม่รับผิดชอบของสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ ไม่ต้องการอยู่ต่อจนกำลังมีทีท่าจะเกิดสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายตอลิบาน และฝ่ายรัฐบาลหุ่นของสหรัฐฯ ซึ่งความไม่สงบที่กำลังจะเกิดในอัฟกานิสถานครั้งนี้ จะทำให้ประเทศเพื่อนบ้านของอัฟกานิสถานเดือดร้อนจากการอพยพของผู้คนทะลักหนีสงครามกลางเมืองข้ามชายแดนมาก่อความวุ่นวายในประเทศของตน

ขณะที่ประเทศรอบๆ อัฟกานิสถานกำลังมองว่า จีนจะสามารถเข้ามาช่วยทำให้เกิดความสงบในอัฟกานิสถาน ด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ ถึงขนาดโฆษกของกลุ่มตอลิบาน นายซูเฮล ชาฮีน(Suhail Shaheen) เพิ่งพูดกับสื่อเมื่อสองสามวันมานี้ว่า ตอลิบานมองจีนเป็น “เพื่อน” และจะพยายามเจรจาให้จีนมาลงทุน และก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานในอัฟกานิสถานโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างอัฟกานิสถานขึ้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งหลายประเทศเพื่อนบ้านอัฟกานิสถาน โดยเฉพาะปากีสถาน ก็ยินดีกับความร่วมมือแน่นแฟ้นกับจีนเพื่อสร้างและพัฒนาอัฟกานิสถานขึ้นมาใหม่

ส่วนจีนนั้น ก็คงจะคลายความวิตกที่สามารถตัดการเชื่อมต่อระหว่างกลุ่มตอลิบัน และกลุ่มชาวอุยกูร์ต่อต้านจีนที่หนุนหลังโดยสหรัฐในซินเจียงของจีน เพราะจีนไม่ต้องการให้ชาวอุยกูร์ของซินเจียง ได้รับการฝึกอาวุธจากกลุ่มอิสลามรุนแรงหรือหน่วยพิเศษของตะวันตก ด้านตอลิบันก็เหนื่อยล้ากับสงครามไม่จบสิ้น รัฐบาลอาฟกานิสถานก็หวาดหวั่นถูกเช็คบิลฐานเป็นบริวารตะวันตกทุกฝ่ายจึงหวังว่าจีนจะช่วยเป็นแกนกลางสร้างสันติภาพได้ ถ้ามีรัสเซียมาหนุนอีกแรง ความเป็นไปได้ที่จะเห็นสันติภาพในประเทศอาฟกานิสถานยิ่งมีสูง

เมื่อวันอังคารที่13 ก.ค.2564 ประธานาธิบดีอัชราฟ กอนี(Ashraf Ghani)  ของอัฟกานิสถาน เดินทางไปยังจังหวัดบาล์กฮ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความมั่นคง หลังจากกลุ่มตอลิบันผลักดันกองกำลังของรัฐบาลล่าถอยออกจากอำเภอต่างๆ ในจังหวัดดังกล่าว กอนี วัย 72 ปี ยืนยันกับประชาชนว่า จะจัดการกับกลุ่มตอลิบันและเข้ายึดพื้นที่ต่างๆกลับคืนมาในไม่ช้า

ขณะที่เวลานี้ดูเหมือนรัฐบาลอัฟกานิสถานอ่อนกำลังลงอย่างชัดเจน ทางด้านอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ได้ออกมาตำหนิการตัดสินใจของทำเนียบขาวภายใต้การนำของปธน.ไบเดน ว่า การถอนทหารอเมริกันทั้งหมดเท่ากับปล่อยให้ตอลิบันไล่เข่นฆ่าชาวอัฟกัน

ทั้งนี้ คณะบริหารของบุชคือผู้เปิดฉากบุกอัฟกานิสถานในปี 2001 และโค่นล้มรัฐบาลตอลิบันที่เวลานั้นครองอำนาจอยู่ในกรุงคาบูล ภายหลังเหตุวินาศกรรมอเมริกาเมื่อวันที่ 11 กันยายน โดยสหรัฐฯอ้างว่าฝีมือของกลุ่มอัลกออิดะห์ ซึ่งนำโดยอุซมะฮ์ บินลาเด็น พักพิงอาศัยอยู่กับตอลิบันในอัฟกานิสถาน

ประกาศไล่ล่าบินลาเดน แต่ถล่มอัฟกานิสถานในข้อหาไม่ส่งตัวถือเป็นการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ในเวลาต่อมา บุชและบรรดาที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของเขา ถูกกล่าวหาว่าประเมินสถานการณ์ในอัฟกานิสถานผิดพลาด ประมาณว่าพอนักรบมูจาฮิดีนในนามกลุ่มอัลกออิดะห์เอาชนะทหารโซเวียตรัสเซียสำเร็จ ก็สำเร็จโทษลูกน้องตัวเอง จนทำให้กลุ่มอัลกออิดะห์กลายร่างเป็นตอลิบันฟื้นคืนชีพแข็งแกรงนับตั้งแต่นั้น แต่ในที่สุดสมัยอดีตปธน.โอบามา ก็สามารถสังหารบินลาเดนสำเร็จ

ทางด้าน เบน วอลเลซ รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักรบอกว่า ประเทศของเขาพร้อมทำงานร่วมกับตอลิบาน หากตอลิบานตกลงร่วมแบ่งปันอำนาจกับรัฐบาลอัฟกานิสถานและปฏิบัติตามบรรทัดฐานสากล การแสดงท่าทีเช่นนี้ของลอนดอน นับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ตอกย้ำว่า รัฐบาลฝ่ายตะวันตกกำลังทบทวนปรับเปลี่ยนนโยบายต่ออัฟกานิสถานอย่างรวดเร็ว