สุดท้ายหางก็โผล่! “จตุพร” ขุดแผนพิฆาตฟ้าทะลายโจร ขู่ประยุทธ์ต้องลาออก? อึ้ง!!! ยื่น 4 ข้อ ต้องปรับปรุงสถาบัน!

1760

สุดท้ายหางก็โผล่! “จตุพร” ขุดแผนพิฆาตฟ้าทะลายโจร ขู่ประยุทธ์ต้องลาออก? อึ้ง!!! ยื่น 4 ข้อ ต้องปรับปรุงสถาบัน!

จากกรณีที่วันนี้ (22 มิถุนายน 64) ทางเพจ ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย – United People for Thailand UPT ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่วันนี้ กลุ่มไทยไม่ทนได้ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ ต่อรัฐบาล เรียกร้องนายกลาออกจากตำแหน่งในทันที  โดยระบุข้อความว่า

มาแล้ว “ไทยไม่ทน” ยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ ต่อรัฐบาล เรียกร้องนายกลาออกจากตำแหน่งในทันที เพื่อให้รัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มีความสามารถมาแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองในสถานการณ์วิกฤตตามครรลองประชาธิปไตย
หลังจากนั้นพันธกิจของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินฯ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตย แก้ไขเศรษฐกิจผูกขาด ฉีดวัคซีนฟรีทั่วประเทศ และตั้งกรรมาธิการพิเศษปรับปรุงสถาบันต่างๆ ในรัฐสภา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รายละเอียดตามจดหมายด้านล่างนี้
ที่ ๑๗/๒๕๖๔ วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๔ เรื่อง ให้นายกรัฐมนตรีลาออก
เรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เนื่องจากการประกาศชุมนุมของ #ไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ นี้ เพื่อรวมพลังแม่น้ำร้อยสายภาคประชาชนร่วมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการคอร์รัปชั่นอำนาจ บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว สร้างระบอบอำนาจนิยมและธุรกิจการเมือง โดยทุจริตประพฤติมิชอบมาอย่างยาวนานเพื่อผลประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง สร้างระบบเศรษฐกิจผูกขาด บริหารบ้านเมืองผิดพลาด ทำให้เกิดโรคระบาดร้ายแรงไปทั่ว สถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กพังทลายจนล้มเลิกกิจการ ประชาชนอดอยากยากแค้นแสนเข็ญเนื่องจากเศรษฐกิจฝืดเคืองและคนตกงาน ละเมิดสิทธิมนุษยชน แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและเป็นภัยต่อความมั่นคงของสังคมมาตลอด ๗ ปีที่ผ่านมานั้น
คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ได้จัดเวทีอภิปรายต่อสาธารณะครั้งแรกที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ในวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔ และเดินสายชี้แจงปัญหาต่อสาธารณะในสถานการณ์โควิด-๑๙ ระบาด โดยการจัดเวทีปราศรัยไทยไม่ทนออนไลน์รายสัปดาห์ และตลอด ๙ วัน ๙ คืนในวันครบรอบ ๗ ปีการรัฐประหาร และยื่นจดหมายเรียกร้องให้ทุกฝ่ายถอนตัวจากการเข้าร่วมรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อร่วมหาทางออกของชาติบ้านเมือง ซึ่งเสียหายร้ายแรงมากกว่าที่ทุกฝ่ายจะร่วมรับผิดชอบต่อไปได้ โดยมีการยื่นหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๑๕๖๔ ขอให้พรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อเห็นแก่ชาติและประชาชน ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล ในวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ขอให้พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
นอกจากนั้นยังได้เคลื่อนไหวยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการทหารบก ขอให้ลาออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา เพื่อวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ในวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ รวมถึงผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผ่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ ให้ลาออกจากวุฒิสภาโดยตำแหน่ง เพื่อยุติการเป็นเสาค้ำยันระบอบประยุทธ์ ที่สืบทอดอำนาจปกครองบ้านเมืองโดยมิชอบจนบ้านเมืองล้มเหลวและเกิดวิกฤต
ต่อมาได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลโดยตรงในวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๔ ขอให้รัฐบาลรับผิดชอบชดใช้ประชาชนจากการรวบอำนาจสร้างระบบเศรษฐกิจทุนนิยมผูกขาดประชารัฐ และทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจการเมืองถึง ๗ ด้านท่ามกลางการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจผูกขาดกินรวบประเทศไทย โดยเอื้อผลประโยชน์ให้มหาเศรษฐกิจ-เจ้าสัว และนักธุรกิจพลังงาน ปล่อยให้มีการผูกขาดกิจการสาธารณประโยชน์ขั้นพื้นฐานซึ่งขัดรัฐธรรมนูญการปกครอง กดขี่ขูดรีดประชาชนจนเกิดความเหลื่อมล้ำมหาศาล ทั้งยังอนุญาตให้ทุนต่างชาติเข้าครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินถาวรผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI.) และเช่าที่ดิน ๙๙ ปีโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC.)
รวมถึงได้มีการการยื่นหนังสือถึงคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๑๕ มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อบันทึกผลงานความล้มเหลวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ๑๗ ประการ และเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายของบ้านเมือง โดยการลาออกจากตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นทางออกเดียวที่ประเทศชาติจะชะลอการพบกับหายนะครั้งใหญ่ได้ จากความเห็นแก่ตัวและเมามัวลุ่มหลงอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนที่ประชาชนจะหมดความอดทนและออกมาขับไล่รัฐบาลเต็มบ้านเมือง เนื่องจากความฉ้อฉล หลอกหลวง ประวิงเวลา ตระบัตสัตย์ต่อประชาชน ส่งเสริมระบบธุรกิจการเมืองและการทุจริตคอร์รัปชั่นงบประมาณแผ่นดิน ขาดจริยธรรมและคุณธรรมอย่างร้ายแรง คุกคามประชาชน แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเผด็จการรัฐสภา สร้างระบบเศรษฐกิจสีเทาและทุนนิยมผูกขาดประชารัฐ ทั้งยังขายแผ่นดินให้ต่างชาติครอบครองมหาศาล และหาประโยชน์จากการระบาดร้ายแรงของโรคโควิด-๑๙ จนประชาชนเดือดร้อนไปทุกหัวระแหง โดยการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ ต่อไปไม่สิ้นสุด
จากมูลเหตุปัญหาและความเสียหายทั้งหมดจากระบอบประยุทธ์ข้างต้นนั้น เกินพอที่จะไม่อนุญาตให้พล.อ.ประยุทธ์ ทำลายชาติบ้านเมืองอีกต่อไปแม้แต่วันเดียว คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย และเครือข่ายภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ ทั่วประเทศจึงได้ประกาศร่วมกันชุมนุมทางการเมือง และมาชี้แจงมูลเหตุแห่งการประกาศชุมนุมขับไล่รัฐบาลในวันนี้ โดยคณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย มีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้
1. ขอประกาศขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในทันที เพื่อให้รัฐสภาเลือกบุคคลอื่นที่มีความสามารถมากกว่ามาบริหารบ้านเมืองในสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้โดยเร็วที่สุดตามครรลองประชาธิปไตย
2. พันธกิจของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจผูกขาดและล้มเหลวในทันที ยกเลิกการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และฉีดวัคซีนฟรีทั่วประเทศตามความสมัครใจของประชาชน ฟื้นฟูชาติบ้านเมืองจากวิกฤตด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว
3. ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยฉบับใหม่โดยประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด โดยให้เสร็จก่อนหมดวาระเพื่อการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าภายใต้กติกาที่เป็นประชาธิปไตยและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายในสังคม
4. ให้มีการตั้งกรรมาธิการพิเศษในรัฐสภาเพื่อปรับปรุงสถาบันและองค์กรทางการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะการปฏิรูปกองทัพและตำรวจอย่างเป็นระบบเพื่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงข้อเสนอการปรับปรุงสถาบันกษัตริย์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จึงขอชี้แจงมูลเหตุความล้มเหลวของบ้านเมืองและประกาศเจตนารมณ์มายังรัฐบาลให้ทราบโดยทั่วกัน
ในขณะเดียวกัน ทางนายจตุพร ได้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงแนวทางการเคลื่อนไหวในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ ว่า ในการชุมนุมในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ เป็นยุทธการ แม่น้ำ 100 สาย ถ้าหากว่าทำเนียบรัฐบาลถูกปิดกั้นตามที่เป็นข่าว ให้มาเจอกันที่สะพานผ่านฟ้า เพื่อมุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาล โดยจะใช้แผนพิฆาตฟ้าทะลายโจร จัดการพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตนจะไม่รอถึง 120 วัน เพราะตนไม่เชื่อคำพูดของพลเอกประยุทธ์
โดยในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ สถานการณ์จะเป็นตัวกำหนดว่าจะยืดเยื้อหรือไม่ ให้มวลชนเตรียมตัวเอาไว้ว่าเราจะตัดสินใจอย่างไร จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ส่วนในภาคของประชาชนจะไม่มีการขัดแย้งกัน เพราะแต่ละฝ่ายสามารถเดินด้วยกันได้ มีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ ขับไล่พลเอกประยุทธ์ ทั้งนี้ยังได้บอกว่า ชะตาของพลเอกประยุทธ์ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 มิถุนายน ในฐานะนายกรัฐมนตรี