“ไบร์ท” หอบลูกมาไต่สวนละเมิดอำนาจศาล! ไม่รอดโดนสั่งจำคุก ไม่รอลงอาญา เหตุพฤติการณ์ร้ายแรง ด่าหยาบคาย

634

“ไบร์ท” หอบลูกมาไต่สวนละเมิดอำนาจศาล! ไม่รอดโดนสั่งจำคุก ไม่รอลงอาญา เหตุพฤติการณ์ร้ายแรง ด่าหยาบคาย

จากกรณีที่นายชินวัตร จันทร์กระจ่างหรือไบร์ท แกนนำม็อบราษฎร ถูกดำเนินคดีในข้อหาละเมิดอำนาจ เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ได้ร่วมชุมนุมหน้า ศาลอาญารัชดา เพื่อให้กำลังใจในวันที่จะยื่นประกันตัวราษฎรทั้ง 7 คน ได้แก่ เพนกวิน, รุ้ง, นุ๊ก-จัสติน, แอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์, ทนายอานนท์, พอร์ท ไฟเย็น และไมค์ ภาณุพงค์

ล่าสุดวันนี้ (8 มิ.ย.64) เวลา 10.00 น. ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาลที่มีผู้อำนวยการประจำสำนักอำนวยการศาลอาญา ผู้กล่าวหา นายชินวัตร หรือไบรท์ จันทร์กระจ่าง แกนนำราษฎรนนทบุรี ผู้ถูกกล่าวหาฐานประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่าการนัดไต่สวนในวันนี้ จากกรณีเมื่อวันที่ 29 เม.ย.64 ที่ นายชินวัตร ได้ร่วมชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมบริเวณหน้าบันไดทางขึ้นอาคารศาลอาญาและให้เครื่องขยายเสียงในการปราศรัยลักษณะไม่เคารพศาลอาญา และกล่าวถ้อยคำด่าหยาบคายอื่นๆ โดยส่วนตัวไม่มีความเห็นและในฐานะทนายความไม่สามารถบอกได้ว่า นายชินวัตร กระทำผิดหรือไม่ ต้องฟังการไต่สวนของศาลจะกล่าวหาอย่างไร หากศาลระบุว่ามีความผิดก็ต้องว่าไปตามนั้น

โดยทาง ทวิตเตอร์ สหายสำนักข่าวราษฎร @opol999 ได้โพสต์คลิปขณะไบร์ทได้เดินทางมาถึงบริเวณศาลอาญา โดยระบุข้อความว่า 10.00 ไบร์ท ชินวัตร หอบลูกน้อย มาฟังคำไต่สวน คดี #ละเมิดอำนาจศาล จากการชุมนุม #ม็อบ29เมษา โปรดจับตาศาลจะมีคำสั่งอย่างไร เพราะคดีที่แล้ว โทษขังรอลงอาญา ครับ

ล่าสุดทางทวิตเตอร์ของ iLawFX ได้ทวีตข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า

15.00 น. ศาลอาญามีคำสั่งจำคุกชินวัตร จันทร์กระจ่าง ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นเวลา 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เพราะเห็นว่าพฤติการณ์การชุมนุมในวันที่ 29 เมษายนมีความร้ายแรง เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและเป็นการจงใจฝ่าฝืนข้อกำหนดเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล
โดยก่อนหน้านี้ ไบร์ท ชินวัตร ได้สวมสวมกางเกงขาสั้นและรองเท้าไม่รัดส้นมา เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ ศาลต้องมีการปฏิรูป กลับมายึดหลักความยุติธรรมต่อไป ทั้งในเรื่องของการคุมขังผู้ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งยังไม่ได้มีคำสั่งตัดสินเด็ดขาดว่าเป็นผู้ทำผิด สิ่งเหล่านี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น