ม้ามืดชิงตำแหน่ง “ผอ.ไทยพีบีเอส” แฉยับ ถูกตัดสิทธิ์กลางอากาศ แถมดัน “ผอ.คนเก่า” แข่งกับ “ผอ.สะพานปลา”

4936

กลิ่นแปลกๆ!? ม้ามืดชิงตำแหน่ง “ผอ.ไทยพีบีเอส” แฉยับ ถูกตัดสิทธิ์กลางอากาศ แถมดัน “ผอ.คนเก่า” แข่งกับ “ผอ.สะพานปลา”

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.64 ที่ผ่านมา ทางด้านของ “นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที” ผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส ได้ยื่นหนังสือ ถึงทางด้านของ “นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี” ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ของคณะกรรมการสรรหา เพื่อสอบถามถึงเหตุผล ที่ไม่ให้ผู้สมัครทั้ง 5 ราย แสดงวิสัยทัศน์ กลับตัดทิ้งจนเหลือแค่ 2 คน

โดยหนึ่งในนั้นคือ “รศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล” อดีต ผอ.ไทยพีบีเอส และคู่แข่งคือ “ผศ.ดร.มานพ กาญจนบุรางกูร” ซึ่งเป็นอดีต ผอ.องค์การสะพานปลา ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการแข่งที่ไม่ยุติธรรม หรือ มวยคนละรุ่นเลยก็ว่าได้ เหมือนกับว่าจะการที่จะดัน รศ.ดร.วิลาสินี หรือ อดีต ผอ.ไทยพีบีเอส เข้ามารับตำแหน่งแบบไม่ต้องมีคู่แข่ง

ทั้งนี้ทางด้านของ นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ได้ระบุรายละเอียด ร้องสอบถามความโปร่งใส่ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

อันเนื่องมาจากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เป็นองค์กรสื่อมวลชนชั้นนำของสังคมไทย และดำเนินนโยบายโดยใช้งบประมาณภาษีพิเศษของประเทศชาติ ถือเป็นองค์กรสื่อมวลชนที่สำคัญของสาธารณะ เป็นผู้นำทางสติปัญญาของสังคม มุ่งส่งเสริมสิทธิและโอกาสของผู้คนในสังคมอย่างกว้างขวาง ผู้สมัครทั้ง 5 ท่านคงมีความภูมิใจไม่น้อยที่ได้มีโอกาสไปสมัคร เพื่อให้คณะกรรมการสรรหาได้มีโอกาสทำหน้าที่คัดสรร เลือกสรร สอบถามวิสัยทัศน์อย่างเต็มกำลัง ในสมัครครั้งแรกก็มาสมัครกันน้อย จนต้องมีการขยายเวลาให้มีผู้สมัครมากขึ้น เพื่อให้องค์กรไทยพีบีเอสได้มีโอกาสแสวงหาคัดสรรทรัพยากรบุคคลเข้าไปทำหน้าที่ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ได้ทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ สร้างสรรค์สติปัญญาและข้อมูลข่าวสาร ให้เป็นที่ยอมรับของสังคมไทย

ผมเองในฐานะผู้สมัครคนหนึ่งซึ่งทำงานในวิชาชีพด้านสื่อมวลชน รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เข้าสู่การสรรหา เมื่อมีโอกาสได้เสนอตัวไปสมัครเป็นผู้บริหารให้กับองค์กรสำคัญด้านสื่อของสังคมไทย มีความเห็นว่า มีความจำเป็นอยู่เอง ที่คณะกรรมการสรรหาจะสร้างโอกาสที่เปิดกว้างให้แก่กรรมการนโยบายซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูง ได้รับฟังวิสัยทัศน์ สอบซักถามวิสัยทัศน์ผู้สมัคร ซึ่งมีกันเพียงแค่ห้าคนเท่านั้นเอง ให้ได้มีโอกาสร่วมสอบถามวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ความรู้ความสามารถ ตรวจสอบคัดสรรผู้สมัครอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ มีบรรยากาศการซักถาม แสดงความภูมิความรู้ ปฏิภาณวิสัยทัศน์ขององค์กรสื่อสาธารณะ เพื่อเปิดโอกาสให้คณะกรรมการนโยบายได้เข้าถึงตัวบุคคลที่มีกันเพียงแค่ห้าท่าน ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ ร่วมซักถาม ร่วมกับคณะกรรมการสรรหา และอาจจะเชิญผู้บริหารบรรณาธิการหัวหน้าส่วนงานร่วมรับฟัง อาจจะไม่มีโอกาสให้คะแนน แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมการรับรู้การมีส่วนร่วมเพื่อหลอมรวมช่องว่างในการทำงานเพื่อบ้านเมืองและสาธารณะ

จึงเรียนสอบถามและปรึกษาหารือมายังประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ว่า

– ในการเชิญผู้สมัครไปแสดงวิสัยทัศน์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 ในการพิจารณามีกรอบกฏเกณฑ์การให้คะแนนต่อผู้สมัครอย่างไรบ้าง? มีรายละเอียดเกณฑ์การพิจารณาความรู้ความสามารถของแต่ละท่านให้คะแนนแก่ผู้สมัครกันอย่างไร?

– ขอทราบเหตุผลเมื่อมีผู้สมัครเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น ทำไมไม่เปิดโอกาสให้ผู้สมัครซึ่งมีกันน้อย ให้กรรมการนโยบายได้เข้าร่วมรับฟังซักถามมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงในระดับนโยบายขององค์กรได้เข้าถึงโอกาสแห่งการเลือกสรร สอบวิสัยทัศน์ สักถามแสวงหาทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ

– ทราบว่าคณะกรรมการสรรหามากันไม่ครบ ประธานคณะกรรมการสรรหาได้ใช้ระเบียบอำนาจสรรหามีรายละเอียดอย่างไร และครบองค์ประกอบตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยหรือไม่? ในการทำหน้าที่

ผมเองในฐานะผู้สมัครคนหนึ่ง รู้สึกเป็นเกียรติที่มีโอกาสแสดงตัวเข้าสู่การสมัคร เพื่อให้องค์กรสาธารณะ หรือหน่วยงานราชการของสังคม ได้มีโอกาสเฟ้นหาทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความมุ่งมั่น อุทิศตัวทำงานให้บ้านเมืองและหน่วยงานราชการ ผมเองมีประสบการณ์ในการได้รับเชิญให้เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในหลายองค์กร รวมทั้งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีประธานศาลฏีกาเป็นประธานคณะสรรหามีผู้สมัครมากถึง 80 คน ผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์และมีใจมุ่งมั่นทำงานให้สาธารณะ ได้รับเกียรติถูกซักถามสอบถามวิสัยทัศน์ทั้ง 80 คนอย่างเต็มที่ โดยคณะกรรมการสรรหาแม้จะเหน็ดเหนื่อย ทั้งผู้สมัครและกรรมการสรรหาต่างก็เสียสละทุ่มเท “สร้างวัฒนธรรมของการคัดสรรบุคคลากรให้กับองค์กรสาธารณะของประเทศชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ”

ผมเองในฐานะผู้สมัครคนหนึ่งที่พอมีความรู้ความสามารถในการทำงานด้านสื่อมา 30 ปี เชื่อว่า ผู้มาสมัครผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ทั้ง 5 ท่าน เป็นคนมีความรู้ความสามารถเต็มเปี่ยม และผมเองเชื่อว่าเป็นผู้สมัครคนหนึ่งที่น่าจะได้คะแนนน้อยที่สุด แต่ก็อยากจะเรียนปรึกษาหารือมายังประธานกรรมการสรรหาว่า จะทำอย่างไรให้ผู้สมัครผู้ที่มีความตั้งใจทำงานให้กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย คนที่ 3 หรือคนที่ 4 ควรเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงวิสัยทัศน์ ได้รับเกียรติแห่งสิทธิของการเข้าร่วมการเลือกสรรที่ดี ให้คนที่ได้คะแนนที่ 3 หรือที่ 4 ได้มีโอกาสให้กรรมการนโยบายซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของ ส.ส.ท. ได้เข้าถึงการแสวงหาบุคคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ มีความชัดเจน โปร่งใส

จึงเรียนปรึกษาหารือและสอบถามหลักเกณฑ์ต่างๆ มายังประธานกรรมการสรรหา ได้โปรดชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร อันจะเป็นการสร้างความโปร่งใส และก่อให้เกิดประโยชน์ กับองค์กรสื่อมวลชนสาธารณะที่สำคัญของสังคมไทย