ชัดเจนสุดๆ แห่ล่าชื่อไล่ “อนุทิน” ทะลุ 80,000 ชื่อ แท้จริงต้องการขยี้ “ประยุทธ์” หวังล้มทั้งรัฐบาล

2245

ชำแหละ ลูกไม้เด็ดสามกีบ!? ชัดเจนสุดๆ แห่ล่าชื่อไล่ “อนุทิน” ทะลุ 80,000 ชื่อ แท้จริงต้องการขยี้ “ประยุทธ์” หวังล้มทั้งรัฐบาล!?

จากกรณีที่ได้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงอยู่ในขณะนี้ และไม่มีทีท่าหรือ แผนการณ์ที่จะทำให้น่าเชื่อถือได้ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีแผนการอะไรในการหยุดยั้งการแพร่ระบาด และอาจจะยิ่งทำให้เกิดการขยายตัวเป็นวงกว้าง

ทำให้ทางด้านของ ประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมาก ต่างมองว่า การบริหารจัดการเชิงนโยบายในส่วนของฝ่ายบริหาร ซึ่งรับผิดชอบโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” กำลังล้มเหลว ในขณะที่ทางด้านของ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน กำลังทำงานกันอย่างหนัก ส่งผลให้มีการล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน นายอนุทิน ในขณะนี้

โดยทางด้านของ “หมอไม่ทน” ได้สร้างแคมเปญรณรงค์ ผ่าน www.change.org ในหัวข้อ เรียกร้องให้อนุทิน รัฐมนตรีสธ​.​ลาออก จากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการระบาด COVID19 โดยต้องการทั้งหมด 150,000 รายชื่อ ซึ่งล่าสุดในขณะนี้เวลาประมาณ 16.00 น. ได้มีผู้ลงชื่อร่วมสนับสนุนแล้วประมาณ 82,422 คน

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

โดยภายในรายละเอียดของแคมเปญการรณรงค์ในครั้งนี้ มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

กว่า 1 ปีเต็มที่ผ่านมาของการระบาด COVID-19 เป็นข้อพิสูจน์แล้ว ว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่มีความสามารถมากพอในการควบคุมดูแลการแพร่ระบาดของ COVID19 ทั้งเรื่องการวางนโยบาย การจัดการทรัพยากร การจัดหาวัคซีน และการสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรทางการแพทย์

นอกเหนือไปกว่านั้น หลายครั้งบทสัมภาษณ์จากนายอนุทิน ยังทำให้เห็นชัดเจนว่าไม่มีวิสัยทัศน์ที่เหมาะสมในการทำงานควบคุมกระทรวงที่เป็นกระทรวงหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การระบาดไม่สามารถควบคุมได้

เริ่มต้นตั้งแต่ที่พูดว่า “เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา” เมื่อบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ ก็แจ้งว่า “หมอไม่ระวังตัวเองจนติดโควิด 19-ไม่ได้ติดจากงาน แบบนี้ต้องหวดกัน” และบทสัมภาษณ์อีกมากมาย ที่ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

จากความล้มเหลวทั้งหมดนี่ เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเราไม่อาจจะให้เวลาอันมีค่าของเรา หมดสิ้นไปกับการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพไม่มากพอได้ ขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูลลาออก และให้ผู้ที่มีความสามารถ มีความเหมาะสมมากกว่าเข้ารับตำแหน่ง ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังตกอยู่ในความวิกฤตนี้

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การลงชื่อขับไล่ นายอนุทิน ครั้งนี้ เป้าหมายหลักอาจจะไม่ใช่เหตุผลทั่วไปในเรื่องของการบริหารที่ผิดพลาด แต่เป็นการเล่นเกมส์การเมืองในรูปแบบหนึ่งของกลุ่มสามกีบ

เนื่องจากว่า การชี้เป้าให้เห็นความล้มเหลวของ นายอนุทิน จะสอดคล้องกับการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้จัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เมื่อวันที่ 12 มี.ค.64 และได้มอบหมายให้ทางด้านของ นายอนุทิน เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ การที่ นายอนุทิน บริหารล้มเหลว ก็จะสามารถโยงไปที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยเช่นกัน นี่จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ ที่จะบีบให้ทางด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไล่ นายอนุทิน ออกจากตำแหน่ง

ซึ่งหากว่าทางด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำตามกระแสของสังคมจริง ก็จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างแน่นอน นั่นก็คือ ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจของ พรรคร่วมรัฐบาลอันดับ 2 อย่าง “พรรคภูมิใจไทย” ซึ่งมีเสียงสูงถึง 61 เสียง และอาจจะเกิดการย้ายฝั่ง ถือว่าเป็นการกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอย่างมาก

ทำให้การก้าวเดินครั้งนี้ถือว่าสำคัญมากๆ สำหรับแนวทางของรัฐบาล โดยความเป็นไปได้มีหลายมุม หากว่าต้องให้ นายอนุทิน หลุดจากตำแหน่งจริงๆ ถ้าหากจะทำให้รัฐบาลเดินต่อไปได้นั้น ก็จำเป็นที่จะต้องมีนายกตัวแทน หรือท้ายที่สุดก็คือ “การยุบสภาฯ” เพราะ หากพรรคภูมิใจไทย ย้ายคั่วจริง รัฐบาลก็จะไม่สามารถทำภารกิจต่างๆได้

ซึ่งก็ได้สอดคล้องกับการที่ทางด้านของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่ได้พูดถึง การบริหารจัดการของรัฐบาลในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดระลอกที่สามในปัจจุบัน โดยได้เปิดเผยที่ทำให้หลายๆคนต่างสงสัยว่า ทำไมธนาธร จึงกล่าวว่า “การยุบสภาเกิดขึ้นก็ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม หากยุบสภาเวลานี้ กว่าที่จะได้รัฐบาลใหม่ขึ้นมาต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามเดือน ในสภาวะวิกฤตเช่นนี้ประเทศจะไม่มีรัฐบาลไม่ได้ แม้ว่าประชาชนจะไม่พอใจรัฐบาลในปัจจุบันก็ตาม” แถมยังได้มีการแนะนำว่า ทางที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ “ให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ารับตำแหน่งแทน ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่นี้ก็ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่ามีเพียงสองภารกิจเท่านั้น”

ทั้งนี้จากการสืบค้น แคมเปญรณรงค์เรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลาออกนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่กลุ่มเดียว และบางกลุ่มก็คือบุคคลที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งใครจะสามารถสร้างแคมเปญรณรงค์ เหล่านี้ขึ้นมาก็ได้ ทั้งนี้ การที่ออกมาเรียกร้องให้ นายอนุทิน ลาออกเพราะความล้มเหลว อาจจะไม่ได้อยู่ที่การแก้ปัญหาของโควิด-19 แต่เป็นการเดินเกมส์การเมืองนอกสภาของกลุ่มที่ไม่พอใจรัฐบาลนั่นเอง