เคยติดคุกหมิ่นสถาบันมาแล้ว!?! จับโกหก “ไผ่” ถ้าได้ประกันจะไม่ด่าเจ้าอีก พบตอนโดนคดีไม่ยอมเซ็นลงนาม แถมเย้ยม.112ก็เป็นแค่ชื่อ!!

1054

จับโกหก “ไผ่ ดาวดิน” แถลงจะไม่พูดถึงสถาบันอีก ปชช.สงสัย เคยติดคุกม.112 พ้นโทษมา แต่ยังเคลื่อนไหวจาบจ้วงสถาบัน!?!

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (29 มีนาคม 2564) ศาลอาญานัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน กับพวกรวม 22 คน ตาม ป.อาญา มาตรา 112, มาตรา  116 และข้อหาอื่นๆ จากกรณีร่วมกันชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ที่ ม.ธรรมศาสตร์ โดยได้เบิกตัวจำเลยซึ่งถูกคุมขังไม่ได้รับการประกันตัวมาศาล

โดยทางแกนนำราษฎรที่ถูกจับกุม คือ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ จำเลยที่ 7  ได้แถลงว่า หากได้รับการปล่อยชั่วคราวจะไม่พูดกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อีก ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้มีหลายคนตั้งคำถามถึงถ้อยคำแถลงของไผ่ ดาวดิน ว่า การที่บอกว่าจะไม่พูดถึงสถาบันอีกนั้น เชื่อได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ ไผ่ เคยถูกจับติดคุกด้วยคดีม.112 มาแล้ว

และหากย้อนไปเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 ไผ่ ดาวดิน ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อหาตามมาตรา 112 เพิ่มเติมในคดีการชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ที่สน.ชนะสงคราม ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน แต่ไม่เซ็นชื่อลงนามในเอกสารของพนักงานสอบสวน และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยจะทำหนังสือชี้แจงข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน และยังได้บอกอีกว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่2 ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาในฐานความผิดตามมาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งที่ออกมาเคลื่อนไหวยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อในครั้งนี้เพื่อพูดถึงปัญหาในสังคมไทย และการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ การใช้มาตรการดังกล่าวทำให้คนไทยไม่มีสิทธิเสรีภาพในการถูกปัญหา เป็นการยกระดับความรุนแรงในการใช้กฎหมาย

อย่างไรก็ตาม มาตรา112 ก็เป็นแค่ชื่อ และตัวบทที่แสดงให้เห็นถึงความอยุติธรรมแต่ไม่มีผลทำให้เกิดความกลัวโดยเฉพาะตนเองเคยติดคุก และมีประสบการณ์ในการถูกดำเนินคดีด้วยมาตรานี้มาแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องสู้ต่อไป และยังไม่หมดหวังในกระบวนการยุติธรรม เพียงแต่เราไม่ศรัทธาในกฎหมายเท่านั้น และคนที่นำมาใช้ก็มีเป้าหมายแค่ปิดปากประขาชนเท่านั้น

สำหรับกรณีที่ไผ่ ดาวดิน ติดคุกคดีม.112 นั้น ย้อนไปเมื่อปลายปี 2559 ไผ่ได้กดแชร์ข่าวจากเฟซบุ๊กของสำนักข่าวบีบีซีไทยเรื่องพระราชประวัติของรัชกาลที่ 10 เป็นบทความที่มีคนแชร์มากกว่าสองพันคน อัยการจังหวัดขอนแก่นยื่นฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก 5 ปี ต่อมาก็ได้รับสารภาพ โทษจึงลดเหลือกึ่งหนึ่ง คือ 2 ปี 6 เดือน และด้วยการอภัยโทษในช่วงท้ายเล็กน้อย รวมแล้วเขาอยู่ในเรือนจำทั้งหมด 870 วัน หลังจากพ้นโทษ ไผ่ ดาวดิน ให้สัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ของผู้ต้องขังกว่า 100 คน พร้อมกันในชุดเสื้อยืดสีเหลือง

“ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อน้อมถวายเป็นปฏิบัติบูชาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงมหากรุณาธิคุณอันประเสริฐตลอดไป”

ตามด้วยเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ในรุ่งอรุณของวันที่พวกเขาจะได้รับอิสรภาพ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) อภัยโทษ พ.ศ. 2562 ที่ตราขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

อย่างไรก็ตาม จากกรณีดังกล่าวและการเคลือ่นไหวของ ไผ่ ดาวดิน จึงทำให้สังคมตั้งคำถามว่า การที่ไผ่ ออกมาแถลงว่า หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว จะไม่พาดพิงและไม่พูดถึงสถาบันอีกนั้น เป็นความจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไผ่ เคยติดคุกด้วยม.112 มาแล้ว และได้รับการพระราชทานอภัยโทษ และเมื่อพ้นโทษมา ก็ยังมีการเคลื่อนไหวกับม็อบล้มเจ้า จนทำให้วันนี้ ไผ่ ต้องมาถูกดำเนินคดีด้วยม.112 อีกครั้ง และยังไม่ได้รับการประกันตัวด้วย เนื่องจากศาลให้เหตุผลว่า พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ทั้งมีเหตุอันควรให้เชื่อได้ว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจะไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกฟ้องหรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก จึงไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว