จีนเอาจริงเตือนพร้อมลุย?!? ส่งบินรบ 20 ลำว่อนเหนือน่านฟ้าไต้หวันหลังลงนามสัญญาตั้งหน่วยร่วม เผชิญหน้าจีน!

2407

ความตึงเครียดข้ามช่องแคบไต้หวันเพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง ภายหลังความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและไต้หวันแนบแน่นขึ้นถึงขนาด รมว.ต่างประเทศไต้หวันแถลงในสภาฯว่า มั่นใจในสหรัฐและพันธมิตรแข็งแกร่งพอเผชิญหน้ากับจีน ก่อนที่จะลงนามจัดตั้งหน่วยลาดตระเวนร่วมกัน เผชิญหน้าจีนที่ออกกฎหมายอนุญาตหน่วยยามฝั่งยิงเรือต่างชาติที่รุกล้ำน่านน้ำทะเลจีนใต้

วันที่ 27 มีนาคม 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างกระทรวงกลาโหมไต้หวันว่า ได้ตรวจพบเครื่องบินของกองทัพอากาศจีนรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (ADIZ) ของไต้หวันถึง 20 ลำเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มี.ค.2564 เป็นการส่งเครื่องบินรุกล้ำ ADIZ จำนวนมากที่สุดในวันเดียว

กระทรวงกลาโหมไต้หวันกล่าวว่า กองทัพอากาศไต้หวันได้เตรียมพร้อมมิสไซล์หลายลูกเพื่อ “จับตา” การรุกล้ำเข้าเขต ADIZ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน และว่า เครื่องบินของไต้หวันได้เตือนเครื่องบินของจีน ซึ่งรวมถึงการเตือนผ่านวิทยุสื่อสารด้วย

การส่งเครื่องบินรบถึง 20 ลำรุกล้ำ ADIZ ถือเป็นจำนวนมากที่สุดนับแต่กระทรวงกลาโหมไต้หวันเริ่มเปิดเผยเกี่ยวกับเที่ยวบินของกองทัพจีน ที่บินผ่านตอนใต้ของไต้หวันกับหมู่เกาะปราตัสในทะเลจีนใต้ที่ไต้หวันควบคุมอยู่ ซึ่งเกิดขึ้นเกือบเป็นประจำทุกวันตั้งแต่ปีที่แล้ว

คำแถลงกล่าวว่า เครื่องบินของจีนบางลำบินในน่านฟ้าทางใต้ของไต้หวัน แล้วผ่านช่องแคบปาซือ ที่คั่นระหว่างไต้หวันกับฟิลิปปินส์ เรื่องนี้แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการวางแผนด้านความมั่นคงของไต้หวันบอกกับรอยเตอร์ว่า กองทัพจีนกำลังฝึกซ้อมจำลองยุทธการต่อต้านเรือรบสหรัฐ ที่แล่นผ่านช่องแคบปาซือ ด้านปักกิ่งให้ความเห็นว่า เป็นการฝึกซ้อมปกติ และเป็นการแสดงออกซึ่งความมุ่งมั่นของจีนในการปกป้องอธิปไตยของตน

เครื่องบินของกองทัพจีนที่ไต้หวันกล่าวถึงเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด เอช-6 เค ที่สามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ 4 ลำ และเครื่องบินขับไล่เจ-16 อีก 10 ลำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ และเกิดภายหลังกองทัพอากาศไต้หวันระงับการฝึกทั้งหมดหลังจากเครื่องบินรบ 2 ลำชนกันกลางอากาศเมื่อวันจันทร์ ทำให้นักบินเสียชีวิต 1 นาย สูญหายอีก 1 นาย

ในวันเดียวกัน ไต้หวันและสหรัฐเพิ่งลงนามข้อตกลงฉบับแรกภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อจัดตั้งคณะทำงานยามฝั่งเพื่อประสานด้านนโยบาย หลังจากจีนผ่านกฎหมายอนุญาตให้หน่วยยามฝั่งจีนยิงเรือต่างชาติได้

ก่อนหน้านี้สำนักข่าวอาร์ทีไอ รายงานว่านายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ตอบข้อซักถามของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติไต้หวัน ในตอนเช้าวันนี้ว่า การพบกันระหว่างระดับสูงของจีนกับสหรัฐฯ จะต้องประเมินจากสถานการณ์โลกโดยรวม อาทิ การเจรจาเพื่อความมั่นคง 4 ฝ่าย หรือ Quad การพบหารือ 2 ต่อ 2 สหรัฐฯ – ญี่ปุ่น เกาหลี-สหรัฐฯ การเยือนอินเดียของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ และพัฒนาการของการเข้าร่วมการประชุมสนธิสัญญานาโต้ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สหรัฐฯ ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ว่า ยกระดับความร่วมมือในการรับมือกับปัญหาจีน

แม้ปักกิ่งจะยืนยันว่าแค่ซ้อมรบปกติ แต่ทุกฝ่ายต่างรู้ดีว่า นี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติเป็นการส่งคำเตือนแก่ไต้หวัน และสหรัฐว่า คำประกาศของจีนที่จะไม่ยอมให้ใครล้ำเส้นอธิปไตยนั้นเป็นคำมั่น ไต้หวันเองเพิ่งประกาศในสภาฯว่า ไต้หวันไม่ต้องวิตกจีนคุกคาม  เพราะหลายประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันได้รวมตัวกันแนบแน่นมากยิ่งขึ้น กลไกพหุภาคีที่มุ่งต่อต้านจีนนั้น ทุกฝ่ายมีความร่วมมือที่แน่นแฟ้นแต่เมื่อจีนแสดงแสนยานุภาพก็อดหวั่นไม่ได้  แต่กระนั้นไม่อาจโทษใคร เพราะไต้หวันได้ตัดสินใจ เข้าร่วมเป็นเครื่องมือของสหรัฐและพันธมิตรชาติตะวันตกต่อต้านจีนอย่างเต็มตัวแล้ว เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนสร้างความเปราะบางของสงครามเชิงพื้นที่ ในย่านทะเลจีนใต้เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง!