ปิ่นแก้ว ทาสโซรอส? โชว์ตรรกะป่วยป้องกะเหรี่ยงบางกลอย ตัดไม้ใหญ่ทำไร่หมุนเวียน เจอสวนนักวิชาการไม่รู้เหรอ 4 คนโอบ ใช้เวลากี่ปีเติบโต

3215

ภายหลังจากที่เคยเป็นประเด็นร้อนแรงมาแล้ว กรณี รศ.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี กรรมการสมาคมนักสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาสยาม และอาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีพิมรี่พายได้ไปทำกิจกรรมที่หมู่บ้านแม่เกิบ ตั้งอยู่ที่ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพื่อนำข้าวของไปมอบให้เด็กและคนในหมู่บ้าน

โดย รศ.ปิ่นแก้ว ระบุข้อความว่า ความฝันมันสร้างกันง่าย ๆ ด้วยการติดทีวีให้ดู ติดแผงโซล่าเซลล์ หาเกิบให้เด็กใส่ เอาไฟฉายติดให้บนหัว เลิก “ถางภูเขาเป็นลูกๆ” และ “สอน” ชาวบ้านให้หัดรู้จักปลูก “ผักสลัด” มันไม่ใช่ความฝันของเด็กดอยหรอกแบบนี้ มันความฝันอยากจะโปรดสัตว์ชนชั้นล่าง ของพวกชนชั้นกลางในเมืองที่ไม่เคยรู้/สนห่…เหวอะไรเลยเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ การเบียดขับชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย และการตัดขาดพวกเขาออกจากการเข้าถึงทุกอย่างในสังคม ที่อย่าว่าแต่ทีวีเลย ลำพังแค่จะทำไร่ปลูกข้าวให้มันพอกินในที่ดินที่พวกป่าไม้ยึดครอง ยัง “ขัดตา”พวกชนชั้นกลางในเมืองเลย เศรษฐกิจการโปรดสัตว์ สนองตัณหาความฟีลกู๊ดของพวกคนในเมืองสร้างกำไรเสมอ โดยเฉพาะในวันเด็กแบบนี้

ซึ่งเรื่องนี้มีคนวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก จน ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิทย์ อาจารย์จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึง รศ.ปิ่นแก้ว ถึงกรณีดังกล่าวว่า เบื่อกรอบความคิดในการวิเคราะห์สังคมของพวกนักวิชาการล้มเจ้าพวกนี้ น่าหัวร่อสิ้นดี เอะอะอะไรก็ลากไปวรรณกรรมชนชั้นกันไม่รู้แล้ว ชาติก่อนคงเกิดมาเป็นขนมชั้นล่างสุดที่ถูกคนเคี้ยวหรือกะไร จึงได้หมกมุ่นฝักใฝ่แต่เรื่องชนชั้นวนไปวนมาเช่นนี้ ชาตินี้ก็เกิดมาเป็นชนชั้นสูงสอนในมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ แต่ก็ยังวนอยู่แต่ชนชั้นศักดินา หาทางออกไม่เจอ

ไม่เพียงเท่านั้นยังมีข้อมูลรายงานว่า รศ.ปิ่นแก้ว คือ อาจารย์ ม.เชียงใหม่ ที่เคยถูกเปิดเผยว่า ติดต่อกับองค์กร USAID และ Open Society Foundation (OSF) ที่บริจาคเงินให้กับร้านหนังสือ (Book Re:public) ของรจเรข วัฒนพาณิชย์ เพื่อขอความช่วยเหลือจาก 2 องค์กร และเพื่อให้องค์กรนานาชาติกดดันคสช.

โดย Open Society Foundation (OSF) เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นโดยนาย จอร์จ โซรอส พ่อมดนักเก็งกำไรค่าเงิน ผู้ทำลายเศรษฐกิจของหลายประเทศในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง และเป็นผู้ให้เงินทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่ม NGO ในประเทศต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตก จนทำให้ถูกแบนจากหลายประเทศทั่วโลก นั่นเอง

 

ทั้งนี้ หากย้อนดูจะพบว่า ช่วงเดือน เมษายน 2562 ดร.ปิ่นแก้ว ได้โพสในเฟซบุ๊กส่วนตัว ตอบโต้เพจเดอะ เมตตาดี ถึงกรณีรับเงินจากโซรอสว่า “รับเงินโซรอสแล้วไงหรือคะ? ใหญ่กว่านี้ก็รับมาแล้ว ตั้งแต่ระดับประธานาธิบดีเมกัน (สองสมัยด้วย ทั้งจอร์จ บุช ทั้งโอบาม่า) ไปจนบรรษัทข้ามชาติรถยนต์ฟอร์ด
หาข่าวมาหลายปีดีดัก หาได้แต่ข่าวเก่า ไม่มีอะไรใหม่ กระจอกสิ้นดี อุตส่าห์รับเงินเผด็จการมาทั้งที เอาข่าวเก่ามารีไซเคิล น่าสมเพชมาก ทำงานการข่าวห่วยได้พอ ๆ กับพวกทหาร

ที่ยกมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงตัวอย่างบางครั้งเท่านั้น เพราะล่าสุดมีประเด็นให้วิพากษ์วิจารณ์อีกเมื่อ ทวิตเตอร์ @pinkaewl ของ รศ.ดร.ปิ่นแก้ว โพสต์ข้อความระบุว่า “ทีหลังเวลาถ่ายรูปไร่หมุนเวียน อย่าเอาแต่ถ่ายรูปสร้างภาพเฉพาะช่วงเผาไร่ เอาไฟมาสร้างอิมเมจทำลายป่า หัดถ่ายรูปตอนหน้าฝน ที่ชาวบ้านเขาปลูกข้าว ปลูกพืชพื้นเมืองหลายชนิดที่ทรงคุณค่าต่อระบบนิเวศ ส่วนไม้ที่ตัดฟันลงมา เขาเหลือตอไว้สูงพอที่จะแตกหน่อออกใบเป็นป่าในปีต่อๆ ไป”

กระทั่งเมื่อมีชาวเน็ตรายหนึ่งถามว่า “ทรงคุณค่าแบบต้องตัดต้นไม้ขนาดสามคนโอบ?” รศ.ดร.ปิ่นแก้ว ตอบกลับว่า “สี่คนโอบก็งอกใหม่ได้” สร้างความฮือฮาแก่ชาวเน็ตที่พบเห็น เพราะกว่าต้นไม้จะเติบโตขึ้นมาใหม่ให้มีขนาด 3-4 คนโอบ ต้องใช้เวลาเติบโตมากถึง 50-100 ปี