ปิยบุตรเปิด-ไอติมตาม! ปลุกล่าชื่อยุบวุฒิ ล้มศาลรธน.? โละแผนยุทธศาสตร์ชาติทิ้ง อ้างขวางแก้รธน.!?!

1270

จากกรณีวันที่ 17 มี.ค. ที่ประชุมรัฐสภาลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 โดยวิธีขานชื่อรายบุคคล โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 208 เสียงไม่เห็นชอบ 4 (ส.ว.ทั้งหมด) เสียง งดออกเสียง 94 เสียง ไม่ประสงค์ลงคะแนน 136 เสียง ส.ว. (เห็นชอบ) 2 เสียง

ทั้งนี้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งมีสาระสำคัญคือให้เลือกตั้ง ส.ส.ร.มาจัดทำรัฐธรรมนูญ ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เนื่องจากไม่ผ่าน 2 เงื่อนไข คือ เสียงไม่เกินกึ่งหนึ่งของสองสภา และ เสียงเห็นชอบส.ว.ไม่ถึง 1 ใน 3 คือ 84 เสียง

ล่าสุด นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า แก้รายมาตรา ขจัดอุปสรรคแก้รัฐธรรมนูญ ยุบศาลรัฐธรรมนูญ – ยุบ ส.ว. – ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ – จัดประชามติยกเลิก รธน. 60 แล้วทำใหม่ทั้งฉบับ

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2564 กลุ่ม Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ โดย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า, พริษฐ์ วัชรสินธุ จากกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า, และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จากกลุ่ม iLaw ร่วมเปิดห้องสนทนาทางแอพพลิเคชั่น Clubhouse ในหัวข้อ “จับตาผลโหวต! เราจะไปสู่รัฐธรรมนูญของประชาชนได้อย่างไร?” พูดถึงการประชุมรัฐสภาในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในวาระที่สาม ซึ่งสุดท้ายถูกตีตก เนื่องจากคะแนนเสียงเห็นชอบน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และไม่ได้เสียง ส.ว. ถึง 1 ใน 3
***ทำรัฐธรรมนูญใหม่ถูกถ่วงเวลาเรื่องเยอะดีนัก “ปิยบุตร” ตัดรำคาญ ชงแก้รายมาตรา ยุบศาลรัฐธรรมนูญเปลี่ยนที่มาลดอำนาจ-ยุบ ส.ว. ทิ้งใช้ระบบสภาเดี่ยว***
ในส่วนของ ปิยบุตร แสงกนกกุล ระบุว่าน่าจะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่กำลังทำกันอยู่ในสภาตอนนี้ คือกระบวนการขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ โดยคนกลุ่มเดิมที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เช่น ส.ว. และ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลบางส่วน หลายคนเคยอยู่ในกระบวนการขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญมาแล้วหลายครั้ง
ในเชิงสถาบันการเมือง เรากำลังมีสององค์กรใหญ่ๆที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้รัฐธรรมนูญ นั่นคือศาลรัฐธรรมนูญและวุฒิสภา ที่พร้อมจะขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในเรื่องที่ตัวเองเสียประโยชน์ และจะอนุญาตให้แก้ในเฉพาะเรื่องที่ตัวเองได้ประโยชน์เท่านั้น เช่น ในกรณีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ในสมัยนั้น รัฐสภาก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคขัดขวางจาก ส.ว. บางส่วนที่ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีคำวินิจฉัยที่ชะลอหรือขัดขวางกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญทุกครั้ง
มาจนถึงวันนี้ การส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญจนมีคำวินิจฉัยออกมาก็ไม่ได้แก้ปัญหาเลย เพราะรัฐสภาก็ยังต้องกลับมาถกเถียงกันต่อไม่จบ ทุกอย่างที่เราเห็นในรัฐสภา ไม่ว่าจะเรื่องของการยื่นคำร้องไปที่ศาล คือกระบวนการของกลุ่มคนและองค์กรที่ไม่อยากให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ทำกันมาตั้งแต่สมัยรัฐธรรมนูญ 2550 และยังมาทำต่อจนถึงวันนี้
รัฐธรรมนูญหลังรัฐประหารทั้ง 2550 และ 2560 คือกล่องดวงใจของกลุ่มคนที่ได้รับผลประโยชน์จากรัฐธรรมนูญท้ังสองฉบับ เราจะไม่มีโอกาสแก้รัฐธรรมนูญได้เลยหากศาลรัฐธรรมนูญยังคงขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญได้เช่นนี้ ตนเสนอว่าเราต้องออกไปจากเกมของเขา ในเมื่อให้ทำใหม่ทั้งฉบับไม่ได้ ต่อไปเราก็รณรงค์แก้รายมาตรากัน ยุบศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ เปลี่ยนองค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ และที่มาของศาลรัฐธรรมนูญใหม่เสีย
เช่นเดียวกับ ส.ว. ตราบที่วุฒิสภาหน้าตาเป็นแบบนี้ การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ยากเย็น เพราะจะถูกขัดขวาง ปั่นป่วนกระบวนการเสมอ เมื่อขัดขวางกันขนาดนี้ เราก็รณรงค์แก้รายมาตรา ให้ยกเลิกวุฒิสภาไปเลยให้เป็นสภาเดี่ยว เพราะวุฒิสภาในประวัติศาสตร์ไทยที่มาจากการแต่งตั้ง ล้วนมีฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนการสืบทอดอำนาจจากการรัฐประหารทั้งสิ้น
“ในเมื่อไม่รู้วันนี้จะคุยกันจบหรือเปล่า ไม่รู่วันพรุ่งนี้จะได้ลงมติหรือเปล่า ไม่รู้ว่าจะโหวตกันอย่างไร ผมว่าปล่อยมันไปเถอะไอ้กระบวนการปาหี่อย่างนี้ แล้วเดินหน้าแก้รายมาตรา ยุบศาลรัฐธรรมนูญทิ้ง-ตั้งศาลรัฐธรรมนูญใหม่ เปลี่ยนองค์ประกอบศาลรัฐธรรมนูญ ตัดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญลงไป ไม่ให้เข้ามายุ่งกับการแก้รัฐธรรมนูญมากถึงขนาดนี้ แล้วก็ยุบวุฒิสภาทิ้งให้ประเทศไทยใช้สภาเดี่ยว ผมคิดว่าต้องลองเปิดแบบนี้ดู แล้วแน่นอนที่สุด ถ้าวันหนึ่งพี่น้องประชาชนฝันอยากจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมก็เชิญชวนให้ออกจากกรงขังรัฐธรรมนูญ 2560 นั่นก็คือคิดถึงการประชามติ เป็นการประชามติเพื่อแสดงออกถึงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน ประชามติอันนี้ไม่ได้เป็นประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ แต่มันจะเป็นประชามติที่จะยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ทิ้งทั้งฉบับแล้วทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยไม่มีเงื่อนไข สามารถทำได้ทุกหมวดทุกมาตรา”
ทั้งนี้ นายปิยบุตร ได้ย้ำศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่สิ่งจำเป็นต้องมี หนุนคณะรัฐประหารทุกชุด เป็นอุปสรรคประชาชนทำรัฐธรรมนูญใหม่ทุกครั้ง ตนอยากชวนให้ทุกคนมองนอกกรอบที่ตีไว้โดยรัฐธรรมนูญ 2560 อย่างเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญและวุฒิสภา อย่าไปคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ศาลรัฐธรรมนูญเองเพิ่งเกิดขึ้นมาหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ส่วนในประเทศไทยก็เพิ่งมาเริ่มตอนรัฐธรรมนูญปี 2540 นี่เอง และหลายประเทศก็ไม่มีศาลรัฐธรรมนูญ
หลักใหญ่ใจความของการมีศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือการรักษารัฐธรรมนูญ แต่คำถามที่ตามมาคือการรัฐประหารแต่ละครั้งศาลรัฐธรรมนูญทำอะไรบ้างในการปกป้องรัฐธรรมนูญ
การรัฐประหารเกิดขึ้นทุกครั้ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่นั่งในตำแหน่งรับเงินเดือนเหมือนเดิม ไม่มีท่าทีในการปกป้องรัฐธรรมนูญอะไรทั้งสิ้น ในขณะที่เมื่อประชาชนพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาจากการรัฐประหารทั้งปี 2549 และปี 2557 ศาลรัฐธรรมนูญกลับเข้ามาขัดขวางทุกครั้งไป
โจทย์ใหญ่ของการต่อสู่ในวันนี้ คือการสู้กันว่าอำนาจสูงสุดเป็นของใคร เราต้องการกติกาที่คนยอมรับนับถือกันได้ทุกส่วน ไม่ใช่การยึดอำนาจมาแล้วเขียนกติกาให้ตัวเองชนะตลอดไป นี่คือรัฐธรรมนูญที่เอาทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด และศาลรัฐธรรมนูญก็คือผู้ที่ขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญทุกครั้งไป
“ผมเลยอยากเชิญชวนว่าคิดออกจากกรอบ ออกจากกรงที่เขาขีดให้เราเดิน ลองคิดดูในมุมที่กว้างกว่าเดิม เช่น เราจะคิดถึงการยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญได้ไหม เปลี่ยนองค์กรเป็นองค์กรแบบอื่น คิดถึงการยกเลิก ส.ว. ได้ไหม เป็นสภาเดี่ยว หรือคิดถึงเรื่องของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนจริงๆ ดังนั้นพวกเราจะแสดงออกถึงพลังผ่านการประชามติ ว่าจะยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 แล้วทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ทั้งฉบับ” ปิยบุตร กล่าว
หลังจากนั้น ในช่วงท้ายของรายการ ปิยบุตรได้ประชาสัมพันธ์ถึงกิจกรรมที่กลุ่ม Resolution กำลังจะทำในอนาคตอันใกล้นี้ นั่นคือการรณรงค์ตามข้อเสนอที่ตนได้กล่าวไปข้างต้น รวบรวมรายชื่อประชาชน เสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อยกเลิก ส.ว. เปลี่ยนมาใช้ระบบสภาเดี่ยว การปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ และยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะมีการเปิดตัวกิจกรรมในเร็วๆ นี้
“เตรียมความพร้อม เตรียมปากกา เตรียมบัตรประชาชน แคมเปญนี้คิกออฟเมื่อไหร่มาร่วมกันเข้าชื่ออีกสักครั้ง ยกเลิกเครื่องกีดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ ยกเลิกนั่งร้าน คสช. ด้วยการแก้รายมาตรายกเลิกวุฒิสภาไป ยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ และยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งหมดนี้จะคิกออฟประมาณช่วงต้นเดือนเมษายน แล้วเดี๋ยวเรามาร่วมกันแสดงพลังอีกสักครั้ง เอาให้ได้เป็นแสน เอาให้ได้เป็นล้าน แล้วดูว่าจะกดดันสมาชิกรัฐสภาได้ขนาดไหน” ปิยบุตร กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ปิยบุตรยังได้ทวีตข้อความอีกว่า เห็นการประชุมรัฐสภาวันนี้แล้ว เรามารณรงค์เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 1.ยุบวุฒิสภา ใช้สภาเดียว 2. ปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ 3.ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งหมดนี้เพื่อ “จัดการเครื่องกีดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ จัดการนั่งร้านระบอบสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหาร”
ในขณะที่ทางด้าน ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้รับลูกต่อจากนายปิยบุตร และโพสต์ข้อความว่า การโหวตในสภาวันนี้ ตอกย้ำว่า ส.ว. ชุดนี้ เป็นอุปสรรค และการ #แก้รัฐธรรมนูญ จะสำเร็จยากถ้าเราไม่ถอดอาวุธที่ คสช. ใช้สืบทอดอำนาจ ซึ่งล้วนสัมพันธ์กับ ส.ว. 1. ยุบวุฒิสภา เป็น #สภาเดี่ยว 2. ปฏิรูปศาล รธน / องค์กรอิสระ 3. ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งทั้งหมดเริ่มต้นได้จากการลงชื่อของ ปชช.
และทางด้าน ทวิตเตอร์ Re-solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ ก็ได้โพสต์ข้อความซึ่งเป็นลักษณะไปทางเดียวกันกับนายปิยบุตรและไอติม พริษฐ์ ว่า ออกจากกรงขัง รธน. 60 Re-Solution เปิดแคมเปญแก้รายมาตรา ปลด 3 อาวุธ คสช. พร้อมจัดประชามติยกเลิก รธน. 60 แล้วทำใหม่ทั้งฉบับ 1. ยุบวุฒิสภา เป็น “สภาเดี่ยว” 2. ปฏิรูปศาล รธน. และองค์กรอิสระ ทั้งที่มา-องค์ประกอบ-อำนาจหน้าที่ 3. ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ