พี่ตู่สอนน้องกวิ้น นักสู้ต้องเจอคดี ชี้นับแต่นี้ประกันตัวยากแล้ว แนะคนที่เหลือคิดถึงอนาคต

4956

ถึงกับออกมายอมรับสภาพกันแล้ว สำหรับแกนนำม็อบที่ต้องเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในคุก เมื่อศาลไม่ให้ประกันตัวจากการทำความผิดเดิมซ้ำๆ ขณะที่รุ่นพี่อย่างจตุพร ก็ยังออกมาพูดถึงรุ่นน้องในการนำม็อบที่ต้องเจอกับคดีความ ที่มีความยากขึ้นในการยื่นขอปล่อยตัว!?!

ทั้งนี้นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำม็อบคณะราษฎร ซึ่งถูกฝากขังอยู่ที่เรือนจำเพราะศาลไม่ให้ประกันตัวจากความผิดตามมาตรา 112  ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กพร้อมจดหมายระบุว่า

“การขังครั้งนี้เป้นเรื่องที่ไม่คาดคิดแต่ไม่เกิดคาดหมาย แปลกใจมากที่ศาลขังเรา ด้วยเหตุผลว่าการกระทำผิดเรื่อยๆ พิพากษาล่วงหน้าว่ากระทำความผิดและคดี…เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ เล่นทีเผลอ จากปกติให้ แต่เอามาใช้เรียนว่าสร้างแอบขังลืม การขังครั้งนี้อาจยาวนานได้ ไม่มีกำหนด ตราบใดที่ข้างนอกยังสู้ต่อไป ข้างในก็ยังเต็มเปี่ยมเหมือนเดิม”

ขณะที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นองค์กรที่ติดตามและคอยช่วยเหลือการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมกลุ่มนี้มาโดยตลอดก็ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวด้วยว่า

“มีข้อสังเกตว่า การสั่งขัง สมยศ-อานนท์-ปติวัฒน์-พริษฐ์ เนื่องจากอัยการส่งฟ้องทั้ง 4 คน (ในสองคดี) เป็นการขังระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งไม่มีกำหนดระยะเวลา หากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทั้ง 4 คน จะถูกขังจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด”

ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้กล่าวถึงการสั่งคดีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน , นายอานนท์ นำภา , นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องหาที่ 1- 4 ซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร

“ผู้ต้องหายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมานั้น พนักงานอัยการคดีอาญา7 พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานที่ผู้ต้องหาจะให้สอบเพิ่มเติมนั้น ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความเห็นและคำสั่งของอัยการ เนื่องจากในสำนวนมีพยานหลักฐานทำนองเดียวกันก็เพียงพออยู่แล้ว จึงไม่ดำเนินการตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหา หลังจากนี้ทางพนักงานอัยการจะนำผู้ต้องหาทั้งสี่ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา” รองโฆษกอัยการฯ กล่าว

ล่าสุดวันนี้ 11 กุมภาพันธ์ 2564 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้กล่าวถึงคดีดังกล่าวผ่านเฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk บางช่วงด้วยว่า

“กลุ่มราษฎร 4 คน คือ นายอานนท์ นำภา, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ หมอลำแบงค์ ถูกอัยการสั่งฟ้องและศาลไม่ให้ประกันตัวนั้น ตนเชื่อว่า คดีที่น้องๆได้รับจะไม่แตกต่างจากพวกตนเจอมา ส่วนตนยื่นประกันตัว 7-8 ครั้งยังไม่ได้รับ และการไม่ได้รับประกันตัวครั้งนี้ แสดงถึงในอนาคตจะยากขึ้นเป็นลำดับ ดังนั้น ตนหวังว่า ศาลจะให้ประกัน และกลับมาต่อสู้เพื่อเสรีภาพได้

ตนเห็นว่า การรักษามาตรฐานการประกันตัวผู้ต้องหายังมีความจำเป็น เพราะสิทธิประกันตัวเป็นเสรีภาพตามหลักกฎหมาย เพราะผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะถูกตัดสิน ดังนั้น จึงควรได้รับสิทธิประกันให้กลับสู่อิสรภาพ

ทั้งหมดนี้ การประกันตัวจะมีเงื่อนไขมากมาย ผมก็เคยถูกยื่นให้ถอนประกันหลายครั้ง ดังนั้น ในทางความรู้สึกแล้ว เป็นนักต่อสู้ต้องเจอ หลังจากนี้คนที่เหลือควรคิดอ่านอนาคต เพราะจะยากเป็นลำดับ จึงขอเป็นกำลังใจกับชะตากรรม แม้โซ่ตรวนไม่ได้บอกถึงความเป็นอาชญากร แต่เป็นรางวัลของนักต่อสู้”

อย่างไรก็ตามทางทีมข่าวเดอะทรูธ ได้รวบรวมคดีความตามความผิดมาตรา112 ในปัจจุบันของแต่ละรายมีดังนี้

1 นายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน 17 คดี (ในความผิด ม.112 ซึ่งคูณด้วย 3 เท่ากับว่า 51 ปี)

2 นายอานน์ นำภา 8 คดี (ในความผิด ม.112 ซึ่งคูณด้วย 3 เท่ากับว่า 24 ปี)

3 นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ 2 คดี (ในความผิด ม.112 ซึ่งคูณด้วย 3 เท่ากับว่า 6 ปี)

4 นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข 2 คดี (ในความผิด ม.112 ซึ่งคูณด้วย 3 เท่ากับว่า 6 ปี)

นอกจากนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยังเปิดเผยว่านับตั้งแต่เริ่มมีการเผยแพร่รายชื่อผู้ถูกดำเนินคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 63 มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 แล้วทั้งสิ้นอย่างน้อย 58 ราย ใน 44 คดี แยกเป็นคดีที่มีประชาชนเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ 23 คดี คดีที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร้องทุกข์กล่าวโทษ 3 คดี ส่วนที่เหลือเป็นคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้กล่าวหา