ผู้พันสู้ ฟาดหน้า “สมศักดิ์ เจียม” แกนนำดาหน้าติดคุก ใช้เด็กเป็นเหยื่อสนองตัณหา ขณะ อ.อานนท์ ผสมโรง ตรรกะวิบัติ ไม่รู้จักแยกแยะดีชั่ว!?!

1392

ผู้พันสู้ ฟาดหน้า “สมศักดิ์ เจียม” แกนนำดาหน้าติดคุก ใช้เด็กเป็นเหยื่อสนองตัณหา ขณะ อ.อานนท์ ผสมโรง ตรรกะวิบัติ ไม่รู้จักแยกแยะดีชั่ว!?!

จากกรณีกลุ่มม็อบนัดชุมนุมเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2564 ที่ผ่านมา โดยหลายประกาศให้เหล่ามวลชนออกมาร่วมชุมนุมให้มาก แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาชุมนุมจริงนั้น กลับมีคนไม่มากดังที่แกนนำปลุกระดม สืบเนื่องมาจากที่ ศาลไม่อนุมัติการประกันตัว เหล่าแกนนำที่โดนม.112 ได้แก่ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒกุล หรือรุ้ง แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน

ซึ่งในการชุมนุมเมื่อวานนี้ (9 มีนาคม 2564) ก็มีม็อบนัดชุมนุมกระจายทั่วกรุง ศาล เรือนจำ บีทีเอส เอ็มอาร์ที นครปฐม ทำให้มีการนัดหมายชุมนุมหลายจุด ได้แก่ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดหมายเวลา 16.00 น. หน้าศาลอาญา รัชดาภิเษก ทำกิจกรรมผูกโบดำ วางพวงหรีด สำหรับกลุ่มดังกล่าวนี้นั้น เป็นกลุ่มที่ก่อตั้งคณะราษฎร ซึ่งที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวมาตลอด และกลุ่มดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องกับ พริษฐ์ ชิวารักษ์, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, อานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก ซึ่งคนเหล่านี้คือกลุ่มที่อัยการยื่นฟ้อง คดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และศาลไม่อนุญาตให้ประกัน

ต่อมาทางด้าน นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผู้ลี้ภัยการเมืองในฝรั่งเศส ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีการจับกุมแกนนำในมาตรตา 112 โดยระบุข้อความว่า ตอนนี้ เป็นที่เห็นชัดแล้วว่า การที่วชิราลงกรณ์ให้เอา 112 กลับมาใช้ใหม่ หมายความว่าอย่างไร นั่นคือจับขังเลยไม่ต้องมีการสืบพยาน ไม่ต้องขึ้นศาล กล่าวคือ จับเข้าคุกเลย นั่นคือเหมือนสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช ปัญหาตอนนี้อยู่ที่เขาจะจับขังกี่คน?

ต่อมาทางด้าน นายชนินทร์ คล้ายคลึง หรือ ผู้พันสู้ อดีตนายทหารกองทัพอากาศ และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองเครือข่ายคนเสื้อแดง ซึ่งลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ เข้ามาคอมเม้นท์ในโพสต์ดังกล่าวว่า ได้พิสูจน์ สมมุติฐานของอาจารย์ อ่ะครับว่ายิ่งจับ คนจะต่อต้านสถาบันเพิ่มขึ้นหรือลดลง

“ขณะนี้จากตัวเลขคนไปม็อบลดลง ซึ่งอาจจะไม่ใช่ตัวชี้วัดจริงๆก็ได้ แต่พิสูจน์ได้แน่ๆว่าคุกพอขังครับ”

ในขณะที่ ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า (NIDA) ก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ของสมศักดิ์ด้วยว่า

ไอ้สมผักเจียมเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ย่อมไม่อาจแยกแยะถูกผิดดีชั่วได้ จึงได้กล่าวว่า ศาลยังไม่ได้ตัดสินจึงไม่อาจจะกล่าวได้ว่ากระทำผิดซ้ำ ขอให้มีฆาตกรต่อเนื่องไปสังหารสมาชิกสมผักเจียม ซ้ำแล้วซ้ำอีกทีละคนจนหมดโคตร ก็ฝากขังไม่ได้ เพราะศาลยังไม่ตัดสินว่าผิด ต้องให้กลับมาสังหารโคตรวงศ์สมผักเจียมจนไม่เหลือ ตรระกะวิบัติของสมผักเจียม ผู้ไม่รู้จักแยกแยะดีชั่ว เป็นเช่นนี้ เพราะสมผักเจียม มันเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่สุด จนขาดสมองและมโนสำนึก

ล่าสุด นายชนินทร์ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า

ตลกตรรกะเรื่องคุกไม่พอขังมาก เขาไม่จับมึงทั้งหมดหรอกครับ เขาก็จับตัวเอ้ๆ ตัวเล็กตัวน้อยที่โดน ก็ปล่อยๆไป เอาแค่เงินประกันตัว เงินดูแลในคุกไม่เท่ากัน มันก็จบแล้ว วิธีเดินอื่นมี ไม่ทำ ก็ตามสบาย

ถ้าคุณรักเด็กๆจริง คุณต้องทักท้วง และติติง ร่วมหาแนวทางนำพาไปสู้ในทางที่เป็นไปได้ตามลำดับขั้นตอน ไม่ใช่ ใช้เด็กเป็นเหยื่อล่อ เพื่อพิสูจน์สมมุติฐาน สนองอารมณ์ ตัณหาคลั่งในแนวทางที่เป็นไปไม่ได้ เอาพม่า มาเปรียบเทียบกับไทย ก็ไม่ใช่ สภาพสังคมแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ปัจจัยทางด้านภูมิศาสตร์ ยุทธภูมิ มันต่างกัน ต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่

สิ่งที่เห็นคือความล้มเหลวของฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างเห็นได้ชัด เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย การตั้งต้นที่บรรดานักศึกษาชุดแรกๆจุดขึ้นมา ใช้เวลา 5-6 ปีกลับพังทลาย เพียงเพราะไม่พิจารณาการจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วน ไม่มียุทธศาสตร์ ขาดยุทธวิธี ไปฟังและทำตามสมมุติฐานของนักวิชาการที่อยู่เมืองนอก และไอ้พวกอีเว้นท์หาแดกในเมืองไทย ผลสุดท้ายก็ใช้ชีวิตอิสรภาพของเด็กๆเป็นเครื่องมือในการทดลองสมมุติฐานที่ล้มเหลว สนองตัณหา ความเกลียด โดยประชาชนไม่ได้อะไรเลย