ภูมิใจไทย แถลงเดือด เหตุผลวอล์คเอ้าท์ ไม่ตั้งใจหักหน้าพปชร.

1619

หลังจากช่วงเช้าวันนี้ (24 ก.พ.) ได้มีประชุมร่วมรัฐสภา โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม วาระ 2 แต่เมื่อเริ่มประชุมนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอให้เลื่อนร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติที่ค้างการพิจารณาอยู่ครั้งที่แล้ว

และร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมร่วมวิป 3 ฝ่ายได้ตกลงกันไว้ แต่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) คัดค้านการเลื่อนระเบียบวาระ

โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับการนำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะไม่ได้ร่วมประชุมวิป 3 ฝ่าย เกรงว่าหากนำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติขึ้นมาพิจารณาก่อน จะทำให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 เสร็จไม่ทันก่อนปิดสมัยประชุมวันที่ 28 ก.พ.นี้ เพราะร่างกฎหมาย 2 ฉบับที่ขอเลื่อนขึ้นมา มีผู้ขออภิปรายจำนวนมาก

จากนั้นที่ประชุมจึงลงมติเห็นชอบให้เลื่อนร่างกฎหมาย 2 ฉบับขึ้นมาพิจารณาก่อน ด้วยคะแนน 331 ต่อ 160 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยได้วอล์กเอาท์ไม่ร่วมประชุมในการพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ล่าสุดทางด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย(ภท.) พร้อมด้วยส.ส.ภูมิใจไทย ได้แถลงท่าทีของพรรคภายหลังวอล์คเอาท์ออกจากห้องประชุมเมื่อช่วงเช้าวันนี้ พร้อมระบุว่า พรรคไม่เห็นด้วยกับการขอเลื่อนระเบียบวาระร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ ที่ค้างการพิจารณาจากครั้งที่แล้ว และร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ขึ้นมาพิจารณาก่อนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม

ที่จะพิจารณาในวาระ 2 ซึ่งบรรจุไว้ในระเบียบวาระอยู่แล้ว พรรคภูมิใจไทยได้แสดงจุดยืนตลอดตั้งแต่แรกในการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ เป็นพรรคแรกที่ประกาศว่าจะเดินหน้าแก้ไขโดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) วันนี้เจตนารมณ์ของเรายังไม่เปลี่ยนแปลง มีเจตนาเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ อะไรก็แล้วแต่ที่จะขัดขวางไม่ให้การแก้ไขเดินหน้าเราไม่เห็นด้วย

โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา นัดให้ประชุมร่วมรัฐสภา 2 วัน ลำดับความสำคัญของพรรคภูมิใจไทย เรื่องรัฐธรรมนูญสำคัญที่สุด ส่วนอีก 2 เรื่องแม้มีความสำคัญ แต่เมื่อมีเวลาจำกัด จึงเห็นว่าไม่ควรเลื่อนเรื่องอื่นขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มั่นใจว่าเวลาที่จะใช้พิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญ จะเหลือเพียงพอหรือไม่ แม้ว่าประธานรัฐสภาบอกว่า อาจนัดประชุมเพิ่มเติมในวันที่ 26 ก.พ. แต่เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น ยังไม่ได้นัดหมายในระเบียบวาระ จึงกังวลว่าจะมีกระบวนการมาดึงรั้งกระบวนการแก้ไขไม่ให้เดินหน้าหรือไม่

“ไม่กล้ามองว่าใครมีเจตนายื้อเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่พฤติกรรมที่ผ่านมาของแต่ละพรรค แสดงให้เห็นว่าใครมีเจตนาอย่างไรในการแก้ไข เราเพียงแต่ไม่เห็นด้วยที่จะเลื่อนเรื่องอื่นขึ้นมาพิจารณา เพราะเรื่องข้อจำกัดที่มีเวลาพิจารณาแค่ 2 วัน ทั้งที่รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่มาก มีเนื้อหาสาระที่สมาชิกแปรญัตติไว้จำนวนมาก จึงกังวลว่าจะไม่สามารถพิจารณาได้เสร็จในสมัยประชุมนี้”

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาในวันนี้เชื่อมโยงประเด็นจากเหตุการณ์อภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่อยากให้เรื่องรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาโดยด่วน