“Workpoint” เอาอีกแล้ว แพร่ข่าวบิดเบือนไทยตกขบวนวัคซีนโควิด เจอข้อมูลฟาดหน้าความจริงอีกด้าน!!

2370

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ 5 ก.พ.. 64 เพจเฟซบุ๊ก “ซึ่งต้องพิสูจน์” ได้โพสต์ข้อความระบุถึง สื่อ WorkpointTODAY ที่มีการนำเสนอข่าวอย่างไม่ครบถ้วนจนอาจเกิดความเข้าใจผิดได้

โดยข้อความระบุว่า

“ว่าด้านเรื่อง #รายละเอียดปลีกย่อย ที่ WorkpointTODAY #ไม่ได้นำเสนอ ว่าทำไม ไทยจึงไม่ได้เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ (COVAX)

หลังจาก เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 64 WorkpointTODAY นำเสนอประเด็น ไทยสั่งซื้อวัคซีนจาก แอสตร้าเซนเนก้า เเพงกว่ายุโรป 2 เท่า ซึ่งในความเป็นจริงมันมีสาเหตุ ที่หลายๆท่านก็ทราบไปแล้วมัน #ขึ้นอยู่กับการลงทุนในตอนเริ่มคิดค้นวัคซีน
มาวันนี้ มาเสนอประเด็น ไทยตกขบวน (COVAX) ชาติเดียวในอาเซียนไม่ได้วัคซีน ในวันนี้
ในเวลา 12. 00น ทางด้าน FB WorkpointTODAY ได้นำเสนอประเด็น ไทยตก ตกขบวน (COVAX) ชาติเดียวในอาเซียนไม่ได้วัคซีน

ซึ่งในรายละเอียดตรงนี้ ตรงสาเหตุที่ไทยไม่ได้เข้าร่วม โครงการ กลับมีการนำเสนอ ในข้อ 7 ในข่าว ดังนี้ #เเต่ไม่มีการนำเสนอข้อมูลในเเบนเนอร์

7.) ขณะที่เมื่อวันที่ 24 มกราคม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ประเทศไทยมีแผนร่วมจัดหาวัคซีนโควิด-19 กับโคแวกซ์มาตั้งแต่แรก โดยการเจรจามีเงื่อนไขว่า จะให้วัคซีนฟรีกับประเทศยากจน แต่ประเทศไทยจัดอยู่ในประเทศที่มีรายได้ปานกลาง จึงไม่ได้สิทธิ์รับวัคซีนฟรี
นพ.โอภาสยังระบุด้วยว่า หากเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ ประเทศไทยต้องนำเงินไปร่วมลงขันในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ด้วย ซึ่งทางโครงการไม่ได้ระบุว่า จะใช้วัคซีนโควิด-19 ของบริษัทใด ขณะเดียวกันตอนนั้นการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ยังมีความคืบหน้าไม่มาก จึงเป็นเรื่องยากที่จะเอางบประมาณไปลงตรงนั้น

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ซึ่งนอกจาก คำอธิบายดังกล่าวนั้น จะไม่ได้อยู่ในเเบนเนอร์ที่ทาง FB WorkpointToday ทำออกมา เเล้วยังเป็นการอธิบาย แบบที่ไม่ได้ให้ข้อมูล เจาะลึกลงไปในรายละเอียดด้วยครับ

เเละจากตามข้อมูลที่ ทางสถาบันวัคซีนเเห่งชาติได้นำเสนอ เเล้วทางด้าน รองโฆษกรัฐบาล ได้นำมาเผยเเพร่ต่อดังรูปที่ ประกอบครับ ที่มีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่าที่ทาง FB WorkpointToday ได้นำเสนอ

กล่าวโดยสรุปย่อๆ สาเหตุ ที่ไทยไม่ได้วัคซีนฟรีจาก COVAX
1. เพราะไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่จะได้ฟรี
2. เเละถ้าจะทำการสั่งซื้อผ่านทาง COVAX #จะมีข้อกำจัด มากกว่า การที่ไทยเราจะสั่งซื้อจากผู้ผลิตโดยตรงครับ อธิบายแบบง่ายๆนะครับ รายละเอียดคลิกดูในภาพได้ครับ
ดังนั้น ในเรื่องนี้ จึงต้องถามกลับไปดังๆถึงทาง WorkpointTODAY มีเหตุผลกลใด ถึงเสนอข่าว ที่ไม่ครบถ้วนรอบด้าน ตั้งเเต่ประเด็น ไทยซื้อวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าเเพงกว่า ยุโรป จนมาถึงกรณีนี้ ?

ทั้งนี้ ทางเพจได้มีการแนบข้อความทวิตเตอร์ของนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี. โดยระบุว่า

“ทำความเข้าใจเงื่อนไขการจองวัคซีนผ่านโครงการ Covax ค่ะ ไทยไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่จะได้ฟรี! ดังนั้น การซื้อจากผู้ผลิตโดยตรงมีความยืดหยุ่นมากกว่า”

“9 ชาติอาเซียนที่จะได้วัคซีนจากโคแวกซ์นั้น
-6 ชาติ เข้าตามเงื่อนไข(AMC)
-3 ชาติ (บรูไน มาเลเซีย และสิงคโปร์) #สั่งซื้อตามเงื่อนไขที่ต้องจำยอม
กรณีไทย ไม่เข้าเกณฑ์รับฟรี จึงเน้นเลือกดีลโดยตรงจากผู้ผลิต (มีดีลที่ดีกว่า)
และรู้กำหนดเวลา ดังนั้น ไทยเจรจาทุกทาง และไม่ตกขบวนวัคซีนค่ะ
ตามข่าวชิ้นนี้บอกว่าเป็น “รายงานคาดการณ์แจกจ่ายวัคซีนโคแวกซ์” ภายในเดือน มิ.ย. กวางย้ำว่า ไทยก็จะฉีดวัคซีน มิ.ย. ดังนั้น ไทยไม่ตกขบวนค่ะ!”

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีฐานะปานกลางค่อนข้างสูง หากเราจะร่วมกับโคแวกซ์ เราต้องซื้อราคาแพงกว่า และไม่สามารถเลือกวัคซีนจากผู้ผลิตรายใดได้ มีความไม่แน่นอนทั้ง ชนิด จำนวน และราคา รวมทั้งต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้วัคซีนเมื่อไร การที่เราจัดหาเอง และได้วัคซีนที่เหมาะสมกับการใช้ มีเงื่อนไขด้านราคาและเวลาที่ชัดเจนกว่า จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยมากกว่า
กรณีที่ประเทศไทยไม่ร่วมโครงการวัคซีนของโคแวกซ์นั้น ได้เจรจากับโคแวกซ์มาตลอด แต่ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะให้ฟรี โคแวกซ์ให้สิทธิแก่ประเทศยากจนที่ WHO และ GAVI ให้การสนับสนุนจำนวน 92 ประเทศ ส่วน 9 ชาติอาเซียนที่จะได้วัคซีนจากโคแวกซ์นั้น 6 ชาติเข้าตามเงื่อนไข (AMC) ส่วน 3 ชาติ (บรูไน มาเลเซีย และสิงคโปร์) สั่งซื้อตามเงื่อนไขที่ต้องจำยอม

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ค่าใช้จ่ายในการซื้อวัคซีนจาก Covax อาจจะมากกว่าตามที่ระบุในเบื้องต้น เนื่องจากผู้ซื้อต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าขนส่งวัคซีน , ค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนวัคซีนในประเทศ และ ภาษี
การทำความตกลงซื้อวัคซีนจากผู้ผลิตโดยตรงจึงทำให้มีความยืดหยุ่นมากกว่า เพราะสามารถกำหนดจำนวนวัคซีนที่จะซื้อได้ (ตามตกลง) สามารถต่อรองราคาได้ซึ่งวัคซีนต่อโดสอาจจะมีราคาถูกลงหากซื้อในปริมาณมากขึ้น และสามารถต่อรองเงื่อนไขอื่นๆได้ตามสมควร

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
กรณีไทยไม่เข้าเกณฑ์รับฟรี จึงเน้นเลือกซื้อโดยตรงจากผู้ผลิตและรู้กำหนดเวลา ดังนั้นไทยเจรจาทุกทาง และไม่ตกขบวนวัคซีน ย้ำว่าไทยก็จะฉีดวัคซีนเดือน มิ.ย. เท่ากับประเทศที่ได้วัคซีน COVAX ดังนั้นไทยไม่ตกขบวน

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

ทั้งนี้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ สื่อWorkpoint Today ได้เผยข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือความเพียงบางส่วน
โดยก่อนหน้นนี้ เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 64 ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) NIDA โพสต์ข้อความว่า ขอเรียกร้องให้ Workpoint Today แก้ไขข้อความในข้อ 10 หรือลบโพสต์นี้ออกครับ เนื่องจากไม่ได้มีใครใช้คำนี้เป็น “ชื่อเล่น” อย่างที่เขียน (คำว่า “พระราชทาน” คงไม่มีใครที่มีสำนึกที่ดีจะคิดเอาไปใช้เรียกเป็น “ชื่อเล่น” หรอกนะครับ) นอกจากฝ่ายต่อต้านสถาบันคิดและใช้เองเพื่อสร้างวาทกรรมพยายามล้อเลียนและเชื่อมโยงไปโจมตีเบื้องสูง อีกทั้งใช้คำราชาศัพท์ก็ไม่เหมาะสมด้วย

โพสต์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากที่ ทางสื่อ Workpoint Today ได้มีการรายงานข่าวข้อความว่า หลังจากในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 10 รับ Siam Bioscience ไปดูแลต่อ ในฐานะบริษัทที่อยู่ภายใต้ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ดังนั้นวัคซีนที่จะผลิตโดยใช้เทคโนโลยีของบริษัท Astra Zeneca จึงถูกเรียกในชื่อเล่นว่า “วัคซีนพระราชทาน” นั่นเพราะ ถ้าหากในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่มีดำริตั้งบริษัท Siam Bioscience ขึ้นเมื่อปี 2552 ปัจจุบันประเทศไทยอาจจะยังไม่มีโรงงานที่มีเทคโนโลยีสูงพอ ที่จะผลิตวัคซีนด้วยตัวเองได้