ถึงเวลาปชช.จัดหนัก! แนะนายกเด็ดขาด! ยื่นสอบสส.ทำสภาล่ม ส่งปปช.-ศาลฎีกาฯ หลุดเก้าอี้เป็น100

1119

ถึงเวลาปชช.จัดหนัก! แนะนายกเด็ดขาด! ยื่นสอบสส.ทำสภาล่ม ส่งปปช.-ศาลฎีกาฯ หลุดเก้าอี้เป็น100

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (10 ก.พ.65)  ผู้สื่อข่าวรายงานถึงผลการแสดงตนเป็นองค์ประชุมด้วยการกดบัตร ระหว่างการประชุมสภา ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณารายงานประจำปีของหน่วยต่างๆ ซึ่งผลปรากฏว่า มีผู้แสดงตนด้วการกดบัตร จำนวน 227 คน ไม่ครบองค์ประชุมที่ต้องใช้เสียง 237 เสียง ทำให้นายชวน ต้องสั่งปิดการประชุมในเวลา 15.02 น. หลังจากใช้เวลาถกเถียงการนับองค์ประชุมนานถึง 30 นาที ซึ่งถือว่าสภาล่มครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ของเดือน ครั้งที่ 17 ของสภาชุดนี้

ล่าสุดทางด้าน นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์การประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่ม ว่า #ปัญหาสภาล่ม17ครั้งแก้ไม่ยาก #ไม่ต้องยุบสภาแต่ต้องแก้เด็ดขาด #ถึงคราวประชาชนต้องจัดหนักจัดเต็ม

“หน้าที่ของสมาชิกสภาคือการเข้าประชุมเพื่อทำหน้าที่ การที่สมาชิกเข้าอยู่ในที่ประชุมแล้วไม่แสดงตนเพื่อไม่ให้นับตนเป็นองค์ประชุม เป็นการจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้สภาเสียหาย ทำไมไม่ผิด157 ทำไมไม่ผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง” ลูกจ้างที่ลาป่วยเป็นนิจ ลากิจเป็นประจำ ขาดงานเป็นอาจิณ นายจ้างยังต้องไล่ออก?

เหตุใดนายจ้างตัวจริงประชาชนผูเสียภาษี ไม่คิดไล่ออกผู้แทนที่ชอบล่มสภากันบ้าง? ผมเคยเสนอทางออกเรื่องนี้แบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นมาแล้ว3ข้อคือ แก้ไขรัฐธรรมนูญข้อบังคับและพระราชกฤษฎีกาดีๆไปแล้ว แต่ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากเพราะ“เสือย่อมไม่กินเนื้อเสือ แมลงวันย่อมไม่ตอมแมลงวัน”

ฝากบอกนายกลุงตู่ว่าไม่ต้องคิดยุบสภา ตามที่คนเดินเกมส์ให้เสียงบประมาณเลือกตั้งใหม่กัน อยู่ยาวเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคปลายปีไปเลยครับ แค่นายจ้างตัวจริง หาคนรวบรวมข้อมูลนำข้อกฎหมายร้องต่อปปชให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนเอาผิดจริยธรรมร้ายแรงและส่งดำเนินคดีต่อศาลฎีกาก็พอครับ โดยมีข้อกฎหมายและแนวทางดำเนินการ 4 ขั้นตอน ดังนี้

1)ยื่นคำร้องต่อสภา เพื่อตรวจสอบรายชื่อและพฤติกรรมว่ามีใครบ้าง ที่ไม่ร่วมประชุมไม่ร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุมหรือลงมติ เป็นประจำ จนถือเป็นการจงใจทำให้สภาผู้แทนราษฎรล่ม17ครั้ง และเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายหรือขัดขวางให้สภาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ทางนิติบัญญัติได้

2)ตรวจสอบและสรุปการกระทำของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลนั้นว่า เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 234(1) และมาตรา 235 (1) ประกอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 28 (1) และมาตรา 87 และมีความผิดร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระฯ พ.ศ.2561 หมวด 1 ข้อ 7 หมวด 2 ข้อ 12 ข้อ 17 ข้อ21 และข้อ22 และข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรราษฎรและกรรมาธิการ พศ 2563 ข้อ 4 ข้อ7 ข้อ8 ข้อ14 หรือไม่

3)ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช) ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ หากปปชมีมติชี้มูลความผิด ปปชต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยต่อไป

4)เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งให้รับคำร้องไว้ สส หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที !!!
และหากศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าเป็นการกระทำผิดฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง สส หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ต้องพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ และอาจถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปีด้วย

#งานนี้อาจมีสสต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือหลุดเก้าอี้เว้นวรรคการเมือง10ปีเป็นร้อย

ปล : ไม่สงวนสิทธิที่ประชาชนผู้เสียภาษีที่เป็นนายจ้างโดยตรงของสสสสวและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะนำข้อกฎหมายและข้อเสนอแนะนี้ไปศึกษาหรือยื่นร้องต่อคณะกรรมการปปชโดยตรง