บุญเกื้อหอบหมายเรียกบุกไทยซัมมิท ขอเอกสารโอนเงินเมย์เดย์ หากไม่ให้เจอคุก

2750

จากที่วันนี้ 28 มกราคม 2564  บุญเกื้อ ปุสสเทโว กรรมการและโฆษกกลุ่มไทยภักดี ได้ออกมาพูดถึงความคืบหน้าคดีฟ้องร้องกันกับ ช่อ พรรณิการ์ เนื่องจากเรื่องเงินบริจาคเมย์เดย์เมย์เดย์ ที่ตั้งข้อสงสัยถึงความไม่โปร่งใสนั้น

ทั้งนี้โดยนายบุญเกื้อ โพสต์ข้อความแจ้งความความคืบหน้าลงในเฟซบุ๊กว่า  วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 64(พรุ่งนี้) ผมในฐานะจำเลยจะนำหมายศาล ไปยื่นให้กับโจทก์ทั้งสาม คือนายปิยบุตร นายธนาธรและช่อ พรรณิการ์ ด้วยตนเองเพื่อขอดูรายละเอียดรายชื่อผู้ขอรับบริจาคเมย์เดย์เมย์เดย์ ถึงอาคารตึกไทยซัมมิท เวลา 11.30 น จึงขอแจ้งมาให้ทราบทั่วกัน

“ข่าวใหญ่ บุญเกื้อ ปุสสเทโว จำเลยคดีเมย์เดย์เมย์เดย์-ลวงโลก จะเดินทางไปที่อาคารไทยซัมมิท เพื่อยื่นหมายศาล เรียกพยานเอกสาร(คดีอาญา) รายละเอียดของคำขอรับโอนเงินช่วยเหลือ จากโครงการ Mayday Mayday โดยละเอียด

โดยบุญเกื้อ จำเลย จะนำหมายศาลไปส่งให้กับโจทก์ทั้งสามคือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และนางสาวพรรณิการ์ วานิช ด้วยมือของจำเลยเอง ณ สำนักงานคณะก้าวหน้าตึกไทยซัมมิท เวลา 11.30 น.

หากโจทก์ทั้งสามคนได้รับหมายศาลจากจำเลยแล้วยังจงใจขัดขืนไม่ยอมส่งเอกสาร หรือหลักฐานพิจารณาคดีก็อาจจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 170

จึงขอแจ้งข่าวมาเพื่อให้สื่อมวลชนทุกสำนักทั่วโลกได้รับทราบ และเพื่อให้โจทก์ทั้งสามได้ตระเตรียมการต้อนรับจำเลยไว้ให้เต็มที่ด้วย”

อย่างไรก็ตามย้อนเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 จากกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ โฆษกคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 พร้อมเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ปมตรวจสอบความโปร่งใสเงินบริจาคโครงการเมย์เดย์

ขณะที่นายบุญเกื้อ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ถึงวันที่ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ช่อ พรรณิการ์ ผู้เป็นโจทก์ก็มีอาการกระอักกระอ่วน ไม่พูดไม่จา ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับจำเลย…อ้างป่วยไมเกรนกำเริบ อ้วกแตก ขอเลื่อนคดีกลางศาล..ทำไมไม่นอนพักอยู่ที่บ้านแล้วให้ทนายนำใบรับรองแพทย์มา คราวหน้าผมไม่ยอมให้เลื่อนอีกแล้ว

ต่อมาวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 นายบุญเกื้อ ได้เดินทางเข้ารับฟังไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ตกเป็นจำเลย โดยมีโจทก์ คือ น.ส.พรรณิการ์ โดยโจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ ว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1-3 พ.ค.2563 คณะก้าวหน้าได้จัดโครงการ #MAYDAYMAYDAY เพื่อสนับสนุนศิลปินนักดนตรีอิสระ ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ในช่วงเวลารักษาระยะห่างทางสังคม ของการแพร่ระบาดโรค COVID-19 โดยรายได้จากการระดมเงินบริจาคระหว่างคอนเสิร์ต จะถูกส่งต่อไปให้เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เป็นเงินคนละ 3,000 บาท ภายใต้ชื่อกิจกรรมว่า “คอนเสิร์ตระดมทุน เมย์เดย์เมย์เดย์ เราช่วยกัน”

สำหรับในวันนี้นายบุญเกื้อ เปิดเผยว่า ครั้งที่แล้วโจทย์ไม่มีความพร้อม แต่ในวันนี้ น.ส.พรรณิการ์ ต้องมาศาล ซึ่งหากไม่มาถือว่าไม่มีมูลที่จะฟ้อง ทั้งนี้ส่วนตัวเชื่อว่าโจทก์ยังขาดความพร้อมเพราะทราบว่าเพิ่งไปขอเอกสารสเตทเม้นจากธนาคารเพิ่มเติมมาภายหลัง พร้อมกันนี้ยังมั่นใจว่าโครงการ #MAYDAYMAYDAY มีข้อพิรุธมากมายให้ตรวจสอบ เช่น รายชื่อผู้โอนเงินไม่ถูกต้อง ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ เดินทางมาศาลเพื่อร่วมไต่สวนมูลฟ้อง โดยยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

และวันที่ 15 ธันวาคม 2563  นายบุญเกื้อ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า Mayday Mayday ไต่สวนมูลฟ้อง ครั้งที่ 3 วันนี้ ฝ่ายโจทก์นำพยานบุคคล 3ปาก ที่อ้างว่าทำเป็นอาสาสมัครให้คณะก้าวหน้าช่วยปฎิบัติงานโครงการ เบิกความยอมรับกลางศาลว่าการจ่าย 3,000 บาท ให้กับ ประชาชนที่ลงชื่อยื่นคำขอมาจำนวนสามล้านกว่ารายนั้น มิได้โอนเรียงตามลำดับจากรายแรกไปตามที่ประกาศของโครงการตามที่ได้โฆษณาไว้ตั้งแต่ต้นว่าใครขอก่อนได้ก่อน เท่ากับมีการข้ามชื่อกันไปนับแสนๆราย และยังเบิกความยอมรับว่าได้นำเงินที่รับบริจาคมาใน โครงการ Mayday Mayday ไปใช้ผิดไปจากวัตถุประสงค์เดิมอีกด้วย

“ต้องขอชมว่าคุณช่อเลือกพยานโจก์มาเบิกความได้ถูกใจจำเลยอย่างผมมาก ผมเสียใจแทนคนสามล้านกว่ารายจากทั่วประเทศ ที่ถูกหลอกให้หลงดีใจว่าจะได้รับเงินเยียวยาจากคณะก้าวหน้าโดยไม่ต้องพิสูจน์ความจน แต่กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เปรียบเหมือนการเคาะกะลา และเสียใจแทนประชาชนจำนวนมากที่ร่วมบริจาคเงินให้มาแต่คณะก้าวหน้าได้นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์”