ท่านใหม่ เหน็บแรง “นักการเมืองล้มเจ้า” ได้เครื่องราชฯ รีบใส่ถ่ายรูปไว้ เดี๋ยวติดคุกจะโดนเรียกคืน!?!

1484

ท่านใหม่ เหน็บแรง นักการเมืองล้มเจ้า ได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ รีบใส่ถ่ายรูปไว้ ติดหน้าโลง เดี๋ยวติดคุกแล้วจะโดนเรียกคืน

จากกรณีที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2563 จำนวน 31,268 คนเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบรายชื่อหลังมีการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ได้ตั้งข้อสังเกตสำหรับรายชื่อ เพราะมีบรรดาส.ส.ของพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคก้าวไกล อย่างน้อย 25 คน

ต่อมาทางด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ก็ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีว่าด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์” ว่า เมื่อครั้งผมได้เข้าเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มธ. ในเดือนพฤศจิกายน 2544 ช่วงเวลานั้น ม.ธรรมศาสตร์กำลังถกเถียงเรื่องการให้มหาวิทยาลัยออกจากระบบราชการ มาเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับแทน มีการอภิปรายข้อดี-ข้อเสีย มีการหยิบยกเหตุผลของทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยขึ้นมา เหตุผลแต่ละเรื่อง ดูน่ารับฟังทั้งนั้น แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมฉงนสนเท่ห์ และไม่คาดคิดเลยว่าจะกลายมาเป็นข้อโต้แย้งได้ นั่นคือ การได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์

และยังเล่าว่า เมื่อครั้งที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ความยากลำบากในชีวิตก็เริ่มต้นขึ้น พิธีรีตอง รัฐพิธีต่าง ๆ ที่บังคับใช้กับส.ส. เยอะแยะมากมาย เริ่มตั้งแต่วันแรก ส.ส. ต้องไปรายงานตัวกับ กกต. เพื่อเอาเอกสารมายืนยันกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า เราได้เป็น ส.ส. แล้ว ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เลย เราได้เป็น ส.ส. เพราะประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ เป็นผู้เลือกเรามา ไม่ใช่กกต. อนุญาตให้เราเป็น

และยังกล่าวถึงรัฐพิธี ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีรัฐพิธี พระมหากษัตริย์เสด็จเปิดประชุมรัฐสภา สำนักงานเลขาฯ แจ้งหมายกำหนดการให้ ส.ส. เตรียมพร้อม ส.ส. อาวุโสบอกว่า เตรียมชุดขาว กางเกงดำไว้ มีเครื่องราชฯ เข็มอะไรต้องติดให้หมด ต่อมา ทางสำนักงานเลขาฯ แจ้งว่า รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในปีนี้เปลี่ยนไปจากเดิม ให้ใส่ชุดขาวทั้งชุด (น่าวิเคราะห์หาสาเหตุต่อไปว่า ที่ผ่านมา รัฐพิธีเปิดประชุมทุกสมัย ให้สมาชิกใส่ขาวท่อนบน ดำท่อนล่าง แต่ทำไม ปีนี้จึงให้ใส่ขาวทั้งชุด ซึ่งปกติให้ข้าราชการใส่) พร้อมทั้งกับนำคำของฝรั่งมาบอกว่า เครื่องราชฯ เป็นเครื่องมือแห่งการครอบงำ ไม่เพียงแต่ช่วยแบ่งแยกคนออกเป็นพวกเป็นประเภทเท่านั้น แต่ยังช่วยล้อมกรอบให้คนอยู่ในโอวาทด้วย รัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่ในการบอกว่าใครควรได้เกียรติยศผ่านการทูลเกล้าฯ รายชื่อขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เกียรติยศของบุคคลผู้ใช้อำนาจสาธารณะพึงเกิดจากความคิดเห็นของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจ และเพื่อให้ผมยังคงความเป็นอิสระในการนำเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ผมจึงต้องปฏิเสธไม่ลงนามในเอกสารตามที่เจ้าหน้าที่สภาร้องขอ

ล่าสุดทางด้าน ม.จ. จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยระบุข้อความว่า

นักการเมือง พวกล้มเจ้า ล้มสถาบัน ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รีบๆใส่ถ่ายรูปไว้เพื่อติดหน้าโลงศพ เดี๋ยวติดคุก แล้วจะโดนเรียกเครื่องอิสริยาภรณ์คืน นะ เพราะรักหรอกจึงบอกให้