ม็อบสามนิ้ว โดนฉีดน้ำร้องลั่น สหรัฐฯ ใช้อาวุธจริง พร้อมตราหน้าผู้บุกรัฐสภาฯ คือ กบฏ

5102

ม็อบสามนิ้ว โดนฉีดน้ำร้องลั่น!! เทียบชัด เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เตรียม “ชักปืนยิง” กลุ่มผู้ชุมนุมบุกรัฐสภาฯ ที่ทั่วโลกตราหน้าว่า “กบฏ”

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.63 ที่ผ่านมา ทั่วโลกกำลังจับตามองเป็นอย่างมาก กับเหตุการณ์ผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนทรัมป์ บุกปิดอาคารรัฐสภา เพื่อหวังกดดันไม่ให้ทางด้านของ นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมสภาคองเกรสรับรอง “โจ ไบเดน” เป็นประธานาธิบดี โดยพันธมิตรของสหรัฐฯในยุโรป ได้ออกมาประณามเหตุการดังกล่าว ว่าเป็นการโจมตีระบอบประชาธิปไตย

ซึ่งหากว่ามองย้อนมาที่ประเทศไทย การชุมนุมของกลุ่มม็อบคณะราษฎรก็เปิดตัวในรูปแบบเดียวกัน นั่นก็คือการไม่พอใจที่ “พรรคอนาคตใหม่” ถูกยุบ และทางด้านของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ถูกตัดสิทธิทางการเมือง หลังจากนั้นทางด้าน นายธนาธร จึงเริ่มปลุกใจประชาชนให้ออกมาต่อต้านรัฐบาล ว่า “โกงการเลือกตั้ง” ไม่ต่างอะไรเลย กับแผนการที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้ใช้ เป่าหูประชาชน เพื่อให้ตัวเองได้อำนาจและปั่นป่วนชาติ

โดยทางด้านของกลุ่มผู้ชุมนุมได้บุกปิดล้อมรัฐสภาสหรัฐอย่างรวดเร็ว ทางด้านของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ได้พยายามปิดล็อกทางเข้าออกทั้งหมด และมอบหน้ากากกันแก๊สน้ำตาให้กับทางด้านของ ส.ส. พร้อมทั้งพาไปหลบซ่อนในที่ปลอดภัย ทั้งนี้ทางด้านของเจ้าหน้าที่รัฐสภา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธปืนได้เพื่อควบคุมสถานการณ์ และสามารถใช้แก๊สน้ำตาในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตั้งแต่เริ่ม ซึ่งก็ถือว่าน่าแปลกมาก ที่เรื่องราวแบบนี้ทั่วโลกต่างๆสนับสนุนว่าไม่ใช่ความรุนแรง แต่เป็นเหตุที่พึงกระทำได้ตามหน้าที่

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ต่างกันมากกับประเทศไทยที่กลุ่มผู้ชุมนุม โดนการฉีดน้ำที่เรียกได้ว่าเป็นการควบคุมการชุมนุมเบื้องต้นที่ทั่วโลกต่างยอมรับว่าเป็นวิธีสากลที่สุด ในขณะที่พยายามบุกรัฐสภาเช่นกัน แต่กลับได้รับการปฏิบัติที่อ่อนนุ่มกว่า ประเทศที่เรียกว่า มหาอำนาจทางด้านประชาธิปไตย หรือต้นแบบแห่งเสรีภาพของม็อบ 3 นิ้ว

โดยล่าสุดได้มีรายงาน มีหญิงสาว เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ประท้วง ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงด้วยอาวุธปืนจริงบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังจากที่ได้ทำการบุกเข้าไปในรัฐสภา ซึ่งทั่วโลกต่างมองว่าเป็นการกระทำที่สมเหตุสมผล เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมในครั้งนี้ได้ถูกทั่วโลกตีตราว่าเป็น “กบฏ” และทำลายประชาธิปไตยร้ายแรง