มหันตภัยไฟป่าแคลิฟอร์เนีย?!? พยาบาลไทยเสียบ้าน 3 หลังในกองเพลิง ผลาญแล้วกว่า 4 พันล้านตร.เมตร ทำคนอเมริกันนับหมื่นไร้บ้าน

922

ฟ้าผ่าหนัก-ไฟป่าเผาผลาญเป็นวงกว้างมากกว่า 1 ล้านเอเคอร์ (ราว 4 พันล้านตารางเมตร) และประชาชนหลายหมื่นคนต้องละทิ้งบ้านเรือนของตนเอง พยาบาลไทยหนีโควิด-19 กลับไทยพบความสูญเสียอย่างคาดไม่ถึงเสียบ้าน 3 หลังวอดในพริบตา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ประกาศให้ไฟป่าแคลิฟอร์เนียเป็นภัยพิบัติร้ายแรง ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 คน บาดเจ็บกว่า 40 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนไปอยู่ในที่ปลอดภัย

 

ไฟป่าเกิดขึ้นเกือบ 600 จุด เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 1 ล้านเอเคอร์ (ประมาณ 2.5 ล้านไร่) หนึ่งในนั้นคือซานตาครูซเคาน์ตี ซึ่งเป็นเมืองที่นิรามัยอาศัยอยู่ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียบอกว่าไฟป่าครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ร้ายแรงที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์รัฐแคลิฟอร์เนีย

ทางการท้องถิ่นระบุการตรวจพบผู้เสียชีวิต 6 ราย ซึ่งมีส่วนเชื่อมโยงกับไฟป่าที่เชื่อกันว่าเป็นไฟป่า “ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” โดยปัจจุบันมีการส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงลงพื้นที่เกือบ 14,000 นาย แต่อาจพบอุปสรรคจากอากาศอุ่น แห้ง และฟ้าผ่าเพิ่มขึ้น

หนีโควิด-19 กลับไทยต้องเสียที่สุดเมื่อเสียบ้านอันเป็นที่รัก

นิรามัย สตวร์ด พยาบาลวัย 58 ปี ตัดสินใจลาออกจากงานที่โรงพยาบาลในแคลิฟอร์เนียและบินกลับมาเมืองไทยชั่วคราวเพื่อ “หนี” โควิด-19 ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ระหว่างที่กักตัวอยู่ที๋โรงแรม เธอก็ต้องพบกับเรื่องเศร้าที่สุดในชีวิต

“วันที่สามหลังจากมาถึงเมืองไทย เราเห็นข่าวว่ามีพายุฟ้าผ่าในแคลิฟอร์เนียทำให้เกิดไฟป่าหลายจุด แล้วก็ไปเจอคลิปข่าวทีวีท้องถิ่นของที่โน่น นักข่าวกำลังยืนรายงานข่าวไฟไหม้อยู่หน้าบ้านเราบนถนนไฮเวย์หมายเลข 236 แล้วช่างภาพก็แพนกล้องไปที่ตัวบ้านซึ่งกำลังถูกไฟไหม้ เราช็อกเลย ตกใจมาก รีบโทรศัพท์ไปหาสามีที่โน่น เขาบอกว่าบ้านถูกไฟไหม้จริง เสียใจมาก ทำอะไรไม่ถูก เราหนีโควิดมา แต่กลับต้องเจอเรื่องไฟป่า” นิรามัยให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยทางโทรศัพท์จากห้องพักในโรงแรมที่พัทยา ซึ่งรัฐจัดให้เป็นสถานที่กักกันโรคสำหรับคนไทยที่เดินทางมาจากสหรัฐฯ

นิรามัยเดินทางออกจากแคลิฟอร์เนียเพียงหนึ่งวันก่อนที่จะเกิดเหตุพายุฟ้าผ่าที่ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ป่าในหลายจุด เธอเดินทางถึงเมืองไทยวันที่ 16 ส.ค. และวันที่ 18 ส.ค. เป็นวันที่ได้เห็นบ้านของตัวเองกำลังถูกไฟไหม้อยู่ในคลิปข่าวชิ้นนั้น

นิรามัยเคยเป็นเจ้าหน้าที่กลุ่มงานควบคุมโรค ประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ก่อนที่จะลาออกและย้ายไปทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลไคเซอร์ในแคลิฟอร์เนียหลังจากแต่งงานกับสามีชาวอเมริกันเมื่อปี 2001 ทั้งสองอาศัยอยู่ที่บ้านในซานตาครูซเคาน์ตี ไม่ไกลจากโรงพยาบาลที่นิรามัยทำงานอยู่ และมีลูกด้วยกัน 2 คน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สามีของเธอซึ่งเป็นช่างก่อสร้างได้ค่อย ๆ สร้างบ้านขึ้นอีก 2 หลังบนที่ดินผืนเดียวกัน โดยวางแผนไว้ว่าจะปล่อยเช่าเพื่อเป็นรายได้หลังจากที่ทั้งคู่เกษียณอายุ

“ก่อนออกเดินทางมาเหตุการณ์ยังเป็นปกติ เรายังถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ มาเป็นที่ระลึก บอกลาคนที่เช่าบ้าน มาถึงไทยได้แค่ 2-3 วันก็เสียทุกอย่าง” นับตั้งแต่รู้ข่าวร้ายเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ไม่มีวันไหนเลยที่เธอไม่ร้องไห้

ชื่นชมไทยจัดการสาธารณสุขยอดเยี่ยม

ในฐานะที่เป็นทั้งบุคลากรทางการแพทย์และพลเมืองสหรัฐฯ นิรามัยบอกว่ามาตรการรับมือและควบคุมโรคระบาดของสหรัฐฯ กับของไทย “แตกต่างกันมาก”

ปัจจุบันแคลิฟอร์เนียมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากกว่า 650,000 ราย และเป็นรัฐที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในสหรัฐฯ การระบาดหนักของโควิด-19 ทำให้ประชาชนจำนวนมากที่ทางการสั่งให้อพยพหนีไฟป่าไม่กล้าไปศูนย์พักพิง

จากประสบการณ์การลงทะเบียนขอเดินทางกลับบ้านจนถึงการเข้าสู่สถานกักกันโรคที่รัฐจัดให้ นิรามัยบอกว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นและรัดกุมยิ่ง แตกต่างจากสหรัฐฯ ที่ไม่มีการตรวจหาเชื้อหรือกักกันโรคที่สนามบินซึ่งมีผู้โดยสารเดินทางมาจากทุกสารทิศ

“รัฐบาลไทยทำได้ดีมาก ตั้งแต่การลงทะเบียน จนขึ้นเครื่อง มาถึงเมืองไทย พอมาถึงเจ้าหน้าที่ก็ตรวจหาเชื้อ วัดอุณหภูมิ มีรถมารับจากสนามบินไปโรงแรมที่พัทยา ซึ่งเป็นสถานกักกันโรคที่รัฐจัดให้…มาตรการควบคุมโรคของไทยชัดเจนและดีกว่าสหรัฐฯ มาก แตกต่างกันมาก” เธอให้ความเห็น