สื่อเจ้าเดิม อ้าง “หมอทวีศิลป์” พูด “ประชาชนคือภาระ” หวังโจมตีทีม ศบค.สร้างความปั่นป่วน

5788

พาดหัวข่าวบิดเบือน!? สื่อเจ้าเดิม อ้าง “หมอทวีศิลป์” พูด “ประชาชนคือภาระ” หวังโจมตีทีม ศบค. สร้างความปั่นป่วน ให้รัฐฯเกิดข้อผิดพลาด!!

อย่างที่ทราบกันดีว่าในขณะนี้ทางด้านของ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำลังถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง จากฝั่งกลุ่มผู้เกลียดชังรัฐบาล หลังจากที่ได้ตอบคำถามในประเด็นการไม่ใช้คำว่าล็อกดาวน์ รวมถึงมาตรการเยียวยา ชดเชยหลังจากปิดกิจการต่างๆ

ซึ่งทางด้านของ นายแพทย์ทวีศิลป์ ก็พูดไปตามหลักการณ์ว่า “หากมีการล็อกดาวน์ก็จะกระทบต่อประชาชนทุกท่าน และก็จะต้องมีการเยียวยา ซึ่งก็จะต้องเป็นภาระของภาษีเงินของคนทั้งประเทศ ซึ่งในขณะนี้ก็กำลังเผชิญอยู่กับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั้งโลกและก็ของไทยเราเอง”

หลังจากนั้นไม่นาน ได้มีสื่อเจ้าเดิม ซึ่งเป็นสื่อที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมีหน้าที่ในการโจมตีรัฐบาลสร้างความปั่นป่วน ได้นำเสนอข่าวล่อเป้า โดยการพาดหัวบิดเบือนรูปประโยคว่า “ทวีศิลป์ชี้ประชาชนคือภาระ ทำประเทศพัง แต่ไม่อยากเยียวยา” ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมาก ที่อ่านเพียงแค่พาดหัว เข้ามาโจมตี นายแพทย์ทวีศิลป์ อย่างรุนแรง ถือว่าเป็นหนึ่งในการบิดเบือนข้อมูล เพื่อสร้างความเกลียดชังต่อสังคมอย่างน่าไม่อาย

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ซึ่งล่าสุดทางด้านของ เพจสาธารณะชื่อ “More ทวีศิลป์” ซึ่งเป็นแฟนเพจของ นายแพทย์ทวีศิลป์ ก็ได้ทำการโพสต์ข้อความว่า
“ขอความเป็นธรรม…..ไม่สร้างความเกลียดชัง เนื่องจากมิได้ใช้คำพูดตามที่สื่อนี้ออกมาพาดหัวข่าวเลย”

แต่นี่ไม่ใช่เพียงครั้งแรกที่ หมอทวีศิลป์ ถูกโจมตีอย่างรุนแรง เพราะหากว่าย้อนกลับไปเมื่อการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบแรก ประมาณเดือนพฤษภาคม 63 หมอทวีศิลป์ ก็ถูกโจมตีในเรื่องของการสื่อสารที่ผิดพลาดไม่ตรงประเด็น ไม่ชัดเจน ทั้งที่ก็แสดงให้ได้เห็นอย่างไม่มีการค้านสายตาแล้วว่า ศบค.สามารถควบคุมโควิด-19 ในรอบแรกได้จนทั่วโลกยอมรับ

ซึ่งในครั้งแรกที่ทางด้านของ ทีมแพทย์ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงนั้น ก็ไม่ต่างจากครั้งนี้ คือการถูกปลุกปั่นจากกลุ่มฝั่งตรงข้ามรัฐบาล ที่พยายามหาเรื่อง หาจุดที่อ่อนแอที่สุดในการโจมตี ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่า ทีมแพทย์เหล่านี้ถือว่ารับแรงกระแทกได้ไม่หนักเท่ากับนักการเมือง ยุทธศาสตร์การโจมตีทีมแพทย์เพื่อให้คณะทำงานของ ศบค.เกิดการรวนในระบบภายใน จึงเป็นการบุกโจมตีที่สำคัญยิ่ง เรียกว่าเป็นเซอร์ไพร์ซแอ็คแท็ค (Surprise Attack) ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจุดหมายเดียว คือ “หวังผลทางการเมือง”