อัษฎางค์ เบิกเนตร คณะราษฎร 2563 ลั่น จะปกครองประเทศได้ต้องมีสถาบันเท่านั้น!?!

981

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการประวัติศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีข้อเท็จจริงที่แกนนำม็อบคณะราษฎรไม่เคยรู้ หลังจากปฏิวัติสำเร็จ โดยระบุข้อความว่า

“เบิกเนตรคณะราษฏร์ 2563 ด้วยความจริงจากคณะราษฏร์ 2475”
ความจริงหนึ่งเดียวที่แกนนำม็อบ ทรราษฏร์ไม่เคยรู้คือ หลังจากปฏิวัติสำเร็จ คณะราษฏร์ 2475 ถึงพบความจริงถึงขั้นเบิกเนตรว่า คณะราษฏร์จะอยู่ในอำนาจได้ ต้องพึ่งและคงสถาบันฯ เอาไว้ เท่านั้น
………………………………………………………………….
เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งคณะราษฏร์ 2475 ที่ฝรั่งเศสนั้น จุดประสงค์หลักของคณะราษฏร์คือ ล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมีความเห็นแตกไปเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ให้คงสถาบันพระมหากษัตริย์เอาไว้ ให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และกลุ่มที่ให้ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วเปลี่ยนประเทศไปเป็นสาธารณรัฐอันมีประธานาธิบดีเป็นประมุข
ถึงขั้นมีหนึ่งในแกนนำเสนอให้ฆ่าล้างราชวงศ์จักรี แต่การก่อการไม่มีวันสำเร็จถ้าไม่มีพันธมิตรเป็นทหารที่มีกำลังพล ทำให้ต่อมาภายหลังเมื่อสำเร็จการศึกษาจากฝรั่งเศสกลับมาเมืองไทย จึงชักชวนทหารฝ่ายที่มีกำลังพลที่นำโดย พระยาพหลฯ และฝ่ายทหารที่มีกำลังพลนี้เองที่ยืนยันยกมือให้กับฝ่ายที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
*นายทหารอาชีพตัวจริงมีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่อดีตกาลแล้ว มีแต่นักการเมืองและนายทหารนักการเมืองเท่านั้นที่ไม่จงรักภักดี แต่คลื่นใต้น้ำของฝ่ายที่ไม่เอาเจ้ายังมีกระเพื่อมอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายหลังจากปฏิวัติสำเร็จได้ 2 ปี ในหลวงรัชกาลที่ 7 ก็ทรงประกาศสละราชสมบัติในขณะที่ทรงอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
ในเวลานั้นคณะราษฏร์ทั้งปวงก็ได้เบิกเนตรว่า พวกเขาไม่สามารถปกครองประเทศได้โดยปราศจากสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องมีอยู่ว่า…
ก่อนที่ในหลวงรัชกาลที่ 7 จะเสด็จไปต่างประเทศ ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์(น้องชายของในหลวงรัชกาลที่ 5) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พอในหลวงรัชกาลที่ 7 ประกาศสละราชสมบัติ รัฐบาลคณะราษฏร์ ได้ไปทูลวิวอนให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงรับเป็นประธานผู้สำเร็จราชการต่อไป
***ถึงขั้นออกปากทูลว่า ถ้าสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ จะทรงอยากเป็นพระมหากษัตริย์ คณะราษฏร์ก็ยอม (อ้างอิงจาก: หนังสือสิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น โดย ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล)
เพราะอะไร
เพราะคณะราษฏร์ได้เบิกเนตรแล้วว่า หลังจากปฏิวัติสำเร็จและครองอำนาจทางการเมืองมา 2 ปี แล้วพบว่า
**สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเสาหลักของชาติ เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ คณะราษฏร์จะปกครองประเทศไม่ได้เลย ถ้าขาดสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้นถ้าย้อนกลับไปที่แนวความคิดที่จะเปลี่ยนประเทศเป็นสาธารณรัฐอันมีประธานาธิบดีมที่เป็นสามัญชนเป็นประมุขนั้น ไม่มีวันเป็นไปได้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ยอมรับ
………………………………………………………………….
แต่จนแล้วจนรอด คณะราษฏร์ก็เกลี้ยกล่อม สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ไม่สำเร็จ
นอกจากพระองค์ท่านไม่ยอมเป็นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลต่อไปแล้ว ยังลาออกจากการเป็นประธานผู้สำเร็จราชการอีกด้วย ในที่สุดคณะราษฏร์ได้แต่งตั้ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรันต์ ซึ่งเป็นคนคนสนิทที่ใกล้ชิดในหลวงรัชกาลที่ 7 ขึ้นเป็นประธานผู้สำเร็จราชการ ซึ่งในตอนแรกพระองค์ท่านก็ปฏิเสธ และพอรับแล้วตอนหลังท่านก็ฆ่าตัวตาย
………………………………………………………………….
ทำไมท่านถึงปฏิเสธ ?
ทำไมปฏิเสธแล้วยังได้เป็นประธานผู้สำเร็จราชการ ?
ทำไมท่านต้องฆ่าตัวตาย
ทำไมคณะราษฏร์ต้องอาศัยเจ้าที่สนิทสนมใกล้ชิดรัชกาลที่ 7 เป็นผู้สำเร็จราชการ ?
………………………………………………………………….
ทำไมคณะราษฏร์มีโอกาสที่จะเปลี่ยนประเทศเป็นสาธารณรัฐแล้ว แต่กลับยังต้องการให้มีพระมหากษัตริย์ต่อไป ?
ทำไมคณะราษฏร์ยังต้องเพิ่งเจ้า
คำตอบของคำถาม 2 ข้อสุดท้ายคือ
***เพราะคณะราษฏร์ได้เบิกเนตรแล้วว่า จะปกครองประเทศไม่ได้เลย ถ้าขาดสถาบันพระมหากษัตริย์
ส่วนคำถาม 4 ข้อแรก…
………………………………………………………………….
โปรดติดตามตอนต่อไป
อัษฎางค์ ยมนาค