กกร.ยันปีหน้าGDPไทยโต 2-4%!?! โลกมีวีคซีนต้านโควิด-เศรษฐกิจฟื้น คาดส่งออกขยายตัว 3-5% 

286

ภาคเอกชน 3 สถาบัน แถลงคาดการณ์ GDP ปี 2563 ติดลบน้อยกว่าที่คาด -7 ถึง -6% ส่วนปี 2564 คาด GDP โต 2-4% ขณะส่งออกขยายตัว 3-5% เชียร์รัฐบาลต่ออายุมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คนละครึ่ง-เที่ยวด้วยกัน-ช้อปดีมีคืน ได้ผลการกระจายเงินลงสู่ฐานรากอย่างแท้จริง และร้องรัฐหนุนช่วยโรงแรมด้านมาตรการพักชำระหนี้และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ใช้แอพพลิเคชั่น “ทักทาย:TAGTHAi”  ดันท่องเที่ยวฟื้น

“ภาคเอกชนต้องการให้รัฐต่ออายุมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะมาตราการคนละครึ่งเที่ยวด้วยกันช้อปดีมีคืนเพราะเห็นผลกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนรวมถึงการให้มีกาีใช้จ่ายของภาครัฐและเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐอย่างต่อเนื่อง“

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังเป็ปนระธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประจำเดือน ธ.ค.63 ว่า กกร.ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจในปี 63 หดตัวน้อยลงกว่าที่เคยคาดไว้เดิม โดยจะหดตัวอยู่ในกรอบ -7.0% ถึง -6.0% ขณะที่การส่งออกหดตัวในกรอบ -8.0% ถึง -7.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะหดตัว -1.0% ถึง -0.9%

ส่วนปี 2564 แม้เศรษฐกิจไทยจะได้รับแรงสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเผชิญในระยะข้างหน้า ที่ประชุม กกร.จึงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ในกรอบ 2.0% ถึง 4.0% ขณะที่การส่งออกจะขยายตัวในกรอบ 3.0% ถึง5.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะอยู่ในกรอบ 0.8% ถึง 1.2%

ส่งออกดีขึ้นตามการฟื้นตัวโลก-มีวัคซีนต้านโควิด

สำหรับเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/63 แผ่วลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/63 ความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 และผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เป็นบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวมีสัญญาณแผ่วลง นอกจากนี้การส่งออกของไทยยังได้รับผลกระทบทางอ้อมจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้นภายหลังจากการกลับมาระบาดที่รุนแรงขึ้นในหลายประเทศ

เศรษฐกิจไทยคาดว่าปรับตัวดีขึ้นในปี 64 แต่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ภาคการส่งออกของไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากมีวัคซีนใช้ในวงกว้างช่วงครึ่งหลังของปี นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกยังน่าจะได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจจีนที่ขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยจะยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ

ขณะที่ ภาคการส่งออกของไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวโต 3-5% ตามภาวะเศรษฐกิจโลกทั้งปีที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจจีนที่ขยายตัวต่อเนื่อง เงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ 0.8-1.2% หลังจากมีการใช้วัคซีนในวงกว้างในช่วงครึ่งหลังของปี

วอนรัฐช่วยธุรกิจโรงแรม-ท่องเที่ยว

เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนกว่า 10% ของ GDP ยังฟื้นตัวได้อย่างจำกัด รวมถึงตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง การช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมท่องเที่ยว สมาคมโรงแรมไทย ที่ประชุม กกร. ขอให้ภาครัฐพิจารณาข้อเสนอ 2 มาตรการ 

  1. มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สำหรับกรณีหนี้คงเหลือเดิมปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นคงที่ 2% พร้อมทั้งพักการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 2 ปี และขอวงเงินสนับสนุนเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ธุรกิจไทย อนุมัติปล่อยสินเชื่อได้ไม่เกินรายละ 60 ล้านบาท/โรงแรม ในอัตราดอกเบี้ย 2% ปลอดการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 2 ปี

เมื่อครบกำหนดแล้วให้แปลงเป็นสินเชื่อระยะยาวดอกเบี้ยต่ำผ่อนชำระกับธนาคารพาณิชย์ หากลูกค้ามีหลักประกันไม่พอ ขอให้ บสย. หรือรัฐบาลเป็นผู้จัดตั้งกองทุนค้ำประกัน และไม่จำกัดสิทธิสำหรับโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีวงเงินรวมเกิน 500 ล้านบาท

  1. มาตรการสนับสนุนเงินเดือนค่าจ้างร้อยละ 50 Co-payment เพื่อรักษาการจ้างงาน สนับสนุนให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจ้างพนักงานเดิมจำนวน 200,000 คน (จำนวนไม่เกิน 30% ของจำนวนพนักงานปัจจุบัน) ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ปี

อย่างไรก็ดี กกร.ได้มีการหารือถึงการใช้แอพพลิเคชันด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจร อาทิ จองโรงแรม ที่พักภายในประเทศ จองตั๋วเครื่องบิน และร้านอาหาร ซึ่งขณะนี้มีแอพพลิเคชัน TAGTHAi (ทักทาย) โดยเป็นแอพพลิเคชัน ที่หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้พัฒนาร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน

ที่ประชุม กกร. จึงเห็นควรสนับสนุนและร่วมมือกัน โปรโมท ต่อยอดให้มีการใช้แอพพลิเคชัน TAGTHAi อย่างแพร่หลาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาการท่องเที่ยวให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป