บิ๊กตู่ รอด ศาลรธน.วินิจฉัยแล้ว อยู่บ้านพักหลวงไม่ผิด ความเป็นรมต.ไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ

3955

หลังจากที่หลายคนจับตาและรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีบ้านพักหลวงซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พักอาศัยอยู่จนปัจจุบันเกษียณอายุราชการมาแล้ว 6 ปี ว่าเหตุนี้จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่นั้น

ล่าสุดทางด้นาคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมเพื่อนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบ มาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5)และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5)ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184วรรคหนึ่ง (3)หรือไม่แล้ว

และเมื่อเวลา 15.00  ที่ผ่านมาคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย โดยสรุปว่า  “ความเป็นรัฐมนตรี ของพล.อ.ประยทธ์ ไม่ได้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ”

โดยบรรยากาศที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสามประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง ( 4) ประกอบมาตรา 160 (5)  และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง(5) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่งและมาตรา 184 วรรคหนึ่ง(3) หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า เมื่อพล.อ.ประยุทธ์เกษียณอายุ แต่ดำรงตำแหน่งนายกฯอยู่ ก็ยังมีสิทธิพักอาศัยในบ้านพักดังกล่าว เป็นไปตามข้อ 5.2 ตามระเบียบกองทัพบกเรื่องบ้านพักรับรอง 2548 เพราะอยู่ในฐานะอดีตผู้บังคับบัญชา หาได้พักในตำแหน่งนายกฯ ซึ่งการที่กองทัพบกกำหนดให้บ้านพักหลังดังกล่าวเป็นบ้านพักรับรองกองทัพบก และสนับสนุนค่าไฟฟ้าและน้ำประปากองทัพบกพิจารณาความเหมาะสมตามดุลยพินิจของกองทัพบก ซึ่งการให้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้พิจารณาให้สิทธิบุคคลผู้เข้าเงื่อนไขไม่ใช่พิจารณาให้แค่ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น

ทั้งนี้ระเบียบดังกล่าวกำหนดขึ้นก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. และตำแหน่งนายกฯ อีกทั้งมีความจำเป็นที่รัฐจะต้องจัดที่พำนักของนายกฯขณะที่ดำรงตำแหน่ง เพื่อรักษาความปลอดภัย และเพื่อให้นายกฯปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมเกียรติ การที่กองทัพอนุมัติให้ใช้บ้านพักรับรองรวมทั้งสนับสนุนค่าไฟฟ้าและน้ำประปา จึงมิได้เป็นการกระทำที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใด ความเป็นรัฐมนตรีจึงไม่สิ้นสุดลเฉพาะตัวแต่อย่างใด และไม่เป็นกรณีการกระทำอันขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง อาศัยเหตุผลดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว