สหรัฐคว่ำบาตร 4 บริษัทจีน-รัสเซีย?!?ฐานหนุนอิหร่านพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ อ้างถ่ายโอนเทคโนฯละเอียดอ่อน

718

สหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนและรัสเซีย 4 แห่ง ที่สนับสนุนการพัฒนาโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน อ้างถ่ายโอนเทคโนโลยีและสินค้าที่ละเอียดอ่อน หลังอิหร่านชี้อิสราเอล-พันธมิตรอยู่เบื้องหลังลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์เบอร์1 ของอิหร่าน แม้ไม่ยอมรับอย่างเปิดเผยแต่ปฏิบัติการที่สอดคล้องกันของสหรัฐ-อิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้ทั้งโลกมองออกและจับตาว่า สหรัฐกับอิสราเอลจะปฏิบัติการบีบอิหร่านอย่างไรต่อไป ในขณะที่ความเคลื่อนไหวทางการทหารของทั้งสองประเทศดำเนินการต่อเนื่องไม่หยุด

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ กล่าวโทษ บริษัท 4 แห่งของจีนและรัสเซียว่า “ถ่ายโอนเทคโนโลยีและสินค้าที่ละเอียดอ่อน” ให้กับโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน จากเหตุดังกล่าว ทำให้สหรัฐฯประกาศคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อบริษัทของจีนและรัสเซีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 พย. 63)

บริษัททั้ง 4 แห่งซึ่งถูกกล่าวหาว่า “ถ่ายโอนเทคโนโลยีและสินค้าที่ละเอียดอ่อนไปยังโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน” จะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดในการช่วยเหลือของรัฐบาลสหรัฐฯ และการส่งออกเป็นเวลา 2 ปี ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ โดยการคว่ำบาตรนี้มีผลต่อบริษัทในจีน 2 แห่งคือ “เฉิงตู เบสท์ นิว แมทีเรียลส์” และ “ซีโบ อีลิม เทรด” รวมถึง “นิลโค กรุ๊ป” ในรัสเซีย และบริษัทร่วมหุ้น “อเลคอน”

“เราจะพยายามต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อขัดขวางความพยายามในการพัฒนาขีปนาวุธของอิหร่าน และใช้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เพื่อส่องไฟไปยังซัพพลายเออร์ต่างชาติ ว่าพวกเขากำลังสนับสนุนการพัฒนาขีปนาวุธของอิหร่านอยู่ เช่น หน่วยงานเหล่านี้ในสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีน) และรัสเซียที่จัดหาวัสดุและเทคโนโลยีเกี่ยวกับขีปนาวุธให้กับอิหร่าน” ปอมเปโอ กล่าวเสริม

 แม้มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันพุธ (25 พ.ย.2563) แต่การประกาศของปอมเปโอเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังนายโห์เซน ฟาคริซาเดห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์คนสำคัญของอิหร่านเสียชีวิตจากการถูกลอบสังหาน ในเขตชานกรุงเตหะราน  หลังเกิดเหตุรัฐบาลอิหร่าน กล่าวว่าอิสราเอลอยู่เบื้องหลัง และนิวยอร์ก ไทม์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวด้านข่าวกรองของสหรัฐว่า อิสราเอลลงมือลอบสังหารฟาตนิซาเดห์

ก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ.2561 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านที่ก่อตั้งขึ้น ในสมัยของประธานาธิบดี บารัค โอบามา นับตั้งแต่นั้น ทรัมป์ได้นำมาตรการคว่ำบาตรกลับมาใช้ต่อสาธารณรัฐอิสลาม (อัฟกานิสถาน, อิหร่าน, มอริเตเนีย และ ปากีสถาน) อีกครั้ง โดยเขาเรียกการรณรงค์มาตรการดังกล่าวว่าเป็นการใช้ “แรงกดดันขั้นสูงสุด” ทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะคว่ำบาตรประเทศ หรือบริษัทต่างประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายของสหรัฐฯ ต่อประเทศอิหร่านอยู่เสมอ