ธนาธร ประกาศจ่อดำเนินคดีคนป่วนลงพื้นที่หาเสียง ย้อนแย้งเคยด่ารัฐใช้กม.เอาผิดม็อบ

2469

สืบเนื่องจากการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ซึ่งการลงพื้นที่แต่ละครั้งก็จะปรากฏภาพที่มวลชนต่างออกมาถือป้ายขับไล่ พร้อมตะโกนว่าต่าง ๆ นานา รวมถึงบางพื้นที่มีการเปิดเพลงไล่อีกด้วยนั้น

ล่าสุด นายธนาธร กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะให้คนมาสนับสนุนเราทั้งหมด โดยกลุ่มที่เห็นต่างจะมีอยู่ 2 แบบ คือ มีลักษณะที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งกลุ่มนี้ตนจะเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจตลอดว่าพวกเราไม่ได้เข้ามาเพื่อล้มล้างสถาบันฯ เราไม่ได้ชังชาติ เราทำตรงนี้ด้วยความหวังดี ประสบความสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างแล้วแต่กรณีไป

ส่วนที่มีปัญหามันจะไม่ใช่แบบธรรมชาติ ซึ่งมี 2 เหตุผลหลัก คือ 1.พยายามที่จะสร้างเป็นเรื่องการเมืองระดับชาติ พยายามที่จะสร้างทฤษฎีสมคบคิด ธนาธร ปิยบุตร แสงกนกกุล พรรณิการ์ วานิช ร่วมกับอเมริกา ร่วมมือกับจอร์จ โซรอส ไปอยู่ข้างหลังนักศึกษา วางแผนจะล้มล้างสถาบัน คือมันต้องมีแพะ มันต้องมีปีศาจตัวหนึ่งเพื่อให้เขาจัดการได้ เพราะเขาเอานักเรียน นักศึกษาเป็นปีศาจไม่ได้ ก็เลยต้องเอาตนเอานายปิยบุตรมาเป็นปีศาจ

นายธนาธร กล่าวต่อว่า 2. การเมืองระดับท้องถิ่นผมคิดว่านี่เป็นการลงขันกันจากบ้านใหญ่ เพื่อหยุดธนาธรไม่ให้เดินหาเสียง คือเราเห็นชัดเจนหลายครั้ง ในหลายกรณีเข้ามา 3-5 นาทีเพื่อถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ แล้วเดินกลับ เพื่อเอาไปปล่อยลงโซเชียล เพื่อที่จะบอกว่าจังหวัดนี้ไม่ต้อนรับธนาธร แบบนี้เราไม่ว่า ไม่เป็นไร 3 นาทีเราก็เดินหาเสียงต่อ

แต่แบบที่เป็นปัญหาจริง ๆ คือมีลักษณะคุกคามจริง ตั้งใจมาคุกคามให้เราหยุดเดิน ไม่ต้องการให้เราพบประชาชน มีการเดินตามแล้วตะโกนเพื่อให้เกิดความวุ่นวายดูแล้วเกิดความปั่นป่วนไม่สงบสุข เป็นการคุกคามชัดเจน คุกคามสิทธิเสรีภาพของเราในการเดินทาง คุกคามสิทธิเสรีภาพของเราในการรณรงค์เลือกตั้ง ถ้ามายืนชูป้ายเฉย ๆ ตนไม่ติดใจ เราเรียกร้องให้ฝ่ายหนึ่งเปิดใจให้กว้างสำหรับข้อเสนอที่อาจจะทำร้ายจิตใจเขา เราเองก็ต้องรับฟังเขาเหมือนกัน ดังนั้นใครจะมายืนชูป้ายด้วยความสงบไม่ระรานไม่คุกคามกัน ตนคิดว่าเป็นสิทธิ์ และก็ให้ไปเดินรณรงค์เลยว่าไม่ให้เลือกคณะก้าวหน้า ต่างคนต่างรณรงค์ ไม่ต้องมาคุกคาม ไม่ต้องมาระรานกัน

“การดำเนินการทางกฎหมายไม่ได้ตั้งใจจะเอาผิดกันจริง ๆ แต่ในใจจริงไม่คิดอยากจะดำเนินคดีกับใคร เพียงแต่จะปรามไม่ให้คนอื่นมาทำตาม ถ้าอยากจะยืนก็ควรจะใช้โอกาสนั้นพูดกับสังคมมากกว่าว่าถ้าไม่เห็นด้วยกับพวกเราก็รณรงค์อย่างสันติ ยืนแสดงออกอย่างสันติ โดยจะร้องเรียนทั้งต่อ กกต. ส่วนไหนที่มีลักษณะคุกคามชัดเจนซึ่งหน้าอาจจะไปที่สถานีตำรวจเลย โดยเบื้องต้นดูไว้ประมาณ 4 จังหวัดที่มีหลักฐานชัดเจน”

ย้อนไปก่อนหน้านั้น นายธนาธร เคยออกมาแสดงความเห็นการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอ้างว่าการชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ส่วนการนำมาตรา 112 มาบังคับใช้เป็นการราดน้ำมันบนกองไฟว่า