“ศรีสุวรรณ” บุกร้อง ปอท.จับผิด “จาตุรนต์” ปล่อยเฟคนิวส์ 5 ข้อ กรณีอายัด 3 แกนนำคณะราษฎร

1441

จากกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang โดยมีเนื้อหา ตั้งข้อสงสัยต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีการควบคุมตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ว่ามีความรุนแรงระหว่างการจับกุมหรือไม่

วันนี้ เวลา 10.00 น.ที่ บก.ปอท.ศูนย์ราชการฯ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เนื่องจากพบว่ามีการโพสต์และแชร์ข้อความในเพจเฟสบุ๊ก Chaturon Chaisang เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ในลักษณะตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการอายัดตัวผู้ถูกกล่าวหาคือ ไมค์-เพนกวิน-รุ้ง ไปยัง สน.ประชาชื่นเพื่อลงบันทึกการจับกุมหลังได้รับการปล่อยตัวกรณีศาลยกคำร้องฝากขัง ซึ่งอาจเข้าข่ายนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จนั้น

การโพสต์ข้อความดังกล่าวมีเนื้อหาสาระที่ส่อไปในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายรวม 5 ประเด็น อาทิ 1)ใช้หมายจับที่หมดสภาพแล้วไปจับกุมคนโดยพลการ 2)ระหว่างเคลื่อนย้ายซ้อมเขาจนสลบ 3)มันป่าเถื่อนมาก 4)ใครสั่งใครบงการย่อมเป็นที่เกลียดชัง และ 5)ระบบยุติธรรมก็เสื่อมเสียน่าอับอายไปทั่วโลก ซึ่งข้อความต่างๆเหล่านี้น่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนั้นยังก้าวล่วง ตำหนิหรือให้ร้ายต่อกระบวนการยุติธรรม (ซึ่งประกอบไปด้วย ตำรวจ อัยการ ศาล) ว่าเสื่อมเสียน่าอับอายไปทั่วโลก ซึ่งข้อความดังกล่าว เป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือของชาติ อีนบ่งชี้โดยเจตนาว่าต้องการสื่อถึงอะไร
แม้ในเวลาต่อมาเพจดังกล่าว ได้มีการแก้ไขข้อความใหม่ ด้วยการลบคำว่า “ซ่อม” ออกไป โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน แต่ทว่าโพสต์ดังกล่าวได้มีการก๊อปปี้ข้อความและแชร์ข้อความดังกล่าวออกไปเป็นจำนวนมากแล้ว และถึงอย่างไรก็เข้าข่าย “ความผิดสำเร็จ” ไปแล้วตามประมวลกฎหมายอาญา ม.63 ประกอบ ม.80 เพราะความผิดประเภทนี้ เป็นความผิดที่กฎหมายไม่ต้องการผลตามทฤษฎีการกระทำความผิดทางอาญา

“การที่ใครก็ตามที่เป็นบุคคลสาธารณะหรือเคยมีตำแหน่งใหญ่โตในรัฐ แต่กลับมาเป็นผู้นำในการสร้างและเผยแพร่เฟคนิวส์ให้ร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐเสียเอง ทำให้ขาดเครดิต ลดความน่าเชื่อถือของสังคมลงได้ และอย่าคิดว่าการเคยมีตำแหน่งใหญ่โต จะฝืนกฎหมายอย่างไรก็ได้ คงไม่มีใครกล้ามาเอาโทษด้วยนั้น ถือว่าคิดผิดแล้ว”
ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำความมาร้องเรียนกล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อเรียกเจ้าของเพจดังกล่าวมาสอบสวนเอาผิดตามครรลองของกฎหมาย เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างของการใช้โซเชรยลมีเดียในทางที่ผิดๆต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด