ฮือฮาเปิดข้อกล่าวหาฝ่ายค้านซักฟอก!ประวิตรผู้มีอิทธิพล ณัฎฐพลไม่เคารพสิทธิมนุษยชน

608

จากที่วันนี้ 25 มกราคม 25 64 ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล ซึ่งมีทั้งตัวนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ และรัฐมนตรีอีก 9 คน โดยซักฟอกลงมติไม่ไว้วางใจ

สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  2.พล.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี 3.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  4.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 6.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 7.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 8.นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 9. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ10.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ขณะที่ทวิตเตอร์ พรรคเพื่อไทย Pheu Thai Party ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพประกอบถึงกรณีดังกล่าว เผยแพร่ไว้พร้อมสาเหตุ และเหตุผลแนบข้อกล่าวหารัฐมนตรีไว้เป็นรายบุคคล อย่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า

เปิดเอกสารญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลฉบับเต็ม พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่วางใจรัฐบาลต่อประธานรัฐสภา 10 คน พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี ชี้บริหารล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ เอื้อประโยชน์นายทุน

ข้อร้องเรียนของพรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่วางใจรัฐมนตรี คนแรก “พล.อ.ประยุทธ์” บริหารล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ใช้อำนาจแลกผลประโยชน์ ทำให้การทุจริตแพร่กระจายไม่ต่างจากโรคระบาด จนได้ชื่อว่าเป็นยุคที่การทุจริตเฟื่องฟู เบ่งบานมากที่สุด

คนที่ 2 ที่พรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ “พล.อ.ประวิตร” ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ใช้งบประมาณของรัฐเพื่อสร้างความร่ำรวย มั่งคั่งให้กับตนเอง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

คนที่ 3 ที่พรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ “อนุทิน ชาญวีรกูล” บริหารผิดพลาดบกพร่องร้ายแรง ไม่ควบคุมการแพร่ระบาดของ #โควิด19 ส่งผลให้มีการแพร่ระบาดรอบสองอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจประเทศ ปกปิด อำพรางการจัดซื้อ #วัคซีน ป้องกันโรค เพื่อเปิดช่องให้มีการทุจริต

คนที่ 4 ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่น #อภิปรายไม่ไว้วางใจ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ลอยตัวหนีปัญหา เลือกปฏิบัติ พูดอย่างทำอย่าง แต่งตั้งบุคคลที่ไม่มีความรู้ความสามารถเข้ามาแสวงหาประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้องในลักษณะแบ่งแยกหน้าที่กันทำ

คนที่ 5 ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่น #อภิปรายไม่ไว้วางใจ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง ใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อวางแผนในการทุจริตอย่างเป็นระบบและแยบยล  ไม่เสียสละ ไม่เปิดเผย แต่กลับปกปิดการกระทำความผิดของตนและบุคคลแวดล้อม

รัฐมนตรีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่น #อภิปรายไม่ไว้วางใจ  คนที่ 6 “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน ใช้อำนาจแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำในลักษณะกดขี่ข่มเหงข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้พวกพ้องของตนเข้าสู่ตำแหน่ง

รัฐมนตรีคนที่ 7 ที่ฝ่ายค้านยื่น #อภิปรายไม่ไว้วางใจ  “สุชาติ ชมกลิ่น” ปล่อยปละละเลยให้มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้ใช้แรงงาน ไม่กำกับควบคุมผู้ใช้แรงงานต่างด้าวให้เป็นระบบ จนเกิดแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมาก สร้างผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการแพร่ระบาดของ #โควิด19

รัฐมนตรีคนที่ 8 ที่ฝ่ายค้านยื่น #อภิปรายไม่ไว้วางใจ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผูกขาด เพื่อให้มีสิทธิดำเนินงานในกิจการของรัฐ โดยไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ สมคบกันเพื่อปิดบังการทุจริต

รัฐมนตรีคนที่ 9 ที่พรรคฝ่ายค้านยื่น #อภิปรายไม่ไว้วางใจ  “นิพนธ์ บุญญามณี” (มท.2)  ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง

ปิดท้ายที่รัฐมนตรีคนที่ 10 ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่น #อภิปรายไม่ไว้วางใจ  “ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า” มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย  ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลกร่างเถื่อน สร้างอิทธิพลให้กับบริวารและพวกพ้อง