ยังกล้าโกหก!? เปิดคลิปดูจะๆ “หนุ่มฟู้ดแพนด้า” อ้างเป็นพลเมืองดีช่วยดับไฟ ปัดเผาพระบรมฉายาลักษณ์ งานนี้หลักฐานคามือ!!

837

ยังกล้าโกหก!? เปิดคลิปดูจะๆ “หนุ่มฟู้ดแพนด้า” อ้างเป็นพลเมืองดีช่วยดับไฟ ปัดเผาพระบรมฉายาลักษณ์ งานนี้หลักฐานคามือ!!

จากกรณีที่มีเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวัน 18 ก.ค. 64 ที่ผ่านมา และโลกโซเชียลได้เผยแพร่ภาพชายแต่งกายเป็นพนักงานส่งอาหารของฟู้ดแพนด้า ซึ่งพบว่าเจ้าตัว ได้ใช้น้ำมันราดบนผ้าประดับพร้อมกับจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนินนอก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ขณะร่วมชุมนุมกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก ต่อมาชายคนดังกล่าว ได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้แล้ว ที่บ้านพักย่านรังสิต

ล่าสุดทางด้าน

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ได้เดินทางมาเพื่อสอบปากคำ นายสิทธิโชค เศรษฐเศวต ไรเดอร์ส่งอาหารฟู้ดแพนด้าด้วยตนเอง ที่ไปก่อเหตุวางเพลิง โดยใช้น้ำมันราดบนผ้าประดับพร้อมกับจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ที่ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนินนอก ในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมแนวร่วมกลุ่มราษฎร เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ปิยะ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าอยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ไม่ได้ไปร่วมก่อเหตุวางเพลิงพระพระบรมฉายาลักษณ์ โดยมีเจตนาเข้าไปช่วยดับไฟ ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาในการให้การกับพนักงานสอบสวน แต่ทางตำรวจยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ต้องหากระทำผิดจริง

เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อหาคือ ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน , ผิด พ.ร.บ.โรคติดต่อ , ผิดมาตรา 112 และวางเพลิงเผาทรัพย์สิน ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาอื่นอีกหรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งหากการสอบสวนแล้วเสร็จก็จะนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญารัชดาภิเษกในวันนี้ ส่วนผู้ชุมนุม 16 คน ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อเตรียมนำตัวส่งฝากขังเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับผู้กระทำความผิดระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่ามีการออกหมายจับเพิ่มเติมแน่นอน

ต่อมามีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ สน.ห้วยขวาง สถานที่ควบคุมตัวนายสิทธิโชค ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำที่สน.นางเลิ้ง พื้นที่เจ้าของคดี แฟนสาวของนายสิทธิโชคที่เดินทางมารอพบ เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้ขณะที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมก็รู้สึกตกใจ เพราะไม่คิดว่าการเข้าไปช่วยดับไฟของตนจะมีความผิด ยืนยันว่าในวันเกิดเหตุ อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดและไม่ได้ไปเข้าร่วมการชุมนุม แต่ไปส่งอาหารตามออเดอร์ให้กับผู้ร่วมชุมนุม เมื่อส่งเสร็จ ก็เห็นว่าไฟกำลังลุกติดผ้า แฟนหนุ่มจึงหยิบน้ำไปเพื่อจะช่วยดับ และตรงจุดนั้นก็มีตำรวจจราจรอยู่ด้วย หากแฟนเผาจริง ตำรวจจราจรคนนั้นต้องเข้าจับกุมแล้ว แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ถูกจับกุมแต่อย่างใด

ในส่วนของคนที่เผาก็ไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะตนกับแฟนไปถึงก็เห็นไฟไหม้อยู่แล้วทั้งจุดนั้น และหุ่นจำลองนายกที่มีการเผากัน ซึ่งในตอนถูกควบคุมตัวที่บ้านก็ได้พยายามอธิบายกับเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่าตนทำความดีทำไมต้องถูกจับกุม แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับฟังและคุมตัวแฟนหนุ่มมาพูดคุยที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาก่อนส่งมาสน.ห้วยขวาง

แฟนสาวนายสิทธิโชค เผยอีกว่า ส่วนประเด็นในทวิตเตอร์มาทราบในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 18 กรกฎาคม โดยส่วนตัวไม่ได้เล่นทวิตเตอร์ แต่มีคนบอกจึงลองโหลดมาและไล่อ่านก็พบว่ามีผู้คอมเม้นต์ต่อว่าแฟนหนุ่มอย่างหนัก ส่วนตัวจึงอยากขอพูดถึงทุกคนว่า หากต้องการสอบข้อเท็จจริงให้มาถามตนที่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ใช่แชร์กันด้วยข้อมูลที่มั่วๆ และทำร้ายคนอื่นแบบนี้

ในขณะที่ทางด้าน ปราชญ์ สามสี ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า คนไม่รู้กฏหมายก็จะอธิบายแบบคนที่ไม่รู้ การให้ข่าวของพยานฝ่ายจำเลย ในคดีเผารูปในหลวงอ้างว่า สามี ไม่ได้เผาแต่ช่วยดับไฟ… โดยอ้างว่าตำรวจในขณะนั้นยังไม่จับเลย

เรื่องนี้เป็นการพูดที่ไม่ตรงความเป็นจริง และเป็นการพูดเพื่อยกประโยชน์ให้ตนเอง้เรื่องน้ำหรือน้ำมัน… หากดูแต่เพียงภาพถ่าย…เพียงอย่างเดียวนั้นแยกไม่ง่ายนัก…. แต่หากติดตาม คลิปวีดิโอย่างต่อเนื่องจะเห็นพฤติกรรมการ เทของเหลวแล้วไฟลุกท่วมขึ้นในหลายแห่ง….จึงคาดเดาได้ไม่ยากว่าสิ่งที่ใช้รินลงไปไม่ใช่น้ำเปล่า … อีกทั้งพฤติกรรมมิใช่การพยายามกระตือรือร้นจะดับไฟแต่เพียงอย่างเดีย
เรื่องน้ำมันแพง….อันนี้ตลกดี ….ของเหลวในขวดดูสีสันก็เห็นว่าไม่ใช่สีน้ำมันตระกูลเบนซิน หรือน้ำมันพืช….เพราะมันใส… แต่สิ่งที่เป็นไปได้คือ แอลกอฮอล์ 70เปอร์เซ็นต์ ที่ใช้ล้างมือนี่แหละ..เพราะราคาถูก ซื้อหาง่าย อำพรางได้ง่าย และสามารถติดไฟดี …
ส่วนเรื่องตำรวจในสถานที่เกิดเหตุที่ถูกกล่าวอ้างว่าไม่จับกุมนั้น เพราะไม่ได้ทำผิด…เรื่องนี้ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน
เพราะจากคลิปจะแสดงให้เห็นแล้วว่าตำรวจจราจร มีเจตนา ปรามว่าอย่าทำแต่แรก …ตำรวจทำหน้าที่ เข้าระงับเหตุแล้วแม้ไม่ทันก็ตาม… การที่ตำรวจจะจับกุมคนวางเพลิง ณ ที่นั้นเวลานั้น อาจจะเสี่ยงต่อชีวิตตำรวจในหน้าที่จึงเกินไป อีกทั้ง ตำรวจที่ระงับเหตุการณ์นั้นเป็น จราจร…การประสานข้อมูลผู้กระทำผิดและเก็บหลักฐาน เป็นเรื่องทำได้ง่ายกว่าการสุ่มเสี่ยงเข้าไปจับกุมท่ามกลางฝูงชนที่กำลังคลุ้มคลั่ง
การเก็บหลักฐานส่วนอื่น สามารถทำให้ สืบนำจับกุม มือวางเพลิงในภายหลังโดยตำรวจ … ดังนั้นการที่จะอ้างว่า ขนาดตำรวจยังไม่จับ…มันค่อนข้างตลกเกินไปหน่อย เพราะ ที่จับกุมอยู่นี่ก็ตำรวจนั้นและครับ….
เท่าที่พูดออกมา มันก็เท่ากับให้การภาคเสธ แล้วว่าตำรวจจับไม่ผิดตัวแน่ๆ เพราะยอมรับกลายๆว่าทำจริง แต่ไม่ได้เจตนา บลาๆก็ว่าไป แต่การปฎิเสธไม่ยอมรับผิดในชั้นสืบสวน หากหลักฐานมัดตัวจนมิดชิด เกรงว่าโทษจะโดนเต็มจำนวนนะครับ… และโทษ ของการวางเพลิงนะหนักมากกก
สุดท้ายนี้…ทุกอย่างในระบบกฏหมายไม่ได้ฟังแต่ พยานบุคคลหรือเสียง สังคมวิพากวิจารณ์
แต่จะต้องมีพยานแวดล้อมอื่นๆ อีกด้วย เพื่อสนับสนุนข้อเท็จจริง ดังนั้นฝ่ายจำเลยจะต้องหามาหลักฐานที่หนักแน่นมาหักล้างต่อข้อกล่าวหาวางเพลิง ลำพังคำว่ามันเป็นน้ำเปล่า ไม่สามารถหักล้างสิ่งใดๆได้ครับ