“นารา เครปกระเทย”ไลฟ์เดือด! ปมร้อนโดน”ลาซาด้า”แบน ฟาดสลิ่มโยงมั่วล้อเลียนสถาบัน

1649

จากที่ก่อนหน้านี้เป็นดราม่าสนั่นเมือง เมื่อแบรนด์”ลาซาด้า” โดนโจมตีอย่างหนัก และโดนแบนจากคนไทยบางกลุ่ม เนื่องจากโฆษณาแคมเปญลดราคาของ”ลาซาด้า”ในติ๊กต็อก ของ”นารา เครปกะเทย” เน็ตไอดอลชื่อดัง ที่แสดงพร้อมกับเพื่อน

พบว่ามีการแต่งหน้าและท่าทางคล้ายกับล้อเลียนสถาบันจนเรื่องนี้กลายเป็นที่วิจารณ์แก่กลุ่มคนรักสถาบัน มองว่าทำเกินไปหรือไม่!? เป็นการทำร้ายจิตใจ และมีการเคลื่อนไหวแบน”ลาซาด้า”ดังกล่าว

โดย”ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ.” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ประกาศ เนื่องจาก LAZADA นำกลุ่มบุคคลที่มีทัศนคติที่เป็นภัยต่อสถาบันฯมาเป็น presenter ในการทำการตลาด ดังนั้นกลุ่มพสกนิกรปกป้องสถาบัน จึงขอไม่สนับสนุนตราสินค้านี้ในทุกรูปแบบ #BanLAZADA” ข้อความดังกล่าวมีคนแชร์จำนวนมาก

ด้านเฟซบุ๊ก Street Hero V3 โพสต์ข้อความระบุว่า “เรียน ผู้บริหาร Lazada ผมและเพื่อนๆ ได้เห็นคลิปคุณนารา และ คุณหนูรัตน์ โฆษณาให้กับ Lazada อยากทราบว่าพวกเขาทำขึ้นเองหรือทาง Lazada เป็นผู้จ้าง เพราะคุณนาราและทีมงานมีพฤติกรรมล้อเลียน เสียดสีสถาบันหลักของชาติมาโดยตลอด ล่าสุดนำอาการป่วยมาบูลลี่และล้อเลียน เพื่อความสบายใจของพวกเราที่เป็นลูกค้า Lazada จึงขอเชิญชวนเพื่อนๆ ยกเลิกสั่งซื้อสินค้ารวมถึงถอดถอนแอป Lazada ออก จะได้ไม่ต้องเห็นอะไรที่ไม่สบายใจ แยกย้ายกัน ต่างคนต่างอยู่ครับ #แบนLazada”

ต่อมาด้าน”บริษัทเอเจนซี่” ออกแถลงการณ์ระงับคลิป “นารา เครปกะเทย” หลังโซเชียลร้อนระอุดราม่าโฆษณาหมิ่นเหม่ ยันไม่สนับสนุนการรล้อเลียนพฤติกรรม สภาพร่างกาย พาดพิงบุคคลอื่น

ขณะที่ล่าสุด เฟซบุ๊ก “นารา เครปกะเทย” ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า “นาราขอชี้แจงหน่อยค่ะ ในส่วนของแอพที่ได้จ้างนาราทำงานการโปรโมทโฆษณาหนึ่ง ซึ่งงานที่นาราได้มานั้นคือละครที่นาราจะเสนอออกมา โดยเนื้อเรื่อง ท่านแม่มาขโมยของนารา และจับตัวไม่ได้สรุป ท่านแม่เป็นคนเอาไป

และจุดพีกของที่นาราคิดคือ แม่เดินได้ นี่คือบทละครที่นาราทำมา ไม่มีเจตนาหรือล้อเลียนใครในส่วนของคลิปนะ พูดจริง ๆ สาบานให้ตายว่าไม่ได้จะพาดพิงใคร (แต่รูปอะ อยู่ในใจ) และคิดว่าการแสดงแบบนี้นาราก็ไม่ได้ทำคนเดียว ยังมีอีกหลายตัวละครที่เล่าบทนี้ และทางแอพก็ไม่ได้มีส่วนในการบรีฟงานในครั้งนี้ และงานนี้เป็นงานเร่งด่วนนาราถ่ายงานพอดีเลยให้หนูรัตน์ได้ถ่ายด้วย ถ้าในส่วนของคลิปนาราตั้งใจที่จะล้อเลียนใคร นาราจะเอา mom ดิวมาถ่ายคลิปด้วยแล้ว แต่นี้เจตนาของนารา คือ หนูรัตน์ที่เล่นเป็นแม่และขโมยของแค่นั้น” ก่อนจะแสดงความเห็นว่า “นารา เครปกะเทยและรูปในใจที่นาราคิดก็คือ หนูรัตน์แต่งเป็นหญิงเล็กในบ้านทรายทอง”

ก่อนที่ในโลกออนไลน์จะมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอชี้แจงของนารา โดยมีเนื้อหาบางส่วนว่า “พูดแบบไม่แอพเลยนะ กูยังไม่ได้ว่าใครเลย กูยังไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลย มึงมาเอ่ยแทนกูทำไม ทำอะไรรู้อยู่แก่ใจนะ และไม่แถด้วย แต่ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร ตัดสินคนอื่นเค้าทำไมอ้ะ ตัดสินเอง โกรธเอง แจ้งความเอง ไม่ได้ว่าใครเสียๆหายๆ โยงกันเอง

แล้วก็ไม่ได้บูลลี่ใคร คนพิการเนี่ย ถ้าบูลลี่นะ จะด่าเลยว่าเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ ไม่ได้บูลลี่ เพราะรู้สึกว่าไม่อยากจะบูลลี่คนพิการชาวบ้านทั่วๆไป เพราะเค้าน่าสงสาร ทุกวันนี้เจอคนพิกานให้เงินตลอด หลานตัวเองก็พิการตาบอด ถ้าบูลลี่นี่ด่าแล้ว แต่นี่คือการแสดง โชว์ออกไปว่าเป็นตัวละคร นี่ถ้าทำนาง12 จะโดนด่าว่าบูลลี่คนตาบอดอีกไหม ฉนั้นค่อย ๆ ไม่ต้องเหมารวม ไม่ต้องคิดแทน”

“เค้ามีเงินมากมาย ไม่ต้องมานั่งห่วงเค้า เค้าเคยห่วงตัวมึงเองหรือเปล่า เค้าก็ไม่เคยห่วงตัวเรา ถ้าเค้าห่วงตัวเธอเนี่ย เธอจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น เค้าจะต้องช่วยเหลือเธอให้เธอไม่ต้องหาเช้ากินค่ำ แล้วเธอค่อยมาปกป้องเค้า ส่วนในเรื่องของแอพพลิเคชั่นที่ยกเลิก เค้าก็โทรมาหานารา ให้นาราเนี่ยซ่อนคลิป อันนี้บอกตรง ๆ เค้าไม่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวกับล้อเลียนนะ

วันนั้นเราถ่ายรูปกับหนูรัตน์ ถ่ายรูปกับหม่อมดิวเสร็จ แยกย้าย ด้วยความที่แอพนั้นเป็นแอพที่ใช้งานเร่งด่วน เราก็เลยเอาหนูรัตน์ล้ะกัน เพราะว่าเดี๋ยวเราจะเล่นเป็นคุณแม่ที่อยู่ในวังแล้วเค้าจะมาขโมยของของเรา ซึ่งอันนี้นาราว่ามันเป็นการแสดงอย่างหนึ่ง ตอนนั้นเราก็ไม่ได้ให้ทำท่าทางเป็นใคร หรือให้กัดลิ้นเหมือนตอนที่ถ่ายรูป แล้วคราวนี้สลิ่มเค้าก็ไปโยงว่าให้แบนนู่นแบนนี่”

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ #แบนลาซาด้า และ #นาราเครปกระเทย ติดเทรนด์ทวิตเตอร์เลยทีเดียว โดยมีหลายความเห็นที่พูดถึงเรื่องนี้ เช่น “เออ ต่อไห้ไม่ใช่สลิ่มก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการพรีเซนต์อย่างงี้ มึงเหยียดคนป่วยอย่างงี้ได้ไง ที่ตอนตัวเองโดนเหยียดเรื่องเพศร้องไห้จะเป็นจะตาย แล้วดูมึงเอาคุณหนูรัตน์มาทำดิ ไม่รุ้จะสรรหาคำไหนมาด่านอกจากคำว่า อีควายย #แบนลาซาด้า”

เรียกได้ว่างานนี้กลายเป็นดราม่าที่หลายคนไม่เห็นด้วยอย่างแรง และแม้ว่าแบรนด์ลาซาด้าจะออกมาขอโทษแล้ว แต่กระแสโจมตียังไม่เบาลง งานนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องราวจะจบลงเช่นไร!?*