ดร.อานนท์ อดห่วงไม่ได้ ม็อบปลดแอกนัดราชประสงค์ โอกาสเหตุซ้ำรอยแดงปี 53 เกิดขึ้นได้หรือไม่ มี 5 องค์ประกอบจุดเชื้อไฟ

1435

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กลุ่มคณะราษฎร ได้มีการชุมนุมหน้ารัฐสภามาและทำการปิดทางเข้าออก จนทำให้ ส.ส. และส.ว. ต้องออกจากรัฐสภาเพื่อกลับบ้านทางน้ำ ขณะเดียวกันทางด้านตำรวจ ได้ฉีดน้ำเพื่อสลายการชุมนุมรอบแรก เนื่องจากทางด้านของกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำการฝ่ารื้อรั้วแผงกั้น

และในเวลาประมาณ 21.00 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ประกาศยุติการชุมนุม และนัดชุมนุมในวันที่ 18 พฤศจิกายน เวลา 16.00 น. ที่แยกราชประสงค์

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชา Business Analytics and Intelligence และ Actuarial Science and Risk Management คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวว่า เย็นนี้จะมีการเผาบ้านเผาเมือง ปล้นร้านค้า ที่แยกราชประสงค์หรือไม่ ร้านค้า ห้างสรรพสินค้าย่านราชประสงค์ มีบทเรียนมาแล้วมากมาย คงไม่ปล่อยให้เข้าไปทำอะไรได้ง่าย ๆ เหมือนกัน คงมีการยิงปืนสวนออกมาหากมีการบุกรุก เข้าปล้น หรือ คิดจะเผา อันนี้คือคำเตือนสำหรับผู้ที่คิดจะสร้างสถานการณ์

ม็อบปลดแอกจะทำอะไรต่อไป เมื่อคืนโหมเรียกแขกใน Telegram ห้อง Free Youth กันเต็มที่ ในลักษณะที่ตนเองถูกใช้ความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีมวลชนเสื้่อเหลืองยิงปืนไล่ และมีการปาระเบิดปิงปอง เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำและแก๊สน้ำตา พยายามทำให้ออกมาว่าตนเองเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ในความเป็นจริงพยายามยั่วยุให้เกิดความรุนแรง

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานได้รับคำสั่งว่าห้ามใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด เริ่มหมดความอดทน จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกระทำแต่ฝ่ายเดียว โดยที่นายตำรวจผู้ใหญ่ไม่ลงมารับรู้สถานการณ์โดยฝ่ายเดียวคงไม่ได้ มวลชนเสื้อเหลืองเมื่อวานก็เลือดร้อนพอควร และไม่ยอมกลับบ้าน หลังจากเจ้าหน้าที่เจรจากับแกนนำมวลชนเสื้อเหลืองอยู่นาน ถึงได้ยอมออกไป อีกไม่นานจะมีแกนนำปลดแอกต้องตาย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ความเป็นไปได้ในการก่อความรุนแรงกับแกนนำล้มเจ้า/แกนนำสนับสนุนสถาบันมีได้หลายทาง ยกตัวอย่างเช่น

1.ต่างชาติที่อยู่เบื้องหลังม็อบ โดยการสนับสนุนเงินทุน ให้มายกธงอุยกูร์ ซินเจียง ให้ตะโกนว่าฮ่องกง ไต้หวัน และทิเบต เป็นประเทศเอกราช อาจจะลงมือฆ่าแกนนำม็อบล้มเจ้า บางคน โดยเฉพาะแกนนำที่ไม่มีค่าราคาถูก ไร้การศึกษา ไม่มีพ่อแม่ญาติพี่น้อง ที่จะมาโวยวายทีหลัง มีโอกาสถูกฆ่าตายมากที่สุด การทำเช่นนี้จะทำให้เกิดความวุ่นวาย เอาศพมาแห่ และวิธีการเช่นนี้ เคยทำมาแล้วในหลายประเทศ

2. แกนนำหรือพรรคการเมืองบางพรรค อาจจะตัดสินใจหักหลังฆ่ากันเอง เพราะการทำม็อบต้องมีผลงานและมีการยกระดับ เมื่อโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ไปจนถึงที่สุดแล้วก็ยังไม่อาจจะเรียกมวลชนได้มากพอ การฆ่ากันเองเอาศพมาแห่จะช่วยยกระดับการชุมนุมให้ใหญ่โตขึ้น

3. ม็อบชนม็อบ ขาดสติทั้งสองฝ่าย มีการประชาทัณฑ์ จนมีคนตาย มีการฆ่ากันตาย รุมกระทืบ เพราะอารมณ์อันเกลียดชัง ฮึกเหิมและลงหายในฝูงชน

4. นายทหารเกษียณนอกราชการ ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงยิ่ง เกิดความบ้าคลั่ง สละชีพเป็นราชพลี เดินเข้าไปในการชุมนุมของกลุ่มปลดแอก ซ่อมปืนหรือระเบิด อาจจะกราดยิงใส่มวลชน หรืออาจจะฆ่าแกนนำมวลชนจำนวนมาก แล้วฆ่าตัวตาย กรณีนี้อาจจะเป็นอดีตมือปืนหรืออดีตนักโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้วสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นคนลงมือก็ได้

5. แกนนำมวลชนล้มเจ้า ก็อาจจะสั่งยิงหรือถือโอกาสยิงแกนนำมวลชนอีกฝั่งเมื่อเกิดการตะลุมบอน ม็อบชนม็อบเพื่อให้เป็นผลงานของตนเองก็ได้

เรากำลังจะเข้าสู่ขั้นที่ 4 และ 5 ความรุนแรง การนองเลือด ภาวะรัฐล้มเหลว และอนาธิปไตย ตามบทความ คำพยากรณ์เจ็ดจุดเปลี่ยนผ่านบ้านเมืองของเรา