รัสเซียจัดหนัก!โปแลนด์-บัลแกเรียโดนแล้ว ถูกตัดก๊าซฐานไม่จ่ายรูเบิล ขณะค่ารูเบิลแข็งโป๊กสูงสุดในรอบ 2 ปี

840

วันที่ 26เม.ย.2565 สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ในโปแลนด์และบัลแกเรียเปิดเผยว่ารัสเซียกำลังระงับการส่งก๊าซธรรมชาติมายังประเทศของพวกเขา หลังจากทั้งสองประเทศปฏิเสธจ่ายค่าก๊าซของรัสเซียเป็นสกุลเงินรูเบิล

รัฐบาลของ 2 ชาติสมาชิกสภาพยุโรปและนาโต เปิดเผยว่า ก๊าซพรอม รัฐวิสาหกิจพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย ได้แจ้งกับพวกเขาว่ากำลังระงับการป้อนก๊าซธรรมชาติ ในพุธที่ 27เม.ย.นี้

การระงับป้อนก๊าซครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ประกาศเมื่อเดือนที่แล้ว ว่าบรรดาผู้ซื้อต่างชาติ “ประเทศไม่เป็นมิตร” จะต้องจ่ายค่าก๊าซแก่ก๊าซพรอมด้วยสกุลเงินรูเบิล แทนดอลลาร์หรือยูโร โดยจนถึงตอนนี้มีเพียง ฮังการี ชาติเดียวที่ยอมจ่ายเป็นสกุลเงินรูเบิล

ถ้า ก๊าซพรอม ระงับการป้อนก๊าซไปยังประเทศอื่นๆ มันอาจก่อความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจแก่ยุโรป ดันราคาก๊าซพุ่งสูงและเป็นไปได้ว่าอาจต้องใช้มาตรการปันส่วนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเยอรมนี ที่อยู่ในภาวะอ่อนแออย่างมาก เนื่องจากพวกเขาพึ่งพิงก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียเป็นอย่างสูง แต่อีกด้านหนึ่ง การตัดการส่งมอบก๊าซใดๆก็อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของรัสเซียเองเช่นกัน

โปแลนด์ คือผู้สนับสนุนตัวยงของยูเครน ประเทศเพื่อนบ้าน ระหว่างที่ต้องเผชิญการรุกรานของรัสเซีย พวกเขาเป็นจุดโอนถ่ายอาวุธที่สหรัฐฯและประเทศตะวันตกอื่นๆส่งมอบให้แก่ยูเครน

รัฐบาลโปแลนด์ยืนยันเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ว่ากำลังส่งมอบรถถังแก่กองทัพยูเครน และในวันอังคาร(26เม.ย.) ได้แถลงมาตรการคว่ำบาตรเล็งเป้าเล่นงานเหล่าบุคคลอิทธิพลทางธุรกิจและทางการเมือง รวมถึงบริษัทต่างๆของรัสเซีย 50 รายชื่อ ในนั้นรวมถึงก๊าซพรอม

ส่วน บัลแกเรีย ครั้งหนึ่งเคยเป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของมอสโกว์ ได้ตัดความสัมพันธ์เก่าแก่หลายๆด้านกับรัสเซีย หลังจากรัฐบาลเสรีนิยมชุดใหม่เข้ารับตำแหน่งเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว และหลังจากกองทัพปูตินรุกรานยูเครน พวกเขาสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรกำหนดเล่นงานรัสเซียและมอบความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนแก่ยูเครน

บัลแกเรีย ลังเลมอบความช่วยเหลือด้านการทหารแก่ยูเครน แต่นายกรัฐมนตรีคิริล เพทคอฟและสมาชิกในรัฐบาลผสมของเขา เตรียมเดินทางไปเยือนเคียฟในวันพุธที่ 27เม.ย.นี้ เพื่อพูดคุยหารือกับบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครน เกี่ยวกับความช่วยเหลือเพิ่มเติมที่จะมอบแก่ประเทศแห่งนี้

PGNiG รัฐวิสาหกิจก๊าซธรรมชาติของโปแลนด์ เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากก๊าซพรอม ว่าทางก๊าซพรอมจะหยุดส่งมอบก๊าซผ่านท่อลำเลียงยามาล-ยุโรป ในตอนเช้าวันพุธ(27เม.ย.) และต่อมากระทรวงพลังงานบัลแกเรีย ระบุได้รับแจ้งว่ารัสเซียจะหยุดจ่ายก๊าซแก่บัลแกเรียผ่านท่อลำเลียงเติร์กสตรีมในวันพุธ(27เม.ย.) เช่นกัน

ยุโรปนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในปริมาณมหาศาล เพื่อสร้างความอบอุ่นแก่บ้านเรือน ก่อกำเนิดไฟฟ้าและเป็นเชื้อเพลิงภาคอุตสาหกรรม และการนำเข้ายังมีอยู่อย่างต่อเนื่องแม้เกิดสงครามในยูเครน ที่ผ่านมา ราว 60% ของปริมาณการนำเข้าเป็นการชำระเงินในรูปแบบของยูโรป ส่วนที่เหลือจ่ายด้วยสกุลเงินดอลลาร์ และความต้องการของปูติน ดูเหมือนเป็นความตั้งใจช่วยเสริมความเข้มแข็งแก่สกุลเงินรัสเซีย ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกที่กำหนดเล่นงานมอสโก ต่อกรณีรุกรานยูเครน พวกผู้นำอียูบอกว่าจะไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับให้ชำระเงินเป็นสกุลรูเบิล โดยอ้างว่ามันละเมิดเงื่อนไขในสัญญาและมาตรการคว่ำบาตรของพวกเขาที่กำหนดเล่นงานรัสเซีย

ท่อลำเลียงยามาล ลำเลียงก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังโปแลนด์และเยอรมนี ผ่านเบลารุส ทั้งนี้ โปแลนด์ นำเข้าก๊าซจากรัสเซียราว 9,000 ล้านลูกบาศก์เมตรในแต่ละปี คิดเป็นสัดส่วนราว 45% ของอุปสงค์ทั้งหมดของประเทศ

บริษัทก๊าซของโปแลนด์ระบุว่ากำลังพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายต่อข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการชำระเงินของรัสเซีย แต่ทาง แอนนา มอสควา รัฐมนตรีสภาพภูมิอากาศของโปแลนด์ เน้นย้ำว่าโปแลนด์เตรียมการสำหรับสถานการณ์ดังกล่าวไว้แล้ว หลังจากหาทางลดพึ่งพิงทรัพยากรพลังงานของรัสเซียมานานหลายปี

หลายปีก่อนโปแลนด์ เปิดใช้งานคลังรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวแห่งแรกของประเทศ ในเมืองสไวนูจซี ตามแนวชายฝั่งทะเลบอลติก และในช่วงปลายปีนี้ จะมีการเปิดใช้งานท่อลำเลียงหนึ่งซึ่งลำเลียงก๊าซมาจากนอร์เวย์ ที่มีชื่อว่า “ท่อลำเลียงบอลติก”

บัลแกเรียบอกว่าระบบใหม่เกี่ยวกับการชำระค่าก๊าซ ก่อความเสี่ยงอย่างมากแก่ประเทศของพวกเขา และพวกเขากำลังทำงานร่วมกับบรรดาบริษัทก๊าซแห่งรัฐทั้งหลาย ในการค้นหาแหล่งทรัพยากรทางเลือกอื่นๆเพื่อทดแทนอุปทานที่ได้รับจากรัสเซีย

เบื้องต้นรัฐบาลบัลแกเรียบอกว่าจะไม่มีกำหนดข้อจำกัดการบริโภคก๊าซภายในประเทศ แม้ว่าประเทศแห่งนี้ที่มีประชากร 65 ล้านคน นำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 90%

อันดรีย์ เยอร์มัค หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวหารัสเซียกำลังเริ่มดำเนินการแบล็คเมล์ยุโรป ด้วยการตัดอุปทานก๊าซธรรมชาติที่ป้อนแก่โปแลนด์และบัลแกเรีย แต่รัสเซียได้ประกาศอย่างเป็นทางการมาแล้วเป็นเดือน เจ้าของผลิตภัณฑ์ย่อมมีสิทธิ์ในทรัพย์สินของตัวเองอย่างเต็มที่ อยากซื้อของแต่ไม่ทำตามกฎของเจ้าของสินค้า

การกำหนดจ่ายค่าพลังงานเป็นรูเบิล เป็นไม้เด็ดของรัสเซียในการตอบโต้ การมุ่งทำลายล้างทางเศรษฐกิจของสหรัฐและพันธมิตร เท่ากับน้ำมันบวกรูเบิล เป็นเปโตรรูเบิล ซึ่งสหรัฐใช้น้ำมันค้ำเครดิตดอลลาร์มาโดยตลอด อดีตใครๆก็ต้องยอมแต่วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว

แม้วันนี้เงินดอลลาร์สหรัฐฯจะแข็งค่าเทียบกับสกุลเงินทั่วโลก แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีเพียง 1 เดียวที่แข็งค่ากว่าดอลลาร์ นั่นก็คือรูเบิลของรัสเซียซึ่งล่าสุดกลับมา 72 หน่วยอีกครั้งแล้ว ถูกคว่ำบาตรกลับแข็งค่าในขณะที่สกุลเงินของประเทศไม่โดนคว่ำบาตรกลับอ่อนค่าลงหมดทั้งเงินเยนและเงินยูโร โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากรัสเซียประกาศขายทรัพยากรสำคัญเช่นก๊าซ เป็นสกุลเงินรูเบิลนั่นเอง

รอยเตอร์รายงานว่า สกุลเงินรูเบิลของรัสเซียแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีเทียบกับสกุลเงินยูโรในการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะทรงตัวใกล้ระดับปิดของวันจันทร์ จากการเข้าซื้อเพื่อชำระภาษีและนักลงทุนเก็งกำไรหลังคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในวันศุกร์

ณ เวลา 15.17 น. ตามเวลาไทยของวันที่ 26 เม.ย. สกุลเงินรูเบิลแข็งค่าขึ้น 0.3% สู่ระดับ 76.90 รูเบิลต่อยูโร หลังจากแข็งค่าแตะ 75.95 รูเบิลต่อยูโร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. 2563 และแข็งค่าขึ้น 0.1% เทียบดอลลาร์สู่ระดับ 73.04 รูเบิลต่อดอลลาร์

สงครามเงินตราดูเหมือนว่าหมากนี้รัสเซียจะยังคงยืนหนึ่ง ชนะขาดแบบเกลือจิ้มเกลือ!!