อดีตรองอธิการฯ มธ. ขอชื่นชม รัฐบาล “ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน”

2591

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการฯ มธ. ชื่นชมรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังม็อบชู 3 นิ้วใส่ขบวนเสด็จ บุกยึดทำเนียบรัฐบาล

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (14 ตุลาคม 2563) ได้มีการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร ซึ่งได้มีการเคลื่อนกำลังไปบุกยึดทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางขบวนเสด็จของสมเด็จพระราชินี และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ ได้ผ่านทางด้านแยกนางเลิ้ง ถนนพิษณุโลกนั้น

ต่อมาทางด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. แถลงว่า หลังนายกฯ มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกทม. นายกฯได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เป็นผู้แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเจ้าพนักงาน เพื่อดำเนินการตามประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน

ล่าสุด รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีการชุมนุมเมื่อวานนี้ ที่ขบวนเสด็จ ผ่านม็อบบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ คนในม็อบต่างได้โอกาสชู 3 นิ้วใส่ขบวนเสด็จ โดยระบุข้อความว่า

ในที่สุดก็ม้วนเดียวจบจริงๆ แต่ไม่ได้จบตามที่ม็อบต้องการ

เมื่อคืนดูคลิปขบวนเสด็จ ผ่านม็อบบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นขากลับจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม คนในม็อบต่างได้โอกาสชู 3 นิ้วใส่ขบวนเสด็จนั่นยังพอทำเนา พลันได้ยินเสียงตะโกนที่ใช้คำหยาบคาย ชนิดที่ไม่เคยมีใครใช้คำเช่นนี้ต่อพระมหากษัตริย์เรามาก่อน โกรธแค้นอะไรกันถึงขนาดนั้น ที่ทนไม่ได้ คือมีการลามปามไปถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ด้วย

ฟังแล้วนึกไม่ถึงว่า คนไทยที่เกิดในแผ่นดินไทยจะทำกันถึงขนาดนี้ต่อพระเจ้าแผ่นดินของตัวได้ เป็นไปไม่ได้เลยที่คนเราจะมีความโกรธแค้น เกลียดชังต่ออีกคนหนึ่งที่ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กันโดยตรง หากไม่มีการปั่นกระแส และบ่มเพาะความเกลียดชังด้วยการป้อนข้อมูลซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้กับบุคคลที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย

ความบ้าคลั่งของม็อบเมื่อคืนขณะขบวนเสด็จเคลื่อนผ่าน ไม่ต่างอะไรจากความบ้าคลั่งของมวลชนที่บุกเข้าไปเข่นฆ่านักศึกษาและประชาชน ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ต่างกันเพียงแต่เป็นความเกลียดชัง บ้าคลั่งที่สลับข้างกันกับในปัจจุบันเท่านั้น

เมื่อคืนเห็นตำรวจที่พยายามเปิดทางให้ขบวนเสด็จเคลื่อนผ่าน ได้ยินคนตะโกนคำหยาบอยู่ข้างหลัง แต่เห็นตำรวจนิ่งมาก ไม่ทราบว่าจะชมว่ามีความอดกลั้นดี หรือตำหนิดีว่า ทำไมไม่ทำอะไรเลยดี เหตุการณ์นี้ ทำให้นึกถึงทหาร กลัวว่าจะมีการทำรัฐประหาร นึกต่ออีกว่า น่าจะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะปล่อยให้ม็อบทำอย่างนี้ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว หากปล่อยต่อไป เหตุการณ์แบบ 6 ตุลา อาจเกิดขึ้นอีก

เช้าขึ้น เห็นข่าวว่ามีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และม็อบได้สลายไปแล้วประมาณตี 5 ต้องชมว่ารัฐบาลตัดสินใจถูกต้องแล้ว ขณะนี้เจ้าลัทธิที่อยู่เบื้องหลังการปั่นกระแสความเกลียดชังต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ คงจะหนาวๆร้อนๆไปตามๆกันแล้ว

กรรมใดใครก่อไว้ ผู่ก่อย่อมได้รับกรรมนั้นสนองกลับ ไม่ช้าก็เร็ว
ดูกันต่อไปครับ

ในที่สุดก็ม้วนเดียวจบจริงๆ แต่ไม่ได้จบตามที่ม็อบต้องการเมื่อคืนดูคลิปขบวนเสด็จ ผ่านม็อบบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ…

Posted by Harirak Sutabutr on Wednesday, October 14, 2020