นักวิชาการ มองจุดจบปมเดือด “รัสเซีย-ยูเครน” ห้ามสหรัฐฯ-อังกฤษจุ้น ส่อแววมีทางออกที่ดี!?

1152

แม้ว่ามีความคืบหน้า ของตัวแทนจากรัสเซียและยูเครน ที่ได้มีการเจรจาหาทางออกโดยสันติภาพครั้งใหม่ในตุรกี ไปเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2565 ซึ่งดูจะเป็นไปได้ด้วยดีในระดับหนึ่ง และนับเป็นการเจรจาที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด โดยทางด้านเมฟลุต คาวูโซกลู รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี กล่าวว่า การเจรจากันครั้งนี้ถือเป็น “ความก้าวหน้าที่มีความหมายมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเจรจากันมาเลยทีเดียว”

ขณะเดียวกันสถานการณ์ตอนนี้ ถือว่าเริ่มลดภาวะดุเดือดลงมาได้บ้าง แต่ปูตินเน้นเดินเกมในแง่ของการใช้พลังงาน สินค้าต่าง ๆ เสียมากกว่า ในส่วนการเจรจา มีข้อสรุประบุไว้ดังนี้ว่า

รัสเซียให้สัญญาว่าจะ “ลดระดับ” ปฏิบัติการทางทหารใกล้กับเมืองหลวงเคียฟและเมืองเชอร์นิฮิฟของยูเครน “เพื่อเพิ่มความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และสร้างโอกาสสำหรับการเจรจาครั้งต่อไป”

ยูเครนคือการให้คำมั่นว่าจะยกเลิกแผนการเข้าร่วมกลุ่มนาโต (NATO) แต่ต้องได้รับความปลอดภัยที่รับประกันโดยพันธมิตรระหว่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ ตุรกี และประเทศอื่น ๆ

ฝ่ายผู้ค้ำประกันความปลอดภัยให้ยูเครน ซึ่งรวมถึงประเทศในยุโรป แคนาดา และอิสราเอล จะต้องให้ความช่วยเหลือทางทหารและอาวุธแก่ยูเครน หากถูกโจมตี ในทางกลับกัน ยูเครนให้สัญญาว่า จะคงสถานะเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยจะยังคงมีสิทธิ์เข้าร่วมสหภาพยุโรป (EU)

และยูเครนยังเสนอให้มีการเจรจากับรัสเซียเกี่ยวกับสถานะของไครเมียในกรอบระยะเวลา 15 ปีจากนี้

ล่าสุดทางด้านดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์ข้อความ ถึงมุมมองที่เรื่องราวของ 2 ประเทศ จะจบลงได้ ดังนี้ว่า “ยูเครนจะไม่กลายเป็นอัฟกานิสถานที่ขัดแย้งยาวนานและเหนื่อยล้าอย่างที่ใครต่อใครคาดการณ์ รัสเซียจะออกจากดินแดนทั้งหมดยูเครน ยกเว้นทางภาคใต้และภาคตะวันออก และจะพยายามเสริมกำลังเข้ามาอย่างแน่นหนา วางกำลังป้องกันทางอากาศ ลดการสูญเสีย รวมทั้งกำหนดเงื่อนไข หากเราต้องการกำจัดรัสเซียออกไปเราไม่สามารถทำได้เลย ถ้าไม่มีอาวุธหนัก” มิคาอิล ปาดาเลียก ที่ปรึกษาและหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดียูเครน

คือตามแผนที่สถาปัตยกรรมความมั่นคง Nuvo Russia and Russia คอสซิย่า เคียฟคือเขตเดิมของทหารม้าคอสแซคที่ยุคนั้นพอใจเฉพาะทุ่งหญ้า แบบชาวเขาที่พอใจชีวิตบนเขา จนเกิดการขีดเส้นรัฐขึ้นมา จะจบแนวนี้ ถ้าอเมริกาและอังกฤษไม่มายุ่งมิฉะนั้นจะเป็นอัฟกานิสถาน ที่ประลองอาวุธที่อเมริกาต้องรออีกหกปี ไม่ทันแล้ว
เป๊ะตามที่บอกไว้ตอนเริ่มสงครามเมื่อเดือนที่แล้ว