ใบตองแห้งวอยซ์ทีวีเฉลยแผนเอง! ม็อบสันติเดินคู่ขนานม็อบปะทะ ท้าประกาศอัยการศึก

1152

จากที่ม็อบนัดชุมนุมแทบทุกครั้งจะจบลงด้วยการปะทะ โดยการยั่วยุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงจากฝั่งม็อบบางคนที่ต้องการความรุนแรงให้เกิดความสูญเสีย นับตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม จนกระทั่งวันที่ 16 สิงหาคมวันนี้ที่ได้นัดหมายกันอีกแล้วนั้น

ทั้งนี้เฟซบุ๊ก ทะลุฟ้า – thalufah ได้โพสต์แบนเนอร์พร้อมข้อความนัดชุมนุมอีกว่า รวมพล !  16 สิงหาไล่ล่าทรราช #ม็อบ16สิงหา อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท 15.00น เป็นต้นไป เราจะเดินคล้องแขนไปบ้านประยุทธ์ เมื่อวันที่ 13 สิงหาที่ผ่านมาเราได้เห็นภาพพี่น้องประชาชนคล้องแขนกันเดินไปบ้านประยุทธ์อย่างมีพลัง

พี่น้องประชาชนร่วมกันเดินไปจนถึงแยกสามดินแดง และเกิดความรุนแรงในพื้นที่นั้นซึ่งเราประกาศยุติในที่สุดเพื่อที่จะไม่เห็นเกิดความรุนแรงต่อพี่น้องประชาชน แม้เราจะยังเดินไปไม่ถึงบ้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  เนื่องจากแนวทางของเราอาจจะไม่ถูกใจ แต่โปรดเถิดพี่น้องประชาชน ชัยชนะของเราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและไม่ทำให้เกิดความสูญเสีย

เรามาเริ่มกันใหม่ ขอพี่น้องประชาชนจงออกมาเพิ่มกำลังคน ร่วมกันและต่อสู้อย่างสันติอหิงสา เพื่อประจันหน้ากับพวกทรราช  และทวงถามถึงประชาธิปไตย ! #ปฏิวัติประชาชน

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ต่อมาเฟซบุ๊ก ทะลุฟ้า ยังได้โพสต์ข้อความอีกครั้งถึงการนัดชุมนุมในวันนี้ว่า รวมพล !  16 สิงหาไล่ล่าทรราช #ม็อบ16สิงหา

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท  15.00น เป็นต้นไป เราจะเดินคล้องแขนไปบ้านประยุทธ์ ทะลุฟ้าไม่เน้นปะทะและจะเดินตามแนวทางของเรา ทะลุฟ้าเปลี่ยนเส้นทางใช้ถนนเส้นพหลโยธิน เลี้ยวขวาซอยพหลโยธิน 2 เลี้ยวซ้ายถนนวิภาวดีรังสิต เปลี่ยนเส้นทางเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงได้ขอเจรจากับทีมทะลุฟ้าไว้ว่าถ้าหากไปทางไปเส้นทางนี้ ตำรวจจะให้เราผ่านไปถึงหน้าบ้านประยุทธ #ปฏิวัติประชาชน

นอกจากนี้เฟซบุ๊ก ทะลุฟ้ายังได้แชร์ข้อความจากการโพสต์ของ Atukkit Sawangsuk ซึ่งก็คือ ใบตองแห้ง นายอธึกกิต แสวงสุข ผู้จัดรายการทางวอยซ์ทีวี และอดีตคนเดือนตุลา ผู้มีนามจัดตั้งว่า สหายรื่น ซึ่งได้โพสต์ข้อความถึงการชุมนุมของม็อบโดยไล่ไทม์ไลน์แต่ละครั้งไว้อย่างน่าสนใจว่า

ม็อบสันติกับม็อบ *Chaos (*ความวุ่นวาย) เดินไปคู่ขนานกัน เห็นจะไม่มีทางปฏิเสธได้ ทายไว้แล้วว่าต่อให้ Car Mob ไม่เฉียดกรายบ้านประยุทธ์ตำรวจมันก็จะตั้งตู้คอนเทนเนอร์ที่ดินแดง แล้ว “ขาบวก” ก็อยากปะทะ เป็นการ “บวก” โดยสมัครใจ ชวนกันไปแบบไม่มีแกนนำ ไม่มีเบื้องหลังอะไรทั้งสิ้น ห้ามก็ไม่ได้

เป็นความโกรธอัดอั้นที่ถูกกระทำ เป็นความไม่พอใจสั่งสมต่อรัฐ และการใช้อำนาจของตำรวจ ยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นเพราะ “ระบอบประยุทธ์” สร้างทางตัน ไม่สามารถไล่ได้โดยสันติ แรงแค้นแรงกดดันจึงปะทุ

ถ้าเป็นการเมืองปกติ ก็พูดได้ว่า การตอบโต้ที่ดูรุนแรง เผารถเผาป้อม ทำให้เสียการเมือง เสียแนวร่วม คนที่อยากไล่ประยุทธ์แต่ไม่เห็นด้วยกับม็อบจะถอยหนี ฯลฯ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่การเมืองปกติ ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ

ไม่ใช่การเมืองปกติ คือเป็นการต่อสู้ถึงขั้นรื้อล้างโครงสร้างรัฐราชการทหารตำรวจ elite ชนชั้นนำ ไม่ใช่เพียงแค่เลือกตั้งใหม่เปลี่ยนรัฐบาล เมื่อสู้กับรัฐใหญ่โตเช่นนี้มันจึงปะทุเป็น Chaos เพื่อต่อต้านอำนาจ

ถามว่าการต่อสู้แบบนี้สะเปะสะปะไหม ใช่สิ แต่มันเป็นธรรมชาติ เมื่อการต่อสู้แบบสันติไม่บรรลุมันก็ปะทุอย่างนี้เอง ส่วนที่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ คือรัฐบาลล้มเหลวคนไม่พอใจทุกด้าน คุมโควิดไม่อยู่ คนตายคาบ้าน คนตกงาน ยังแย่งไฟเซอร์ยังจะแดกชุดตรวจ ATK

ถ้าเห็นว่าม็อบรุนแรง อยากหนุนประยุทธ์อยู่ต่อ ก็เอาสิ ถ้าอยากไล่ประยุทธ์ ก็ยังมีม็อบสันติ มีทางแสดงออกอย่างอื่นให้เลือก ในขณะเดียวกัน ก็ต้องสร้างกระแสสันติเรียกร้องไม่ให้ตำรวจใช้ความรุนแรง

ในอีกด้านหนึ่ง ม็อบ Chaos ก็ทำให้รัฐบาลหนักใจ อย่าลืมว่ามันรัฐประหารตัวเองไม่ได้ ประกาศกฎอัยการศึกก็เชิญ คนจะยิ่งคัดค้าน สังคมวงกว้าง ภาคธุรกิจ จะไม่เห็นด้วย

การใช้กำลังหลายวันที่ผ่านมา 7 สิงหา,10 สิงหา, 11 สิงหา, 13 สิงหา และ 15 สิงหา ก็ทำให้ตำรวจโดนด่าโดนประณามอย่างหนัก กลายเป็นสถานการณ์ที่หยุดไม่ได้ ถ้าประยุทธ์ยังอยู่ ตั้งตู้คอนเทนเนอร์ที่ดินแดงเมื่อไหร่ละก็…

พูดอย่างนี้ไม่ได้ยุ เพราะกังวลเช่นกันว่าจะมีคนบาดเจ็บหนักหรือพิการ แต่ให้เข้าใจว่ามันเป็นธรรมชาติเมื่อประชาชนโกรธและไม่มีทางออก เหมือนบอกว่า อย่าด่าตำรวจรุนแรง ตำรวจก็เป็นคนตำรวจก็ทำตามคำสั่ง แต่โลกออนไลน์ก็ยำไปถึงเมียนายสิบการเหยียดหยามตำรวจ มันไม่ใช่แค่ความโกรธเฉพาะหน้า แต่มันคือการกระทืบทำลายองค์กรตำรวจเชิงสถาบันเพื่อรื้อล้างใหม่