ปักกิ่งฟาดเมกาอันธพาลโลก!?วอชิงตันแบนเจ้าหน้าที่จีนอ้างปราบอุยกูร์ หลังไบเดนยุสีแตกกับปูตินไม่สำเร็จ

716

สหรัฐฯ เป็นผู้จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ดำเนินยืดเยื้อมาจนทุกวันนี้ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของตนเอง ล่าสุดมากดดันจีนให้ต่อต้านปฏิบัติการทางทหารพิเศษของรัสเซียในยูเครน และขู่ว่าจะคว่ำบาตรจีน หากพบว่าฝ่ายหลังช่วยเหลือรัสเซีย จนถึงตอนนี้ ปักกิ่งได้แสดงจุดยืนการสนับสนุนการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ระหว่างนักการทูตจากเคียฟและมอสโกว์ ทั้งยังเดินหน้าค้าขายกับรัสเซียตามปกติด้วยเงินหยวนและรูเบิล ภายใต้ระบบการเงินแบบใหม่ที่พัฒนาโดยจีน-รัสเซีย ท่าทีที่มั่นคงของจีนทำให้วอชิงตันกริ้วหนัก ปธน.โจ ไบเดนกล่อมไม่สำเร็จ สั่งแบนเจ้าหน้าที่ทูตจีนทันที

วันที่ 22 มี.ค.2565 สำนักข่าวสปุ๊ตนิกและเอพีรายงานว่า ฝ่ายบริหารของปธน.โจ ไบเดนเปิดเผยมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อเจ้าหน้าที่จีนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยจำกัดวีซ่า เจ้าหน้าที่จีน ฐานเกี่ยวข้องกับการปราบปรามสมาชิกอุยกูร์ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงตะวันตกของจีน และนอกพรมแดนจีน รวมทั้งภายในสหรัฐอเมริกาด้วย

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า“สหรัฐฯคัดค้าน เจ้าหน้าที่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำการล่วงละเมิด ข่มขู่ สอดส่อง และลักพาตัวสมาชิกของชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์และศาสนา รวมถึงผู้ที่แสวงหาความปลอดภัยในต่างประเทศ และพลเมืองสหรัฐฯที่ออกมาพูดในนามของคนเหล่านี้ โดยสหรัฐมุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิมนุษยชนทั่วโลกและจะใช้มาตรการทางการทูตและเศรษฐกิจทั้งหมดต่อไป” 

รัฐมนตรีไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะที่ชัดเจนของข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายของชาวอุยกูร์ในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่กลุ่มตอลิบาน* เข้ารับตำแหน่งจากรัฐบาลอัฟกานิสถานที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564 ปักกิ่งได้กดดันให้คาบูลยุติการสนับสนุนกลุ่มเคลื่อนไหวอิสลามเตอร์กิสถานตะวันออก (ETIM) ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ประกาศรับผิดชอบการโจมตีหลายครั้งในจีน จนถึงปี 2020 สหรัฐฯ ยังถือว่า ETIM เป็นกลุ่มก่อการร้าย โดยสังเกตความสัมพันธ์กับกลุ่มตอลิบานและอัลกออิดะห์** แต่ได้ลบออกจากรายชื่อทันทีที่ถอนตัวออกจากอาฟกานิสถาน และอ้างว่าไม่มีอยู่แล้ว

กลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวอุยกูร์อื่น ๆ รวมถึงสภาอุยกูร์โลกและโครงการสิทธิมนุษยชนอุยกูร์ ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากกลุ่มต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา เช่น กลุ่มบริจาคเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติหรือเอ็นอีดี (NED) ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างขึ้นในทศวรรษ 1980 เพื่อทำหน้าที่เป็นแนวหน้าสำหรับหน่วยซีไอเอสหรัฐ  อำพรางกระแสเงินทุน ที่จัดส่งไปยังกลุ่มที่เป็นประโยชน์ต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ตามที่อดีตหัวหน้าNED ยอมรับเอง

ก่อนหน้านี้ จ้าว ลี่เจียน(Zhao Lijian) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบโต้สื่ออ้างจีนหนุนรัสเซียไม่สนพลเรือนว่า สื่อกระแสหลักตะวันตกและยุโรปควรจะกลับไปถามสหรัฐด้วยคำถามเดียวกันด้วย

เขากล่าว่า จีนย่อมเสียใจกับการเสียชีวิตของพลเรือน แต่สหรัฐซึ่งเป็นต้นตอของความขัดแย้งในวิกฤตยูเครน ควรจะมีความรับผิดชอบที่สนับสนุนนาโตขยายตัวทางยุโรปตะวันออกเพื่อปิดล้อมรัสเซีย ซึ่งนาโต้คือองค์กรทหารที่นำโดยสหรัฐฯ เหตุใดสหรัฐฯ จึงเคลื่อนไหวแบบหน้าซื่อใจคดในการเฝ้าดูไฟจากอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำหลังจากเป็นผู้จุดไฟเอง? สื่อตะวันตกลืมไปหรือเปล่าว่าสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในกลุ่มแรกที่อพยพพลเรือนและบุคลากรทางการทูตออกจากยูเครน, เคยคิดบ้างไหมว่าสหรัฐฯ จะไม่ส่งทหารแม้แต่คนเดียวเพื่อไปสู้และตายเพื่อยูเครน? ,เคยคิดบ้างไหมว่าทำไมยุโรปถึงกลายเป็นสนามรบและเป็นสนามมวยปล้ำของการแข่งขันของมหาอำนาจและประเทศใหญ่โตทั้งหลาย ? เหตุใดยูเครนจึงกลายเป็นฝ่ายที่ต้องเสียสละในการแข่งขันของประเทศมหาอำนาจ? บางทีสื่อตะวันตกและยุโรปรายใหญ่ทั้งหลายควรตั้งคำถามเหล่านี้กับสหรัฐอเมริกาด้วย 

จ้าวย้ำว่า “สิ่งสุดท้ายที่สหรัฐฯ ควรทำคือหยุดการเคลื่อนไหวที่เป็นอันธพาลน่ารังเกียจ แค่แสดงความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความตั้งใจที่แท้จริงที่เป็นบวก ก็สามารถเปลี่ยนสิ่งที่เป็นโทษกลายเป็นผลที่ดีจากวิกฤตยูเครนได้” 

มาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนล่าสุดมีขึ้น หลังจากการพูดคุยระหว่างปธน.โจ ไบเดนและปธน.สี จิ้นผิงสิ้นสุดลงในวันจันทร์ผ่านวีดิโอคอล 

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ บอกกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ทางโทรศัพท์เมื่อวันศุกร์ว่าจีนจะเผชิญกับการคว่ำบาตรอย่างหนัก  หากส่งความช่วยเหลือทางทหารไปยังรัสเซียในระหว่างการปฏิบัติการทางทหารพิเศษของยูเครน แต่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแห่งจีน ได้ตอบกลับ ให้สหรัฐแสดงบทบาทในการสนับสนุนการเจรจาเพื่อยุติสงคราม ไม่ใช่ส่งเงินและอาวุธหนุนให้ยูเครนสู้รบต่อ พร้อมสั่งสอนว่า การเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมโลก