ทูตรัสเซียตอกย้ำชัด “สัมพันธ์ไทย-รัสเซีย” ยังแน่นแฟ้น เคารพท่าทีรัฐบาลรับมือวิกฤติยืดยื้อ!

1271

หลังจากที่วิกฤตของรัสเซียและยูเครน ยืดยื้อมายาวนาน เริ่มเข้าใกล้สัปดาห์ที่ 4 แล้ว และมีมาตรการคว่ำบาตรมากขึ้นในรัสเซีย ทำให้นักวิชาการไทยหลายท่านมองว่า เรื่องนี้อาจจะไม่จบง่าย หรือหากจะจบได้ ต้องมีฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งยอมถอย รวมไปถึงสหรัฐอเมริกาก็ควรหยุดยุนานาประเทศ ให้ทำตามความต้องการที่จะคว่ำบาตรรัสเซียด้วย

ขณะที่ทางด้านสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า นายเยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ยืนยันว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับไทย ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และยังคงความร่วมมือระหว่างสองประเทศต่อไป

เอกอัครราชทูตรัสเซีย ยืนยันว่า ทางรัสเซียเคารพต่อท่าทีของไทย ที่กังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้มีการหารือกันอย่างเปิดเผยและทางรัสเซียก็เข้าใจดีถึงความกดดันที่ทางสหรัฐฯ และชาติตะวันตกส่งมา โดยรัสเซีย ไม่ต้องการที่จะแทรกแซงการเมืองของประเทศอื่น

นอกจากนี้ยังชี้แจงถึงสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยระบุว่า ชนวนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน แต่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว จากการที่พลเรือนของดอนบาสถูกสังหารโดยรัฐบาลยูเครน ซึ่งหวังว่า สื่อไทยจะเข้าใจว่า ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร ไม่เหมือนที่สื่อทางตะวันตกพยายามโฆษณาชวนเชื่อ

ภายหลังจากสงครามเย็น ปี 1991 รัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับนานาประเทศ แต่เมื่อเกิดการขยายตัวขององค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่เป็นผู้นำในการผลักดันและชักจูง ซึ่งความร่วมมือของนาโต้นั้น ทำให้รัสเซียกังวลถึงความปลอดภัยของประเทศ จึงต้องจัดการแก้ไขปัญหาด้วยปฏิบัติการพิเศษทางทหารโดยปราศจากทางเลือกซึ่งได้มีการเปิดเส้นทางมนุษยธรรมระหว่างรัสเซียกับยูเครน เพื่อส่งพลเรือนข้ามพรมแดนได้อย่างปลอดภัย

รัสเซียต้องการให้ยูเครนยอมรับเอกราชของภูมิภาคดอนบาสต์ ที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนควบคุมอยู่ รวมถึงยอมรับเอกราชของแคว้นไครเมียร์ด้วยและต้องการปลดอาวุธทางทหารทั้งหมดของยูเครน เพื่อปราบปรามกลุ่มนาซีใหม่ โดยทางรัสเซียเน้นย้ำว่า พวกเขาจะโจมตีแค่ในพื้นที่ทางทหารเท่านั้นและผลลัพธ์สุดท้ายจะสามารถคลี่คลายลงได้ผ่านการเจรจาหาข้อตกลงร่วมกัน