เปิดไทม์ไลน์!?! รฟม.เดินหน้าประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มรอบใหม่ ไม่สนคดีคาศาล!!

223

รฟม.ลุยขายซองรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ต.ค.นี้ หลังศาลปกครองสูงสุดไม่รับคำฟ้อง “บีทีเอส” ไฟเขียวประมูลรอบใหม่ ตั้งเป้าดันเปิดให้บริการต้นปี 2568 มั่นใจคดีความในกระบวนการศาลฯที่ค้างอยู่ไม่กระทบประมูล โยนบอร์ดม.36 ตัดสินใช้เกณฑ์เทคนิค-ราคา=30-70 คะแนน

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีเกี่ยวกับการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้มีการนัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด กรณีที่เอกชนฟ้อง รฟม.และห้ามมิให้กระทำหรือดำเนินการคัดเลือกเอกชนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม

ผู้ว่ารฟม.กล่าวว่า ศาลปกครองสูงสุดไม่รับฟ้อง คำขอที่ไม่ให้ รฟม.กระทำหรือดำเนินการเกี่ยวกับการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มครั้งใหม่ ประเด็นพิพาทเรื่องการคัดเลือกครั้งใหม่ จึงได้ข้อยุติแล้ว 

ส่วนคดีความต่างๆ ที่อยู่ระหว่างฟ้องคดีในศาลปกครองสูงสุด จำนวน 2 คดี ประกอบด้วย 1.คดีที่เอกชนฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายจากการยกเลิกประมูลโครงการฯ จำนวน 5 แสนบาท 2.คดีที่รฟม.และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา36 ยกเลิกการประกวดราคารถไฟฟ้าสายสีส้ม 

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

คดีในศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ยังคงอยู่ระหว่างการไต่สวนมูลฟ้อง ศาลยังไม่ได้รับคำฟ้อง กรณีที่บริษัทบีทีเอสฟ้องผู้ว่ารฟม.และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงงมีนบุรี-บางขุนนนท์ (สุวินทวงศ์) รวม 7 คน ในฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 165 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

นอกจากนี้ยังมีคดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 กรณีที่รฟม.และคณะกรรมการตามมาตรา 36 แก้ไขทีโออาร์หลังจากเปิดขายซองไปแล้ว 

หลังจากที่มีการร้องเรียนว่าการกระทำดังกล่าวอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งน่าเชื่อว่าจะมีการกีดกันการเสนอราคา (ฮั้วประมูล) อันอาจเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 โดย ล่าสุด รฟม.ได้มีส่งข้อมูลชี้แจงต่อป.ป.ช.แล้ว ซึ่งการดำเนินงานเป็นอย่างไร อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช.

ผู้ว่ารฟม.กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าบางคดียังอยู่ระหว่างในกระบวนของศาลปกครองและศาลอาญาคดีทุจริตฯนั้น แต่การประมูลโครงการฯ รอบใหม่สามารถดำเนินการต่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้คดีสิ้นสุดลง เพราะที่ผ่านมาคดีความดังกล่าวยืนยันได้ว่าโครงการฯ นี้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนเกณฑ์การประมูลรอบใหม่จะใช้เกณฑ์เทคนิค 30 คะแนนและราคา 70 คะแนน หรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36”

สำหรับไทม์ไลน์การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มรอบใหม่ 

-ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)และคณะกรรมการ PPP พิจารณาแต่งตั้งผู้สังเกตการณ์ตามแนวทางข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) คาดว่าจะส่งหนังสือตอบกลับภายในเดือนก.ย.นี้ 

-หลังจากนั้นรฟม.จะเสนอร่างประกาศเชิญชวน (RFP)ต่อคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 พิจารณา โดยจะมีการนัดประชุมคณะกรรมการ ม.36 เพื่อพิจารณาเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์)  ในเดือน ก.ย.2564

-และเปิดขายเอกสารเชิญชวนภายในเดือนต.ค.64 โดยให้เอกชนจัดทำข้อเสนอภายใน 90 วัน (ต.ค.-ธ.ค.64) 

-และยื่นข้อเสนอภายในเดือนม.ค.2565 คาดเจรจาต่อรองข้อเสนอแก่เอกชนผู้ชนะการประมูลราว  3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.65)

-และเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการฯได้ภายในเดือนเม.ย.2565 

-คาดว่าจะเปิดให้บริการสายสีส้มช่วงตะวันออกภายในต้นปี 2568 และเปิดให้บริการครบตลอดทั้งสายภายในไตรมาส 3 ของปี 2570

สำหรับภาพรวมโครงการ เนื่องจากการประกวดราคารอบใหม่นี้ รฟม.จะปรับแก้ข้อกำหนดกรอบเวลาการก่อสร้างโครงการให้สั้นลง เพื่อเร่งรัดการให้โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มสามารถเปิดเดินรถช่วงตะวันออก ศูนย์วัฒนธรรมฯ – มีนบุรี ต้นปี 2568 และเปิดเดินรถทั้งสายในช่วงไตรมาส 3 ปี 2570

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มประกอบไปด้วยเส้นทาง 2 ฝั่ง ได้แก่ ฝั่งตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี) และฝั่งตะวันตก (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) 

โดยโครงการฝั่งตะวันออกเป็นระบบรถไฟฟ้าแบบใต้ดินและยกระดับ ระยะทางรวมประมาณ 22.5 กิโลเมตร ประกอบด้วยสถานีใต้ดิน 10 สถานีและสถานียกระดับ 7 สถานี มูลค่าการลงทุนรวมราว 1.13 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ค่าเวนคืนที่ดิน 9,625 ล้านบาท ค่างานโยธาและค่าที่ปรึกษางานโยธาราว 82,900 ล้านบาท และค่างานระบบรถไฟฟ้าและขบวนและค่าที่ปรึกษางานระบบราว20,750ล้านบาท

และได้เริ่มการก่อสร้างแล้วตั้งแต่ปี2560 โดยมีภาครัฐเป็นผู้ลงทุนในส่วนค่าเวนคืนที่ดินและค่างานโยธาและค่าที่ปรึกษางานโยธา ซึ่งในภาพรวม ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2563 งานโยธาคืบหน้าแล้ว 74.38% เร็วกว่าแผนงานที่กำหนดไว้ 2.45%

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันตกที่ยังคงติดปัญหาการประมูล  เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดินทั้งหมด ระยะทางประมาณ 13.4 กิโลเมตรและมีสถานีใต้ดิน 11 สถานี มูลค่าการลงทุนรวมราว 1.2 แสนล้านบาท (แบ่งเป็น ค่าเวนคืนที่ดิน 14,660 ล้านบาท ค่างานโยธาและค่าที่ปรึกษางานโยธาราว 96,000 ล้านบาท และค่างานระบบรถไฟฟ้าและขบวนและค่าที่ปรึกษางานระบบราว 11,370 ล้านบาท)