ลางแพ้เมกา!?ไบเดนด่ากระหึ่ม ‘ลูกโสเภณี’ โกรธถามเงินเฟ้อจะแก้ไง ไร้คำตอบมั่วนอกปท.ปล่อยในบ้านเละ

463

ผู้นำสหรัฐฯออกอาการแบบปิดไม่มิด เมื่อโดนนักข่าวจี้ถามเรื่อง “เงินเฟ้อ” ไบเดนหัวร้อนด่าแรงออกไมค์อย่างหยาบคายว่า ‘ไอ้ลูกโสเภณี’ โมโหหนักเพราะไม่มีคำตอบว่า สถานการณ์เงินเฟ้อที่กดดันเศรษฐกิจจริงของสหรัฐให้ดิ่งเหวลงไปทุกทีนั้น รัฐบาลมีนโยบายจะรับมืออย่างไร

อุตสา่ห์สร้างภาพมานานว่าเป็นคนมั่นคงสุภาพเหนือกว่าทรัมป์ที่โผงผางหยาบคาย แต่ที่หลุดขนาดนี้น่าจะเพราะแรงกดดันที่ถาโถมทั้งปัญหาภายในประเทศที่ให้ความสำคัญน้อยกว่า นโยบายต่างประเทศที่ยื้อความเป็นเจ้าโลกของสหรัฐจึงให้เวลาและงบประมาณส่วนใหญ่ทุ่มลงไปกับการทหาร การต่างประเทศ เทงบฯไปให้ยูเครน อิสราเอลจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ด้วยข้ออ้างเพื่อรักษาประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน  ให้ขณะที่ภายในประเทศรุ่มร้อนไปด้วยปัญหาความแตกแยก เศรษฐกิจบีบคั้นท่ามกลางการระบาดใหญ่ของไวรัสที่คุมไม่อยู่แล้ว แต่บิ๊กฟาร์มาของสหรัฐร่ำรวยล้นฟ้าจากการขายวัคซีนและยาปราบไวรัส

เมื่อวันจันทร์ที่ 24ม.ค.2565 สำนักข่าวต่างประเทศทุกค่าย พร้อมใจกันรายงานปรากฏการณ์ช็อก เมื่อ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ สบถด่านักข่าวด้วยถ้อยคำหยาบคาย ใส่ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวหลังจากสื่อมวลชนรายดังกล่าวตะโกนถามเกี่ยวกับผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อที่ดีดตัวสูงขึ้นต่อศึกเลือกตั้งกลางเทอมในปีนี้

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ในระหว่างที่พวกผู้สื่อข่าวกำลังถูกเชิญออกจากที่ประชุมคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ปีเตอร์ ดูซีย์ ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวของฟ็อกซ์นิวส์ ซึ่งเคยปะทะคารมกับไบเดนเป็นประจำ ถามว่าสามารถถามเรื่องภาวะเงินเฟ้อได้หรือไม่ และเรื่องนี้เป็นความบกพร่องทางการเมืองหรือเปล่า อ้างถึงภาวะเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นต่อปีทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 4 ทศวรรษเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีไบเดนตอบกลับแบบเหน็บแนมในระหว่างที่ผู้สื่อข่าวคนอื่นๆพากันตะโกนถามเช็งแซ่ ว่า “เป็นเพราะมีทรัพย์สินมากขึ้นใช่ไหมถึงได้มีเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น” จากนั้นปธน.ไบเดนได้สบถโดยที่อาจไม่รู้ตัวว่ายังไม่ได้ปิดไมโครโฟนว่า “What a stupid son of a bitch” ขออนุญาตไม่แปลภาษาไทย

ดูซีย์เผยกับผู้ดำเนินรายการข่าวของฟ็อกซ์ นิวส์ ในเวลาต่อมาว่า ประธานาธิบดีได้โทรศัพท์มาหาเขาราวๆ 1 ชั่วโมงหลังการโต้เถียง และบอกกับเขาว่าไม่ได้มีอะไรเป็นการส่วนตัว  แต่ย้อนดูพฤติกรรมของผู้นำสหรัฐฯ ไบเดนเคยประกาศเมื่อครั้งรับตำแหน่งใหม่ๆในเดือนมกราคมปีก่อนว่า จะใช้ไม้แข็งจัดการกับบรรดาเจ้าหน้าที่ที่ไม่ให้เกียรติผู้อื่น แต่เขากลับมาทำเสียเอง เรียกว่าหลุดแบบคุมตัวเองไม่อยู่

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนก่อนหน้าโบเดน มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ด้านการพูดจาโจมตีพวกผู้สื่อข่าวตามเวทีชุมนุมต่างๆและงานแถลงข่าว เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่บรรดาผู้สนัสนุนของเขา

สำหรับดูซีผู้สื่อข่าวฟอกซ์นิวส์วัย 34 ปี เป็นผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวที่มักถามคำถามเชิงวิพากษ์วิจารณ์ และปะทะคารมกับประธานาธิบดีไบเดนหลายครั้ง เช่นเดียวกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ ที่เขาทำงานอยู่ที่มักวิจารณ์ไบเดนและพรรคเดโมแครตอย่างแหลมคม จนถูกมองว่าเป็นสมุนทรัมป์อีกค่าย ถ้าเป็นจริงก็นับว่าน้อยว่า สำนักข่าวสหรัฐหลายค่ายที่เผยแพร่ข่าวตามวาระวอชิงตันอย่างโจ่งแจ้ง มีแต่เรื่องดีๆของเดโมแครต และเรื่องร้ายๆของรีพับลิกันและศัตรูของรัฐบาลทั้งภายในและภายนอกประเทศ

มาพิจารณาปัญหาเงินเฟ้อกันว่า เกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯกันแน่ เพราะการตอบสนองของปธน.ไบเดน  แสดงให้เห็นว่าความกังวลเรื่องการเพิ่มขึ้นของราคาผู้บริโภคในอัตราที่ไม่เคยเห็นมานานหลายทศวรรษเป็นเรื่องใหญ่มาก และเป็นปมที่แก้ไม่ตกสำหรับรัฐบาลเดโมแครต  ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7% ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ตามข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบปี และในรอบ 40 ปีนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 1982/2525

สำนักข่าวอาร์ทีเสนอความเห็นเกี่ยวกับปมปัญหาเงินเฟ้อดังนี้:

1.อัตราเงินเฟ้อคืออะไร? อะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริง?

สำหรับผู้บริโภค อัตราเงินเฟ้อค่อนข้างตรงไปตรงมา: คุณจ่ายมากขึ้นสำหรับร้านขายของชำหรือเมื่อคุณเติมน้ำมันในถังมากกว่าที่คุณจ่ายในเดือนก่อนหน้า เป็นไปได้มากว่าค่าจ้างของคุณไม่คงที่ 

เมื่อมองในภาพกว้าง อัตราเงินเฟ้อเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งมีสาเหตุหลายประการ และบางคนโต้แย้งว่า ภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันมีความพิเศษเฉพาะตัวเนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือความต้องการพลังงานทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากการระบาดของโควิด-19 ราคาถูกผลักดันให้สูงขึ้นอีกเนื่องจากบางประเทศเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนพลังงานหมุนเวียน

จากนั้นก็มีการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาด มันถูกทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นด้วยแนวทางการขนส่งแบบไรท์ออนดีมานด์ ‘right on Demand’ ที่บริษัทใหญ่ๆ นำมาใช้ในการขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มอัตรากำไรของพวกเขา คือการขนส่งแบบฟู้ดดิลิเวอร์รี่เป็นต้น

นอกจากนี้ ความโลภขององค์กร บริษัทเอกชนมากขึ้นเป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่ถูกระบุว่าฉวยโอกาสซ้ำเติมราคาสินค้า เพื่อทำกำไรค ธุรกิจขนาดใหญ่กำลังเพลิดเพลินกับผลกำไรที่สูงเป็นประวัติการณ์ แม้ประเทศและคนสหรัฐจะต้องเผชิญปัญหายากลำบากซ้ำเติมโรคระบาดก็ตาม

2.ทำเนียบขาวทำอะไรได้บ้าง?

ฝ่ายบริหารของไบเดนได้ทุ่มเทกำลังในการแก้ไขปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ทำเนียบขาวอนุญาตให้ท่าเรือที่ตู้คอนเทนเนอร์ปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และติดต่อกับผู้ค้าปลีกรายใหญ่เกี่ยวกับการหยุดชะงักด้านลอจิสติกส์ ทำเนียบขาวยังสัญญาด้วยว่าในระยะยาว แพ็คเกจการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จัดการผ่านรัฐสภาจะช่วยแก้ไขปัญหาด้านอุปทานและควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้ ซึ่งก็ต้องติดตามต่อไปว่าจะแก้ปัญหาได้จริงหรือแค่คำปลอบโยน

นอกจากนี้ยังมีมาตรการเพื่อจัดการกับสถานการณ์ด้านพลังงาน สหรัฐฯ เข้าใช้ Strategic Petroleum Reserve และได้กดดันประเทศในกลุ่ม OPEC อย่างเปิดเผยเพื่อให้มีอุปทานเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่เกิดผล แม้จะนำน้ำมันสำรองของประเทศมาใช้ลดแรงกดดันก็ยังช่วยไม่ได้

การพึ่งพาธนาคารกลางสหรัฐเพื่อดำเนินการมากขึ้นเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ก็ดูจะไร้ผล ความลังเลของเฟด ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นร่วงต่อเนื่องและคริปโตเคอร์เรนซีดิ่งเหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จากความวิตกกังวลว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่สัญญา และสถานการณ์ยูเครนตึงเครียดหนักจนอาจเกิดสงคราม ทำให้นักลงทุนช็อกทิ้งหุ้นไปถือทองมากขึ้น จนวันนี้อาการเมาสถานการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดคริปโตฯยังไม่สร่าง

ผลกระทบทั้งหมดนี้เกิดโดยการกระทำของการบริหารงานภายใต้ทีมปธน.โจ ไบเดนเอง  ภายนอกประเทศกระตุ้นจุดวาบไฟสงครามขัดแย้งก่อศัตรูทั้งรัสเซียและจีนพร้อมดึงลากพันธมิตรยุโรปมาร่วมวงด้วย   ภายในประเทศเพิกเฉยและถ่างความแตกแยกในหมู่ประชาชนโดยชูแนวคิดสุดโต่งซ้าย-ขวา, ผิวขาว-ผิวสี และใส่ใจกับความเดือดร้อนของประชาชนน้อยเกินไป