ทีมไทยย้อนแสบ!ไม่ต้องกระทืบเมินสหรัฐไม่เชิญ ลั่นจุดยืน ปชต.ไม่ใช่สาธารณรัฐ

868

จากที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐประกาศรายชื่อ 110 ประเทศ ที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย (Summit for Democracy) ทางออนไลน์ที่สหรัฐ จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 9-10 ธันวาคม 2564 นั้น

ทั้งนี้โดยอ้างว่า เพื่อช่วยหยุดยั้งการเสื่อมถอยทางประชาธิปไตยและการพังทลายของสิทธิและเสรีภาพทั่วโลก ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ มี 3 ประเทศอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้รับเชิญเข้าร่วม แต่กลับไม่มีประเทศไทย รวมถึงไม่มีมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซีย แต่กลับมีการเชิญประเทศไต้หวัน

ล่าสุดที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ครั้งที่ 9 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงประเด็นการเยือนรัฐบาลเมียนมา โดยตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นเหตุให้สหรัฐอเมริกาไม่เชิญประเทศไทยเข้าร่วมประชุมประชาธิปไตยในเดือนธันวาคมนี้หรือไม่

ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จึงได้ลุกขึ้นตอบกระทู้ว่า “การประชุมดังกล่าวเป็นเรื่องการเมืองล้วน ๆ เป็นเรื่องของการเมืองที่ต้องการเล่นงานกันและกัน ไม่ใช่ว่าเพื่อนอาเซียนทั้งหลายจะได้รับเชิญ ไม่มีหรอกนะครับ บางประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมีการเลือกตั้งเขาก็ไม่ได้รับเชิญด้วย เพราะฉะนั้นมันไม่ได้แปลกในเรื่องของการไม่ได้รับการเชิญ

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

บางเรื่องเราดีใจด้วยซ้ำไปไม่ต้องเชิญเรา บ่อยครั้งถ้าไม่เชิญเราก็บอกว่าดี และถ้าเชิญเราก็จะต้องพิจารณาว่าจะต้องไปหรือไม่ไป มันเป็นดาบสองคมในหลายกรณีด้วยกัน ไม่ใช่ว่าไม่มีคำเชิญ แล้วเราต้องตื่นกระทืบเท้าด้วยความเสียใจ ไม่ใช่เป็นเช่นนั้นในโลกของความเป็นจริง จะมีคำเชิญ แล้วเราต้องลิงโลดที่จะไปก็ไม่ใช่เช่นกันความเป็นจริงของชีวิตในด้านการต่างประเทศไม่ได้ออกมาในด้านที่หลายคนเข้าใจ” นายดอน กล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร  อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้กับคมชัดลึกออนไลน์ บางช่วงด้วยว่า  เวทีการประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสหรัฐในการกอบกู้ความเชื่อมั่นประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม ซึ่งสหรัฐเป็นผู้ผลักดันมาหลายสิบปี แล้วนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและการทูตในหลายประเทศที่ตกต่ำลง

“มีพัฒนาการในเชิงลบว่าประชาธิปไตยกำลังจะตาย มีหนังสือสำคัญออกมา เช่น ที่อังกฤษของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ว่าประชาธิปไตยเสรีนิยมกำลังจะตาย รวมถึงสหรัฐที่มีการบุกไปรัฐสภาในสหรัฐมีการเสียชีวิตของผู้ประท้วงมีการละเมิดคนผิวสี  มีข้อสังเกตตรงนี้ทำให้สหรัฐ มีความวิตกกังวลมากว่าประชาธิปไตยเสรีนิยมตะวันตกที่สหรัฐ และอังกฤษผลักดันมาหลายสิบปีเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทางการทูตเพื่อกดดันเพื่อให้มีพันธมิตรมากขึ้น” รศ.ดร.ปณิธาน ปูพื้นถึงความพยายามของสหรัฐในการจัดประชุมครั้งนี้”

นอกจากนี้ รศ.ดร. ปณิธาน ยังกล่าวอีกว่า  ในส่วนของไทยเร่งทำความเข้าใจและให้รู้ว่ามีจุดยืนของตัวเอง ประชาธิปไตยไม่ใช่สาธารณรัฐ ไม่ใช่ประธานาธิบดีเป็นประมุข หรือเลือกตั้ง ทุกอย่างเกิดปัญหาเหยียดสีผิวแก้ไม่ได้ เราไม่นิยมแบบนั้น ถ้ายืนได้ตัวเอง เข้มแข็งขึ้น ไม่ยอมสหรัฐมากขึ้น ทั้งนี้ ต้องระวังไม่กระทบสัมพันธ์โดยรวมซึ่งยังดีอยู่ แต่กรณีนี้ถือเป็นเรื่องการเมือง