สนธิญา ไม่กลัวโดนฟ้อง! ยื่นยุบเพื่อไทยรอบ 3 พ่วงตัดสิทธิกก.บห. ปมขับ 2 สส.พ้นพรรค! 

948

สนธิญา ไม่กลัวโดนฟ้อง! ยื่นยุบเพื่อไทยรอบ 3 พ่วงตัดสิทธิกก.บห. ปมขับ 2 สส.พ้นพรรค!

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้พิจารณายุบพรรคเพื่อไทย กรณี นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือ แอมมี่ บอตทอมบลูส์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

พรรคเพื่อไทยสนับสนุนการเงินในการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง โดยเห็นว่า กกต.ต้องตรวจสอบ เพราะหากมีการกระทำดังกล่าวจริง จะถือว่าพรรคเพื่อไทยกระทำการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 45 และมาตรา 92(1) (2) (3) (4) ซึ่ง กกต.จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค ตัดสิทธิการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย โดยการยื่นคำร้องครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง จากที่ได้ยื่นขอให้พิจารณาสั่งยุบพรรคเพื่อไทยไปเมื่อวันที่ 6 ก.ค. วันนี้มีหลักฐานใหม่ของ นายไชยอมร จึงได้มายื่นซ้ำ ส่วน กกต.จะรวมเป็นเรื่องเดียวหรือไม่ก็แล้วแต่ กกต.พิจารณา

ต่อมาทางพรรคเพื่อไทย ได้แถลงการณ์ฟ้องกลับ นายสนธิญา โดยบอกว่า การที่นายสนธิญา สวัสดี ได้นำเพียงข้อความบนเฟซบุ๊กของนายไชยอมรฯ ไปร้องขอให้ยุบพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นการดำเนินการที่ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เพียงพอก่อนนำไปร้อง แต่กลับนำข้อความหรือคำพูดดังกล่าวไปร้องต่อ กกต. ทันที แสดงให้เห็นว่านายสนธิญามีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็จะได้ดำเนินการตามกฎหมายกับนายสนธิญาเช่นกันตามกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 101 ซึ่งกำหนดว่า ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองว่ากระทำความผิดต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น

ล่าสุดวันนี้ (15 ตุลาคม 2564) ทางด้าน นายสนธิญา ได้ยื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย กรณีขับนายศรัณย์วุฒิ ศรัณเกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ และน.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ออกจากพรรคเพื่อไทย เนื่องจากโหวตสวนมติพรรค และกรณีการที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เรียกรับเงินจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

โดยนายสนธิญากล่าวว่า ตนยื่นขอให้ กกต.ยุบพรรคเพื่อไทยมาจนขณะนี้รวม 3 ครั้ง โดยในครั้งนี้ยื่น กกต.ขอให้ยุบพรรคเพื่อไทยใน 2 ประเด็น  คือ 1.ประเด็นที่พรรคเพื่อไทยขับ 2 ส.ส.ออกจากพรรค เนื่องจากลงมติอภิปรายไม่วางใจในครั้งที่ผ่านมาสวนมติพรรค ดังนั้นการที่พรรคเพื่อไทยได้อ้างข้อบังคับของพรรคเพื่อไทยและขับ ส.ส.พ้นจากพรรคนั้น จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในมาตรา 5 ระบุว่า บทบัญญัติใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญใช้บังคับมิได้

นอกจากนี้ ยังเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 114 และ 124  ที่ระบุว่าการออกเสียงและลงคะแนนเป็นเอกสิทธิของส.ส. และมาตรา 224 (5) และ(6) ระบุให้อำนาจกกต.การพิจารณายุบพรรคเพื่อไทย ตลอดจนยังฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 14(4) ที่ระบุว่า ข้อบังคับพรรคต้องไม่มีลักษณะครอบงำเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ

ส่วนประเด็นกรณี ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ซึ่งถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดว่ากระทำการเรียกรับเงินต่ออธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล  ซึ่งเป็นการกระทำผิดต่อพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 20 , 21 ,22 , 46 และมาตรา 92 (1)(2)(3) โดยขอให้กกต.พิจารณาเรื่องดังกล่าวส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคต่อเพื่อไทยต่อไป

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า วันนี้นอกจากตนมายื่นยุบพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังเข้าให้ข้อมูลต่อ กกต.ในการสอบสวน เรื่องที่ยื่นต่อ กกต.ก่อนหน้านี้และวันนี้ด้วยทั้งหมดรวม 9 ประเด็น เพื่อให้ กกต.พิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่ตนร้องเพื่ขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย และตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยมีมติขับนายศรัณย์วุฒิ ศรัณเกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ออกจากพรรค โดยให้เหตุผลว่าเป็นการพูดให้ร้ายพรรค ไม่ใช่เรื่องของการโหวตสวนมติพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายสนธิญา กล่าวว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจะต้องมาชี้แจงต่อกกต.เพราะ ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคคนดังกล่าว ระบุว่าที่ตนถูกขับออกจากพรรคเนื่องจากโหวตสวนมติพรรค

ทั้งนี้เป็นเรื่องที่ต้องไปดูข้อเท็จจริง แต่ไม่ว่ากฎหมายหรือข้อบังคับอะไรก็ตามหากขัดรัฐธรรมนูญก็บังคับใช้ไม่ได้ ซึ่งแม้แต่การอภิปรายต่างๆในสภาฯของ ส.ส. ต่าง ก็ได้รับเอกสิทธิ์ในการคุ้มครองตามกฎหมายและกลุ่มบุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบก็ไม่สามารถฟ้องร้องได้