ฉีกหน้ากากสหรัฐฯ!?จีนร้องต้องชดเชยเหยื่อ ‘การทดลองลับ’ซีไอเอทำกับเด็กกำพร้าเดนมาร์ก 311 ราย

485

เมื่อเวลาผ่านไปความจริงได้เปิดเผยถึงการกระทำที่โหดร้ายของรัฐบาลสหรัฐต่อเพื่อนร่วมโลกในหลายเรื่อง ล่าสุด สารคดีของเดนมาร์กได้เผยแพร่ผลงานน่าหวาดหวั่นของซีไอเอที่กระทำต่อเด็กชาวเดนมาร์กกว่าสามร้อยคน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ย้ำเรื่องนี้ให้สหรัฐแสดงความรับผิดชอบการกระทำของตน และเป็นบทเรียนเตือนใจประเทศต่างๆที่เปิดโอกาสให้สหรัฐมีการทดลองลับในประเทศ ว่าผลจะเกิดกับประชาชนสาหัสอย่างไร

วันที่ 19 ม.ค.2565 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กระตุ้นเตือนสหรัฐฯ ต้องขอโทษและมอบเงินชดเชยให้ผู้ตกเป็นเหยื่อการทดลองลับที่ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะแล้ว

จ้าวแสดงความเห็นประเด็นสารคดีของสถานีวิทยุและโทรทัศน์เดนมาร์ก (Danish Radio) ซึ่งอ้างว่าสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือซีไอเอ (CIA) มอบทุนสนับสนุนการทดลองร่างกายมนุษย์ในกลุ่มเด็กเดนมาร์ก 311 ราย เมื่อช่วงทศวรรษ 1960

จ้าวระบุว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนของซีไอเอถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ทว่าสิ่งน่าตกใจคือผู้ตกเป็นเหยื่อเหตุการณ์ครั้งนี้คือเด็ก

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

นอกจากนั้นจ้าวยังกล่าวถึงโครงการควบคุมจิตใจของซีไอเอทั่วโลกระหว่างทศวรรษ 1950-1970 ซึ่งถูกเปิดเผยในสารคดีข้างต้น พร้อมเสริมว่าเหยื่อการทดลองต้องทนทุกข์กับผลกระทบที่ตามมาตลอดชีวิต ทั้งความผิดปกติทางจิตใจ ภาวะสูญเสียความทรงจำ หรือตกอยู่ในภาวะเจ้าชาย-เจ้าหญิงนิทรา (vegetative state)

 

ประเด็นนี้มีการเผยแพร่สารคดีวิทยุของเดนมาร์กชื่อ “The Search for Myself” ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเปิดเผยการทดลองลับกับเด็กชาวเดนมาร์ก 311 คน เป็นโครงการที่ได้รับทุนจาก CIA ในปี 1960 ตามที่ผู้ที่เข้าร่วมในการทดลองเหล่านี้ให้สัมภาษณ์เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก เนื้อหาสารคดีเปิดเผยว่า เด็กๆได้สวมขั้วไฟฟ้าไว้บนร่างกายและต้องฟังเสียงดังที่ส่งเสียงดัง ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมากต่อร่างกายและจิตใจ อย่างไรก็ตาม เด็กๆ ไม่ได้รับการบอกเล่าว่าพวกเขามีส่วนร่วมในงานวิจัยอะไร แม้จะสิ้นสุดการทดลองแล้วก็ตาม 

ในการแถลงข่าวประจำของกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อผู้สื่อข่าวถามโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจึงได้ตอบประเด็นนี้อย่างดุดัน

สตีเฟ่น คินเซอร์(Stephen Kinzer) อดีตนักข่าวของ New York Times เป็นผู้เปิดเผยรายละเอียดเรื่องนี้ เกี่ยวกับโครงการควบคุมจิตใจของ CIA ระหว่างปี 1950 และ 1970 ในหนังสือของเขาเรื่องพ้อยซันเนอร์ อิน ชีพ(Poisoner in Chief) โครงการจ้างแพทย์นาซีเยอรมันและอาชญากรสงครามจากหน่วย 731 ของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น และใช้ไฟฟ้าช็อตและฉีด LSD ปริมาณมากเพื่อทำการทดลองล้างสมองทั่วโลก 

มนุษย์หลายคนต้องทนทุกข์กับผลที่ตามมาตลอดชีวิตรวมถึงความผิดปกติทางร่างกายและจิตใจ

โฆษกฯยังกล่าวถึงอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ไมค์ ปอมเปโออดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอ ได้ยืนยันการปฏิบัติงานตามหลักความเชื่อที่ว่า “เราโกหก เราโกง เราขโมย” เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ พวกเขาหมกมุ่นอยู่กับการประดิษฐ์หลักฐานเท็จเพื่อหลอกลวงประเทศอื่น ๆ 

นอกจากนี้ยังทำสิ่งที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและให้เงินมืดเพื่อปลุกระดมการทำรัฐประหารต่อรัฐบาลที่เป็นฝ่ายตรงข้ามหรือถือเป็นศัตรู  รัฐบาลสหรัฐฯ มักพูดถึง “สิทธิมนุษยชน” และ “ประชาธิปไตย” เสมอ แต่กลับไม่ปฏิบัติตามคำโฆษณา 

จ้าวเน้นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ควรกล่าวคำขอโทษและการชดเชยแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ และแบกรับความรับผิดชอบตามสมควร