จีนคำรามอย่าเล่นกับไฟ!?! สหรัฐและพวกซ้อมรบใหญ่ฟิลิปปินส์

924

สื่อจีนเตือน สงครามโลกครั้งที่ 3 จะปะทุขึ้นเมื่อใดก็ได้ หลังกองทัพจีนส่งเครื่องบินโฉบน่านฟ้าไต้หวันล่าสุด 56 ลำ รวมแล้ว 4 วันกว่า 100 ลำ ขณะเดียวกันเรือบรรทุกเครื่องบินของอังกฤษกับสหรัฐฯและเรือรบญี่ปุ่นกำลังซ้อมรบครั้่งใหญ่ร่วมกับกับกองทัพฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้  ท่ามกลางความวิตกของประชาคมโลกว่าไต้หวันกำลังจะเป็นชนวนก่อสงครามโลกครั้งใหม่หรือไม่ เมื่อโลกถูกแบ่งฝ่ายโดยความขัดแย้งของมหาอำนาจ สหรัฐและพันธมิตร กับจีน-รัสเซีย

สำนักข่าวโกลบอลไทมส์ (Global Times)ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ออกบทบรรณาธิการเตือนว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 อาจปะทุขึ้นเมื่อใดก็ได้จากความขัดแย้งช่องแคบไต้หวัน หลังกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน หรือ PLA ระดมส่งฝูงบินรบเข้าไปโฉบน่านฟ้าไต้หวันในนามการซ้อมรบติดๆกัน  ขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบินควีนเอลิซซาเบ็ท (HMS Queen Elizabeth) ของอังกฤษ ที่มีชื่อเล่นว่า “บิกลิซซี่ (Big Lizzie)” เข้าร่วมกับเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน( USS Ronald Reagan) กับเรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน (USS Carl Vinson) ของสหรัฐฯ และเรือพิฆาตเฮลิคอปเตอร์ชั้นเฮียวงะ ชื่อว่า เจเอส อิเซะรุ่น ดีดีเอช182(JS Ise DDH-182) กำลังซ้อมรบครั้งใหญ่ในทะเลฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลจีนใต้โดยรวม

ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ของไต้หวัน ประกาศว่า จะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องไต้หวัน แต่ก็บอกว่า ถ้าปราศจากความช่วยเหลือจากพันธมิตร จีนอาจเข้ายึดเกาะไต้หวันได้โดยเร็ว และอ้างว่าจะทำให้เอเชียต้องเผชิญหายนะ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวมาโดยตลอดว่า การรวมชาติเกาะไต้หวันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ กรณีนี้บทบรรณาธิการข่าวของโกลบอลไทมส์ ระบุว่า สหรัฐฯกับไต้หวันสมรู้ร่วมคิดกันยั่วยุจีน และทำให้ไต้หวัน “กล้ามาก” ที่ประกาศแยกตัวเป็นอิสระจากจีนเพราะมีคนนอกหนุนหลัง  ซึ่งจีนยืนหยัดนโยบาย “จีนเดียว” และนานาชาติต่างรับรู้และยอมรับมาโดยตลอด นอกจากนี้ การรวมชาติเป็นฉันทามติ ของประชาชนชาวจีน จีนจึงพร้อมที่จะตอบโต้สงครามทุกรูปแบบกับสหรัฐฯและพันธมิตร และเตือนเข้มว่า “อย่าเล่นกับไฟ”

ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นบริเวณช่องแคบไต้หวัน การซ้อมรบทางทะเลของสหรัฐ-อังกฤษ-ญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการซ้อมรบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดและต่อเนื่อง 48 ชั่วโมง โดยมีหัวเรือใหญ่คือสหรัฐฯกับอังกฤษ ซึ่งเป็นสองในสามประเทศที่ทำข้อตกลงไตรภาคีด้านการกลาโหมที่มีชื่อว่า “Aukus” โดยนำชื่อสามประเทศมารวมกันคือ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ ขณะที่ญี่ปุ่นประกาศเป็นแกนนำกลุ่มจตุรมิตรควอด ก็เข้าร่วมด้วย

เมื่อวานนี้วันที่ 6 ต.ค.2564 สำนักข่าว abs-cbn.com รายงานอ้างกองทัพเรือสหรัฐฯว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่นได้ทำการซ้อมรบร่วมทางทะเลในทะเลฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 3 ต.ค.64 โดยมีกองเรือฟริเกตจากนิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และ แคนาดาเข้าร่วม กองเรือของกลุ่มพันธมิตรดังกล่าว มีกำลังพลรวมกันประมาณ 15,000 นาย ได้ร่วมการฝึกซ้อมปฏิบัติการร่วมระหว่างกองเรือบรรทุกเครื่องบินจู่โจมหลายกองพร้อมกัน ซึ่งเป็นการแสดงขีดความสามารถของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในการปฏิบัติการร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตรค์อินโด-แปซิฟิกต่อต้านจีน

ในขณะเดียวกัน ปธน.โจ ไบเดนเปิดเผยสื่อว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับปธน.สี จิ้นผิงแล้ว ภายหลังสถานการณ์เรื่อง “ไต้หวัน” ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ โดยบอกว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันจะยึดตามข้อตกลงเกี่ยวกับไต้หวันซึ่งประเทศทั้งสองได้ทำกันไว้ต่อไป โดยไม่เอ่ยปากว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับไต้หวันคืออะไร  แต่นักวิเคราะห์และสื่อมองว่า ข้อตกลงเดิมของสหรัฐกับจีน คือ การยอมรับจีนเดียว ขณะเดียวกัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว นัดหมายหารือในวันเดียวกันนั่นเอง โดยพบกับนักการทูตระดับสูงของจีนแบบเห็นหน้า เพื่อยกระดับการติดต่อสื่อสาร และปรับความสัมพันธ์ที่ร้าวลึกกันตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้

 

การทูตก็เดินหน้าแต่การทหารก็ตรงข้ามกับการพูดเหมือนขาวกับดำ เพราะในขณะที่สหรัฐเล่นบทพร้อมสานสัมพันธ์ แต่กลับชวนพันธมิตรร่วมซ้อมรบกับกองทัพฟิลิปปินส์ในน่านน้ำทะเลจีนใต้  นอกจากนี้เพนตากอนได้แถลงข่าวเปิดเผยจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ในครอบครองเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากที่สมัยอดีตปธน.ทรัมป์สั่งให้ปิดเป็นความลับอีกด้วย

พฤติกรรมของสหรัฐฯเรียกว่า พูดอย่างทำอย่าง หรือถ้าแรงหน่อย ตามคำกล่าวของโฆษกหญิงแห่งกระทรวงการต่างประเทศจีน และรัสเซียที่ว่า “สหรัฐหน้าซื่อใจคด” ก็คงไม่เกินเลยสักเท่าไหร่!