จากกรณีที่ รุ้ง ปนัสยา แกนนำราษฎร ได้โพสต์ข้อความ มีการอ้างว่า ทั้งฟ้า พรหมศร และเพนกวิน ติดเชื้อโควิด โดยระบุว่า “พี่ฟ้าผลออกมาแล้วว่าติดโควิด ตอนนี้เหลือผลตรวจของเพนกวินคนเดียวที่ยังไม่ออก ราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่เรือนจำชั่วคราว(รังสิต) กำลังเลี้ยงไข้เพื่อนเรา!!!!! ราชทัณฑ์ต้องแจ้งผลตรวจของเพนกวินภายในวันนี้!!”
เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ ติดโควิดขณะอยู่ในเรือนจำชั่วคราว รังสิต เคสเพนกวินน่าเป็นห่วงมาก ๆ เพราะมีโรคประจำตัวคือหอบหืด และยังเป็นอยู่ในปัจจุบัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วเราไม่อาจรู้ได้เลยว่ากวิ้นจะเป็นยังไง ขณะนี้ทนายไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ และราชทัณฑ์แจ้งผลผ่านโทรศัพท์เท่านั้น ไม่ยอมออกใบแจ้งผลตรวจโควิดของเพื่อน ๆ เราทุกคนให้
ราชทัณฑ์ไม่มีสิทธิเก็บหลักฐานการตรวจของเพื่อนเราไปแบบนี้ ทนายกับญาติมีสิทธิอย่างเต็มที่ที่ต้องได้หลักฐานทางสุขภาพของเพื่อนเรามาให้เห็นอย่างเป็นประจักษ์ ก่อนที่จะทำอะไรกับเพื่อนเราต่อไป!!! โดยทั้งคู่มีไทม์ไลน์ก่อนเข้าเรือนจำ คือไปร่วมชุมนุมสาดสีที่หน้าตชด.ภ.1 ด้วย
ล่าสุดมีรายงานแจ้งว่า นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีการควบคุมตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า และกลุ่มผู้ชุมชนคดีม็อบ 2 สิงหา รวม 8 รายว่า หลังรับตัวเรือนจำชั่วคราวรังสิตได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ Rapid Test เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 64 ซึ่งผลตรวจออกมาเป็นลบทั้ง 8 ราย แต่ได้ส่งตรวจแบบ PCR ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อีกครั้ง โดยระหว่างรอผลตรวจ ทางเรือนจำได้ควบคุมตัวทั้ง 8 รายในห้องกักโรค 2/2 อาคาร 2 เพื่อรอดูอาการตามระเบียบ 14 วัน ต่อมาวันที่ 10 ส.ค. เวลา 14.00 น. ผลตรวจ PCR ของทั้ง 8 รายออกมาเป็นลบ และวันที่ 11-13 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางเรือนจำได้ตรวจสอบสภาพร่างกายของผู้ต้องขังทั้ง 8 ราย พบว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา เรือนจำได้รับแจ้งว่า นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือ ปูน ทะลุฟ้า หนึ่งในผู้ชุมนุมมีไข้อุณหภูมิร่างกายสูง จึงได้ตรวจ Antigen Test Kit พบว่ามีผลเป็นบวก ต่อมาได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศาลธัญบุรีว่า นายธนพัฒน์ ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว เรือนจำจึงประสาน รพ.แม่ข่ายและทีมทนายความ ซึ่งได้แจ้งความประสงค์ขอรับตัวนายธนพัฒน์ไปที่ศูนย์พักคอยวัดสิงห์ เขตจอมทอง กทม. ส่วนผู้ต้องขังอีก 7 ราย ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงได้ดำเนินการตรวจด้วยวิธี PCR ซ้ำใหม่อีกครั้งในวันเดียวกัน
ต่อมาวันที่ 15 ส.ค. เวลา 15.16 น. ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้แจ้งผลการตรวจ PCR พบว่า ติดเชื้อ 1 ราย ได้แก่ นายสิริชัย นาถึง จึงได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ส่วนอีก 2 ราย ได้แก่ นายพรหมศรและนายพริษฐ์ มีค่าผลตรวจที่สูง จึงตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยัน ส่วนอีก 4 รายผลเป็นลบ ต่อมานายพรหมศร มีไข้สูง 39.2 องศา พยาบาลได้จ่ายยาลดไข้และยาฟ้าทะลายโจรให้ แต่ผู้ต้องขังไม่ยอมรับประทาน ต้องการออกไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์พร้อมนายสิริชัย และได้ปลุกระดมผู้ต้องขังข้างห้องส่งเสียงโห่ร้องโวยวาย ใช้ยาสีฟันป้ายกล้องวงจรปิด เพื่อป้องกันการก่อเหตุการณ์ไม่สงบ
กระทั่งเวลา 19.00 น. ได้ส่งตัวนายพรหมศร ไปควบคุมตัวที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี และในวันที่ 16 ส.ค. เวลา 13.05 น. ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้แจ้งผลตรวจ PCR ซ้ำของนายพรหมศรและนายพริษฐ์ โดยผลตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด จึงประสานส่งตัวทั้ง 2 ราย ไปรับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์
ปัจจุบันมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ชุมนุม 4 คน คือ 1.นายธนพัฒน์ กาเพ็ง ที่ได้รับการประกันตัวออกไปอยู่ศูนย์พักคอย
2.นายสิริชัย นาถึง เป็นผู้ป่วยสีเขียว
3.นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า ผู้ป่วยสีเขียว และ 4.นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน เป็นผู้ป่วยสีเหลืองอ่อน เนื่องจากมีโรคประจำตัวและน้ำหนักมาก ซึ่งทั้ง 3 คนได้มีการตรวจวัดอุณภูมิ ค่าออกซิเจน x-ray ปอดทุกวัน ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติและได้ให้ยา Favipiravir ในการรักษาแล้ว ส่วนอีก 4 รายตรวจไม่พบเชื้อ คือ นายชาติชาย แกดำ นายภาณุพงศ์ จาดนอก นายณัฐชนน ไพโรจน์ และนายแซม สาแมท ยังอยู่ในห้องกักโรคที่เรือนจำชั่วคราวรังสิต และได้มีการให้ยาฟ้าทะลายโจรและยาพาราเซตามอล แต่นายแซม สาแมท ไม่ยอมกินยาและมีพฤติกรรมไม่ยอมอาบน้ำ ซึ่งทางเรือนจำมีการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด
“การรักษาผู้ต้องขังที่ติดเชื้อทั้ง 3 รายไม่ถือว่าเกินศักยภาพของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ที่มีการปฏิบัติตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่ผลการตรวจพบเชื้อออกมาช้า เนื่องจากนายพรหมศรและนายพริษฐ์ มีค่า CT ที่สูงเกิน 30 อาจเกิดจากการที่เชื้อไวรัสมีน้อยหรืออยู่ในระยะฟักตัว 5-7 วัน ซึ่งทำให้การตรวจเชื้อพบได้ช้า หลังจากนี้ทางเรือนจำได้มีส่งเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้าไปสอบสวนโรคแล้วว่าการติดเชื้อมาจากไหน
ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเรือนจำได้จัดสถานที่กักตัวแยกกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 8 คนออกจากผู้ต้องขังคดีอื่น โดยจัดให้ผู้ชุมนุมทั้ง 8 รายรวมในห้องเดียวกัน ไม่มีบุคคลอื่นร่วมห้อง และไม่มีการเข้า-ออกนอกพื้นที่ และเราไม่เคยปล่อยให้ใครต้องติดเชื้อโควิดหรือนำคนเข้ามา เพื่อให้เกิดการติดเชื้อ ทุกอย่างในเรือนจำมีการควบคุมตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค มีการป้องกันอย่างเข้มงวด”