รู้ชะตาตัวเอง พร้อมเข้าคุก!? “เพนกวิน” ประกาศไปสตช.เผชิญหน้าตำรวจ ลั่นถ้าถูกจับ 10 สิงหาจะให้ม็อบออกมาป่วน?

1863

หลังจากที่มีการปะทะเดือดในม็อบวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมวลชนที่ยังปักหลักบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่ยอมกลับบ้าน ได้เกิดการเผาทำลายรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ทางด้านเจ้าหน้าที่ได้ระดมฉีดน้ำและยิงแก๊สน้ำตาเป็นระยะ

จนถึงเวลา 21.30 น. ในบริเวณจุดอื่น ๆ อย่างแยกดินแดง มวลชนก็ทยอยออกจากพื้นที่จนหมด และเหตุการณ์ได้สงบลง

ต่อมาทางด้าน เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุถึงมวลชน ว่า “หน้างานยุติการชุมนุมแล้วครับ เก็บกำลังมาสู้ในวันต่อไป วันนี้ยังไม่ใช่ศึกครั้งสุดท้าย แต่คือจุดเริ่มต้นของจุดจบของรัฐบาลประยุทธ์” อีกทั้งยังประกาศจะมีม็อบในวันที่ 10 ส.ค. จากกลุ่มแนวร่วมมธ. ที่ระบุว่า

 

พ่อแม่พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านครับ แม้ว่าวันนี้ประยุทธ์จะยังไม่ออกไป แต่วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบของทรราชทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นประยุทธ์ ประวิตร อนุพงษ์ อนุทิน ธรรมนัส จุรินทร์ หรือใคร ให้รู้เถิดว่าถัดจากนี้ คนรุ่นใหม่และประชาชนไม่มีอีกแล้วกับคำว่ายอม

ต่อไปนี้เราประชาชนจะต้องยืนหยัดต่อสู้อย่างต่อเนื่อง เราจะต้องสู้กันอย่างหนักหน่วง เข้มข้น ต่อเนื่อง อาจจะมีม็อบถี่ขึ้น หลายพื้นที่ขึ้น เพื่อขยายพลังประชาชนให้กว้างขวางที่สุด ถ้าโชคอยู่ข้างเรา ประยุทธ์จะออกในสัปดาห์นี้ ถ้ายังไม่ออก จุดชี้ขาดอยู่ที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจปลายเดือนนี้ ยิ่งประชาชนโหมเพลิงแห่งการเปลี่ยนแปลงได้แรงเท่าไหร่ ประยุทธ์ก็จะออกไวขึ้นเท่านั้น

หมุดหมายใหญ่ต่อไปคือคาร์ม็อบ #10สิงหาไล่ล่าทรราช ขอระดมรถทุกคันในกรุงเทพและปริมณฑลมาร่วมกันปั่นป่วนรัฐบาลนี้อย่าให้ได้อยู่สุข ไม่ได้กินอิ่มนอนหลับ และด้วยยุทธวิธีคาร์ม็อบนี้เอง เราจะสกัดไม่ให้รัฐบาลทรราชย์ใช้อำนาจและความรุนแรงได้ตามใจชอบอีกต่อไป พิสูจน์กันครับว่าประยุทธ์และพวกจะหน้าด้านใจดำขนาดไหนก็แพ้แรงใจของประชาชน โปรดรอดูโปสเตอร์อย่างเป็นทางการต่อไปทางเพจ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม – United Front of Thammasat and Demonstration

ล่าสุดเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ ได้ประกาศว่า บ่ายนี้จะเดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเขียนข้อความเล่าว่า “ตามที่ปรากฏข่าวว่า ตำรวจจะดำเนินคดีกับผมจากการทำกิจกรรม save พี่ไผ่ ดาวดิน ทีมทะลุฟ้า และพี่น้องมวลชน ที่หน้า ตชด. เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น และยังได้ปรากฏต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาด้อม ๆ มอง ๆ ผมเรื่อย ๆ อย่างไม่ลดละนั้น ผมตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความอยุติธรรม โดยการเดินทางไปที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันที่ 8 สิงหาคม เวลา 13.00 น. พร้อมกับทีมทนาย หากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการจับกุมผมก็ให้มาจับที่นั่น ถ้าไม่จับก็จะถือว่าไม่อยากจับแล้ว จะได้มุ่งหน้ากับการต่อสู้ต่อไป

ผมขอยืนยันว่าผมไม่เคยคิดหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานใด ๆ และไม่เคยจะทำอันตรายอะไร ที่ผ่านมาม็อบจะอันตรายก็เพราะฝ่ายรัฐมาตลอด และฝ่ายรัฐก็อย่าอ้างว่าผมทำผิดซ้ำซากไม่เข็ดหลาบ ข้อกล่าวหาทั้งหลายที่ผมได้รับนั้นยังไม่มีข้อใดที่ศาลตัดสินว่าผิด และในหลักการ ผมก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงแต่ใช้สิทธิเสรีภาพในฐานะประชาชนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและอนาคตที่สดใสให้กับประเทศชาติเท่านั้น

หากผมไม่ได้กลับออกมาก็ขอให้ติดตามข่าวกิจกรรมการชุมนุมทางเพจ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม – United Front of Thammasat and Demonstration และราษฎร ถ้าโชคดี เราก็จะได้เจอกันวันที่ 10 แต่ถ้าโชคไม่ดีก็รอเจอกันที่ปลายทางครับ ด้วยรักและศรัทธาต่อสถาบันประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถานีตำรวจภูธรคลองห้า”